โซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นหนึ่งในบ้านที่เราทุกคนคงต้องรู้จักกันดี อย่างน้อยๆ ก็มีไว้สำหรับใช้รับแขก ใช้นั่ง ใช้นอนเวลาที่อยากนั่งอยากนอน ส่วนประกอบที่สำคัญของโซฟาก็จะมีตัวโซฟา และตัวเบาะรองนั่ง ตัวโซฟาส่วนใหญ่จะเป็นโครงไม้บุฟองยางให้เกิดความนุ่ม หุ้มด้วยวัสดุต่างๆ แล้วแต่การออกแบบ เช่น หนัง เป็นต้น

และวันนี้ ในบ้าน จะมาแนะนำการทำความสะอาดโซฟาหนังของเพื่อนๆ ชาวเว็บด้วย 11 ขั้นตอน “ทำความสะอาดโซฟาหนัง” เพื่อให้โซฟาของเพื่อนๆ สะอาดเหมือนใหม่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของโซฟาได้อีกด้วย เราไปชมแต่ละขั้นตอนกันได้เลยครับ

1. ดูดฝุ่นให้ทั่วโซฟา

ใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วยกำจัดสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ จากนั้นเช็ดให้ทั่วด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม ขั้นตอนนี้จะทำให้ฝุ่นผงไม่ฝังติดกับหนังขณะคุณทำความสะอาดต่อในขั้นถัดไป ในขณะที่ดูดฝุ่น ระวังชิ้นส่วนทำความสะอาดที่ทำจากพลาสติกด้วยล่ะ เดี๋ยวจะไปข่วนจนหนังเป็นรอยได้

 

2. มองหาจุดที่ต้องได้รับการทำความสะอาดเป็นพิเศษของโซฟา

เพราะในการทำความสะอาดหนังนั้น ยิ่งสัมผัสหนังน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ถ้ามีคราบสกปรกแค่ไม่กี่ที่ ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณนั้นพอและแตะต้องบริเวณอื่นๆ ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับบริเวณที่ยังพอสะอาดอยู่ แค่ใช้ผ้าสะอาดหมาดๆ (อย่าให้ถึงกับชุ่ม) เช็ดก็พอแล้ว

 

3. ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่บิดหมาดเช็ดตรงบริเวณที่มีรอยเปื้อนจางๆ

วิธีนี้เหมาะสำหรับรอยเปื้อนจางๆ ขนาดใหญ่ซึ่งหากใช้น้ำยาสำหรับทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะแล้วจะกินเวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ใช้สบู่จากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีความอ่อนโยนและไม่ประกอบด้วยสารโซเดียมลอริลซัลเฟตหรือสารอื่นๆ ที่ออกฤทธิ์คล้ายคลึงกันเพราะสบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรงอาจทำให้หนังของโซฟาแห้งได้

 

4. ถ้ามีคราบเชื้อราหรือเห็ดราขึ้น สเปรย์น้ำส้มสายชูผสมน้ำฤทธิ์เจือจางลงไปบางๆ

พยายามใช้น้ำส้มสายชูให้น้อยที่สุดและรีบเช็ดเพื่อที่โซฟาจะได้ไม่เปียกชุ่มเกินไป เพราะน้ำส้มสายชูเป็นสารฆ่าเชื้อโรคฤทธิ์อ่อนโยนและสามารถกำจัดคราบเชื้อราได้

 

5. ซื้อน้ำยาทำความสะอาดเครื่องหนังมาใช้กับบริเวณที่เปื้อนคราบหนัก

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะอาจทำลายน้ำมันตามธรรมชาติที่เคลือบบนหนังได้ ยิ่งไปกว่านั้น หนังอาจจะแห้งและแตกได้เลยทีเดียว

 

6. ลองทดสอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดดูก่อน

ทำความสะอาดตรงบริเวณเล็กๆ ที่มองเห็นยากๆ ก่อนแล้วค่อยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั้งโซฟา ดูแลให้โซฟาหนังแห้งสนิทจนทั่วและระวังไม่ให้มีคราบเปื้อนหรือรอยเปลี่ยนสีตกค้าง จากนั้นค่อยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วโซฟา

 

7. ทำความสะอาดด้วยผ้าบิดหมาด

จุ่มผ้าลงไปในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบิดพอหมาด จากนั้นถูเป็นวงกลมลงบนโซฟาหนังด้วยแรงกดปานกลาง เริ่มทำความสะอาดจากบริเวณที่สกปรกน้อยที่สุด (แต่ยังต้องทำความสะอาดอยู่ดี) จากนั้นค่อยขยับไปทำความสะอาดบริเวณที่สกปรกกว่า คราบสกปรกจะได้ไม่กระจาย

 

8. เช็ดคราบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ตกค้างบนโซฟา

ใช้ผ้าสะอาดบิดหมาดเช็ดบริเวณเบาะรองนั่งอีกครั้ง ซักผ้าในน้ำสะอาดหลังจากการเช็ดแต่ละครั้ง รอบนี้ไม่ต้องจุ่มผ้าลงในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแล้วเพราะตอนนี้คุณต้องการล้างคราบของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ออกให้หมด

 

9. กำจัดรอยเปื้อน

ขั้นตอนนี้จะได้ผลหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประเภทและความหนักหนาของรอยเปื้อน รอยเปื้อนที่ฝังแน่นหรือมีสีที่ล้างออกยากอาจจะไม่ยอมถูกขจัดไปโดยง่าย กลับไปทำความสะอาดบริเวณรอยเปื้อนด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังที่ช่วยขจัดคราบหนักและมีฤทธิ์กัดกร่อนอ่อนๆ

 

10. เช็ดโซฟาให้แห้ง

ใช้ผ้าแห้งเช็ดเบาะรองนั่งและเป่าลมที่บริเวณที่ทำความสะอาดเพื่อที่โซฟาหนังจะได้แห้งเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

 

11. เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนัง

หลังจากเช็ดโซฟาหนังจนแห้งหมดแล้ว ทาผลิตภัณฑ์บำรุงหนังเคลือบบางๆ ให้ทั่วโซฟา บำรุงโซฟาหนังให้ชุ่มชื้นเป็นประจำเพื่อที่หนังจะได้ยืดหยุ่นและได้รับการปกป้อง โดยคุณควรทำขั้นตอนนี้อย่างน้อยปีละครั้ง

 

ที่มา : wikihow

Advertisement

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?