เนื้อหาน่าอ่าน

อ่านเรื่องราวน่าสนใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์และการตกแต่งบ้าน

แชร์อุทาหรณ์ “ไฟไหม้ห้องนอนเพราะปลั๊กสามตา” มาพร้อมการรีโนเวทห้องใหม่ที่เรียบง่ายและอบอุ่น

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวเว็บทุกท่าน วันนี้ ในบ้าน จะพาทุกคนไปชมไอเดีย รีโนเวทห้องนอนขนาดเล็ก ที่ไม่ใช่แค่เพียงแบ่งปันไอเดียการตกแต่งห้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอุทาหรณ์สำหรับบ้านที่พ่วงปลั๊กสามตาไว้ตามมุมต่างๆ จนอาจเกิดเป็นอันตรายต่อบ้านและตัวเราเองได้

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านของคุณ Nobi Pu Nobita ที่เล่าว่าบ้านถูกไฟไหม้ เนื่องจากเสียบสายไฟพ่วงกับปลั๊กสามตาเอาไว้ ไฟลุกลามจนทำให้พื้นที่ใช้งานภายในห้องส่วนหนึ่งถูกเผาไหม้ไป จึงได้ตัดสินใจรีโนเวทห้องใหม่ แต่งแต้มด้วยสีฟ้าสดใส มาพร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์แบบครบครัน หากใครอยากทราบรายละเอียดต่างๆ ลองไปติดตามกันเลยค่ะ

 

แชร์อุทาหรณ์“ไฟไหม้ห้องนอนเพราะปลั๊กสามตา”-พร้อมการรีโนเวทห้องใหม่ถูกใจมากจ้า

(โดย Nobi Pu Nobita)

นับเป็นเวลา 1 สัปดาห์นิดๆ กับการผจญภัยมากมาย ที่แปรเปลี่ยนเป็นความระวังที่มากขึ้น และก่อให้เกิดความภูมิใจค่ะ….

 

ขอท้าวความก่อนว่า บ้านจขกท. อยู่กันหลักๆแค่ 3 คน คือ จขกท. น้องสาว ที่นอนห้องชั้นบน และอาม่า ที่เดินได้ไม่สะดวกแล้ว นอนชั้นล่างคนเดียว นะคะ

เมื่อเวลา 03.00 น.ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 57 หลังจากจขกท.เอ็นจอยกับปาร์ตี้วันเกิดส่งท้ายเลข 2 ของเพื่อนเลิฟที่รูทอย่างเมามันส์ ก็บึ่งรถ

แท๊กซี่กลับหมายว่าจะกระโจนลงที่นอนแล้วหลับไปในทันที แต่เมื่อแท๊กซีมาถึงปากซอยบ้านก็ไม่รู้อะไรดลใจขอลงเดิน แค่รู้สึกอยากเดินเข้าบ้านจัง แต่ที่น่าแปลกคือได้กลิ่นเหมือนควันไฟ เหม็นไหม้กำมะถัน รู้สึกใจคอชักไม่ดี สายตาเลยมองไปตามบ้านต่างๆละแวกนั้น กลัวบ้านไหนไฟลุก จะได้โกยแนบได้ทัน เพราะประสบการณ์ชีวิต เจอไฟไหม้บ่อยค่ะที่ละแวกบ้านหลังเก่า ไหม้ที โกยที ^^

..เดินมาจนถึงหน้าบ้านตัวเอง ค่อยโล่งใจ ไม่ได้กลิ่นควันไฟแล้ว ไขประตูเข้าบ้านปกติ หมาอ้วนก็นอนชำเลืองมองปกติ (นี่แกไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยหรอห่ะ!!!) เปิดประตูเช็คอาม่านอนหลับปกติดี ก็เดินขึ้นชั้น 2 ของบ้าน พอเปิดประตูกลางชั้น 2 เท่านั้นแหละ…….!!!!!!!!

รูปนี้ถ่ายตอนดับไฟเสร็จไม่นาน เขม่าและควันยังหนาแน่น โฟกัสจับไม่ได้ และมือก็แอบสั่นด้วยค่ะ

 

ควันทะลักออกมากระแทกหน้า มองอะไรไม่เห็น เอื้อมมือคว้าเปิดสวิตช์ไฟก็ไม่ติด ในหัวกำลังแสดงความคิดเห็นแบบ 4X100 ตัดภาพสลับอย่างรวดเร็ว ….เอาละว่ะ งานเข้า บ้านตรูนี่เองไฟไหม้…. มือซ้ายล้วงไอโฟนเลื่อนเปิดไฟฉาย มือขวาคว้าประตูห้องนอนตัวเอง เปิดผ่างเข้าไป จุดๆนั้นไฟฉายในไอโฟนช่วยไรไม่ได้เลย ไม่ทะลุควันสักนิด มองอะไรไม่เห็น นอกจากดวงไฟที่กำลังลุกต่อหน้าต่อตา ขนาดของไฟไม่สูงมาก น่าจะกำลังเริ่มไหม้ไม่นาน  ……จุดๆนั้นไม่รู้สติมาจากไหน รีบหันตัวกลับออกมาหน้าห้อง คว้าถังดับเพลิงที่พ่อเคยเอามาวางไว้ให้หน้าห้องน้ำ (พ่อจขกท.รอบคอบมากๆ เพราะแถวบ้านหลังเก่าไหม้บ่อย พ่อเลยเตรียมไว้เสมอ เปลี่ยนเคมีข้างในให้ตามเวลา แม้พ่อจะนอนอยู่คนละบ้าน แต่ก็มีถังดับเพลิงมาเตรียมไว้ให้)

ทั้งชีวิตเห็นไฟไหม้มาเป็นสิบครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ได้จับถังดับเพลิง ไม่เคยรู้ว่าใช้ยังไง ตอนพ่อบอกก็ไม่ค่อยฟัง แต่โชคดีว่า เมื่อก่อนหน้านั้นสัก 3 วันได้ เห็นแผ่นป้ายโปสเตอร์ที่หน้าลิฟต์ออฟฟิศ ให้ความรู้เรื่องการใช้ถังดับเพลิงง่ายๆว่า “ดึง ปลด กด ส่าย” ยังอำรุ่นน้องที่เป็นเกย์ว่า นี่มันวิธีเรียกใช้ผู้ชายหนิ (18+นะคะ 555) “ดึง-ผู้ชายเข้ามา ปลด-ให้หมด กด-ลงไป แล้วส่ายยยยย เลยนะ ก็ขำกันไป ฮาน้ำตาเล็ด แต่ใครจะคิดว่า ทั้ง 4 คำนี้จะมาก้องในหัวตอนถือ “ถังดับเพลิง”

 

กลับมาต่อที่เหตุการณ์ตรงหน้า จุดนั้นมองอะไรไม่เห็น มือไม้เป็นไปตามสัญชาตญาณ คว้าถังดับเพลิงมาปุ๊บ “ดึง!!! สลัก” ดึงไป 2 ทีดึงไม่ออก ชิบ- -แล้ว ถ้าดึงไม่ออกนี่จบเห่ แต่พอกระชากแรงๆครั้งที่ 3 ก็หลุดกระเด็น คราวนี้เปลี่ยนมาคว้าด้านบีบข้างบนด้วยมือขวา มือซ้าย “ปลด!!! ปลดสายฉีด” ออกจากตัวถัง จากนั้นวิ่งกลับเข้าห้อง กะๆดูว่าเราชี้สายท่อไปแถวกองไฟ แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้ค่ะ กลัวอยู่เหมือนกัน จากนั้น “กด!!! ด้านบน” บีบให้สารเคมีพุ่งออกไปดับไฟ แล้วก็ “ส่าย!!! สายฉีด” ออกไปตามที่ตาเห็นกองไฟ ….

Advertisement

ไม่กี่ปื๊ดดดดจำไม่ได้ รู้แต่ว่ามองไม่เห็นไฟแล้ว แต่เริ่มสำลักควัน จนไอออกมา เลยวิ่งออกมาหน้าห้อง ตะโกนเรียกน้องสาวที่หลับอยู่อีกห้อง “แกกกกกก ห้องฉันไฟไหม้ แกกกกกก” แว๊บเดียวน้องเปิดประตูออกมา เลยรีบบอกน้องว่า “หาผ้ามาเร็ว ชุบน้ำ ไว้หายใจ วิ่งก้มต่ำไว้” น้องสาววิ่งเข้าห้องน้ำหยิบผ้าขนหนูชับน้ำมาให้ ตอนนั้นจขกท.ไอตลอด ไอไม่หยุด แต่ก็ยังบอกน้องสาวว่า ให้ลงไปดูอาม่า อย่าปลุกนะ คิดว่าไฟดับแล้วเดี๊ยวอาม่าตกใจ แล้วรีบไปเปิดประตูใหญ่หน้าบ้านด้วย จะรีบโทรตามพ่อมา

 

จขกท.วิ่งกลับเข้าไปดูในห้อง มองไม่เห็นดวงไฟแล้ว รีบกดโทรศัพท์หาพ่อ บอกพ่อว่า ห้องนอนไฟไหม้ ให้พ่อรีบมา พ่อนั่งวินมาเลย ดีที่บ้าน 2 หลังไม่ไกลกันมาก ระกว่างนั้น จขกท.รีบระบายควัน สัญชาตญาณกับสติล้วนๆ กระชากผ้าม่านออก ผลักหน้าต่างเปิดให้โล่ง ตอนนั้นสวิตช์ไฟชั้นบน ที่ห้องนอนจขกท.และห้องน้ำมีเบรคเกอร์ตัดไปแล้ว แต่ไฟห้องน้องสาวและน้องชายยังติดอยู่ เปิดไฟห้องน้อง เพื่อให้มองเห็นได้ลางๆ เอาพัดลมเปิดจากชั้นล่างเสยขึ้นมาทางบันได ไล่ควันออก

พ่อมาถึงก็เข้าไปดูที่ห้องด้วยกัน สภาพเยินมาก จุดที่ไฟลุกไม่มากนัก ดูเหมือนว่ากำลังจะติดผ้าม่าน แต่ดีที่เป็นผ้าม่านที่หดตัวเวลาโดนความร้อน เลยยังไม่ติดไฟ รอบๆทั้งห้องเป็นเขม่าควันและเคมีดับเพลิงทั้งหมด สภาพดูไม่ได้เลย ค่อยๆยกโต๊ะที่มีปัญหาไฟลุกออก ลงไปที่สนามหน้าบ้าน เอาน้ำฉีดดับความร้อน บอกทุกๆคนว่าขอให้เงียบที่สุด เพราะไม่อยากให้อาม่าตกใจตื่น

เมื่อเขี่ยดูซากที่เหลืออยู่เห็นว่า ปลั๊กสามตาละลายหายเกลี้ยงเป็นซากติดกับโต๊ะไปแล้ว ส่วน Power Bank ที่จขกท.วางไว้ใกล้ๆ กำลังโดนไฟเผาไหม้ละลายไปครึ่งก้อน ส่วนพวกสายไฟต่างๆ บรรดาที่ชาร์ตแบตทุกประเภทเรียบเป็นผุยผง กล่องWIFIละลายไปครึ่งกล่อง

 

จุดๆนั้นต้องลากเก้าอี้ออกมานั่งมอง ขาแข้งอ่อนแรงแล้ว นั่งไตร่ตรองดู เห็นว่าจะเป็นที่ปลั๊กสามตาไม่ต้องสงสัย เพราะละลายหายเกลี้ยงหมด ตอนที่ออกจากบ้านเสียบปลั๊กWIFIทิ้งไว้ ซึ่งปกติตอนกลางคืนก็เสียบไว้อยู่แล้ว นอกจากตอนออกจากบ้านกลางวันถึงจะดึงปลั๊กออก

น้องสาวเดินมาบอกว่า ให้ไปล้างหน้าเถอะ สภาพดูไม่ได้เลย ถึงก้มลงมามองผ้าเปียกในมือ เป็นคราบดำๆรอยรูจมูก แสดงว่าเขม่าควันไฟเกาะเต็มจมูกเลย แคะออกมาดำปิ๊ดปี๊ เลยไปเข้าห้องน้ำชั้นล่าง ล้างๆแต่ไม่ออก หน้าดำฝุดๆ

และแล้วอาม่าก็เปิดประตูออกมาจากห้อง พูดว่าอาม่าได้กลิ่นไฟไหม้ เรา3คนพ่อลูกมองหน้ากัน จุดๆนั้นโกหกไม่รอดแน่ หลักฐานเต็มหน้าทั้ง 3 คน จขกท.เลยเดินเข้าไปบอกว่า “อาม่าใจเย็นๆนะ ไม่มีอะไรแล้ว ข้างบนห้องนอนไฟไหม้นิดหน่อย” อาม่าตกใจมากหน้าซีด แกรีบตรงดิ่งไปห้องน้ำ (เดินคล่องขึ้นมาเลย 555) ลงไปนั่งกับโถ น้ำตาอาม่าไหล ร้องเบะเลย T_T จขกท.เข้าไปกอด แกตกใจมากจนรู้สึกว่าต้องถ่ายทันที ทำให้รีบเดินเข้าห้องน้ำ ก็ได้แต่ปลอบไปว่า ปลอดภัยดีแล้วนะ ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ทุกคนปลอดภัยดี

จขกท.ให้น้องสาวดูแล พาม่ากลับเข้าห้องนอน จากนั้นขึ้นไปดูห้องอีกครั้ง ทุกอย่างสงบแล้วเลยให้พ่อกลับบ้านได้ ตอนนั้นเป็นเวลาตี 5 นิดๆได้แล้ว จขกท.ยังกลับมานั่งมองซาก ก่อนไปอาบน้ำ และลงมาปูพื้นนอนในห้องอาม่า และตื่นขึ้นมาเริ่มเคลียร์ทุกอย่าง ….ขอฝากไว้ตรงนี้ก่อนว่า จขกท.ไม่ได้ใช้ปลั๊กสามตราแบบราคาถูก แต่ก็ยังเกิดเรื่องได้ ตอนนี้กลายเป็นคนกลัวไฟ กลัวปลั๊กไปแล้ว

 

สิ่งสำคัญที่คิดว่าทำให้ผ่านมาได้ คือ “สติ” ส่วนหนึ่ง (ไม่วิ่งตกใจตื่น) “ความพร้อม” ส่วนหนึ่ง (พร้อมจากที่พ่อเตรียมถังดับเพลิงไว้) “ความรู้รอบตัว” ส่วนหนึ่ง …..สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นได้ … เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ดี ที่ไม่อยากให้เกิด แต่ก็มองว่ามีส่วนดี จขกท.ได้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ ที่เกือบเอาคนทั้งบ้านเป็นเดิมพัน…ทุกคนที่รู้ข่าว บอกว่า จขกท.โชคดีเหลือเกินที่กลับมาทัน และมีสติดับไฟสำเร็จ จขกท.ก็คิดแบบนั้น ไม่ว่าอะไรจะดลใจก็ตาม เพราะปกติเที่ยวกลางคืนจะกลับสว่าง วันนั้นอยากกลับเร็วขึ้นมาดื้อๆ ก่อนออกจากบ้านก็จัดโต๊ะ ขยับออกห่างจากผ้าม่านเล็กน้อย เพราะแค่รู้สึกว่าชิดไปไม่สวย แต่ทั้งหมดก็ช่วยจขกท.เอาไว้….

ต่อเลยนะคะ…. จขกท.ล้มตัวนอน หลับสนิท แต่ก็ตื่นขึ้นตอน 7 โมงเช้า เท่ากับนอนไปแค่ชั่วโมงนิดๆ ตาสว่าง เดินขึ้นไปดูบนห้อง สภาพเยินๆชัดเจนกว่าตอนไม่มีแสงเยอะเลย ไม่มีจุดไหนในห้องที่ไม่ถูกเคลือบไปด้วยเขม่าควันไฟและสารเคมี ขยับผ้าห่มบนเตียงออกไป พอให้เหลือที่นั่งได้ แม้กระทั่งเสื้อผ้าในตู้ที่ปิดอยู่ ยังเต็มไปด้วยเขม่าเคลือบไว้ จขกท.นั่งมองรอบๆห้องตัวเองนานเท่าไหร่ไม่รู้ กลืนน้ำลายไม่ลง เหนียวคอไปหมด ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน … เลยเริ่มจากถ่ายภาพไว้ก่อน

 

จากนั้นเริ่มลุกขึ้นตั้งใจจะเก็บห้องเก็บของ อันดับเอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูเขม่าที่พื้นก่อน หนาเป็นเซ็นๆ ดูดได้สักชั่วโมง เครื่องดูดฝุ่นพังคามือเลย 5555 เปลี่ยนเป็นโกย แต่จะกวาดไม่ได้ เดวฟุ้ง จขกท.แพ้ฝุ่น ต้องเอาผ้าปิดปากจมูกไว้ 2 ชั้นแต่เหมือนไม่รอด แกะดูตอนหลังเห็นเป็นรอยรูจมูกดำๆตรงผ้าที่ปิด จากนั้นเอาถังน้ำผสมเดทตอล เตรียมไว้ 2 ถัง ผ้าเปียก ผ้าแห้ง เช็ดพื้นออกไปลางๆก่อน

และเอาถุงดำ แบ่งเป็นหลายๆถุง ถุงของใช้ได้ จะมัดด้วยเส้นพลาสติกสีเขียว ถุงของบริจาค จะมัดด้วยพลาสติกสีเหลือง และถุงของทิ้ง จะมัดด้วยพลาสติกที่แดง และผ้าที่ต้องซัก มัดด้วยพลากสติกสีขาว พอเช็ดแล้วจะเลือกดูว่าใส่ถุงไหน ของต่างๆถูกจัดแบ่ง และเช็ดล้าง เอาไปวางตรงโถงกลางบ้านก่อน ใช้เวลาเก็บกวาดตรงนี้ 2 วัน คือตลอดวันอาทิตย์ และวันจันทร์ ในช่วงนั้น เสื้อผ้าไม่มีใส่เลย เหลือแค่บ็อกเซอร์กับเสื้อแจกต่างๆ ที่อยู่ในถุงและไม่โดนเขม่าควัน บรรดาอันเดอร์แวร์ต้องซื้อใหม่มาใส่ก่อน เพราะของเดิมซักใหม่ทั้งหมด คลุกเขม่าอยู่เต็มๆ 2 วัน กินแทบไม่กิน นอนแทบไม่นอน ทำให้มากที่สุด เพราะรับสภาพที่เห็นไม่ได้จริงๆ

 

ปรึกษาพ่อ ได้ความว่าอนุมัติทำห้องนอนใหม่ เพราะรอบๆห้องเต็มไปด้วยคราบดำ ที่มาจากเขม่าควัน เกาะเต็มกำแพง และฝ้าเพดาน ที่จริงจขกท.อยากทำห้องใหม่มานานแล้ว แต่ติดขัดหลายอย่างมาก จนทำใจไปก่อน นอนห้องนี้มา 13 ปีพอดี ….

วันอังคารที่ 5 กลับมาทำงาน ใส่เสื้อผ้าสุดโทรม เหลือแค่ไหนแค่นั้น เดินเหม็นเขม่าควันตลอด ^^ เคลียร์งานกลับบ้านสลบ เพราะนอนน้อยสะสม เท่ากับวันอังคารไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากเดินขึ้นไปนั่งดูเฉยๆ วางเลย์เอาท์ไว้ในหัวว่า จะจัดห้องยังไงดี ตั้งใจว่าอยากให้ห้องนอนเป็นห้องที่โล่ง จะเป็นห้องนอนจริงๆ แสงไฟไม่ต้องสว่างไม่ชอบให้แยงตา ปลั๊กไฟไปไกลๆเลยไม่ให้อยู่ใกล้เตียงแล้ว และจะทำปลั๊กไฟไว้เยอะๆจะได้ไม่ต้องใช้ปลั๊กพ่วง ที่สำคัญก็ห้องต้องเป็นสีเทอร์ควอยซ์ ^^

จขกท.อยากได้ห้องแบบนี้ นอนฝันดี บุ๋ยๆ

 

วันพุธ-พฤหัส ไปทำงานแถวบางนา เลิกงานทุ่มกว่าๆ รีบบึ่งไปเมกะ เดินอิเกียกับโฮมโปรจนห้างปิดทุกวัน เล็งไว้ว่าจะต้องซื้ออะไรบ้างที่จำเป็นก่อน … แล้วคืนวันศุกร์ไปซื้อของที่ต้องใช้ทันที ผสมสี 2 สีเพิ่มสร้างมิติให้กับห้อง น้องพนักงานหน้าหล่อแนะนำว่าจะต้องซื้ออะไรเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วเอามาใช้จริงเหลือทั้งนั้น -“- ซื้อหลอดไฟ โคมไฟ และจิปาถะที่จำเป็นต้องใช้ก่อน จุดๆนี้งบบานปลาย ไม่เคยรู้เลยว่าการหาหลอดไฟยากขนาดนี้ 555 การตัดสินใจเลือกสีห้องยากมาก อารมณ์ประมาณว่า เลือกผิด ชีวิตเปลี่ยน อิอิ

 

จัดไป 2 สี 7441 กับ 7448

 

 

ช่วงเช้าของวันศุกร์ พ่อให้ช่างแอร์มาล้างแอร์ก่อน ล้างใหม่ทั้งหมดในแอร์ เพราะเขม่ามันเข้าไปเกาะด้วย และพ่อก็นัดช่างไฟกับช่างสีมาให้เริ่มเดินเครื่องวันเสาร์

10 โมงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ประเดิมเริ่มทำห้องทันที จขกท.อาสาเป็นลูกมือ เพราะช่างทั้ง 2 คนก็เป็นคนที่พอจะรู้จักกันแถวบ้านอยู่แล้ว นอกจากได้ดูแลงานไปด้วยแล้ว ยังได้หัดทาสี หัดงานช่างไฟนิดหน่อยๆ ดีมากๆเลยค่ะ ช่างไฟสอนว่า “กับฟืนไฟไว้ใจไม่ได้ รู้ไม่รู้ว่ามีไฟหรือไม่ก็ตาม ให้คิดว่า “มี” ไว้ก่อน” เค้าบอกว่านี่คือหัวใจของช่างไฟ ^^

 

ลงมือ 1 วันเต็มๆยังไม่เสร็จดีค่ะ ไฟเสร็จราว 50% ส่วนสีเสร็จ 70% ได้ ปรับเปลี่ยนกันไปตามสถานการณ์ตรงหน้าตลอดเวลาค่ะ พอวันอาทิตย์ ช่างมีธุระทั้ง 2 คนเลยขอหยุดค้างไว้ก่อน และกลับมาทำต่อให้เสร็จเมื่อเย็นวันจันทร์นี้เองค่ะ

 

คืนนั้น จขกท.อดใจไม่ไหว ขอนอนเลยค่ะ น้องๆบอกว่าเหม็นสีก็ไม่สน เพราะจขกท.ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย 555 กลายเป็นกลิ่นหอมไปแล้ว จมูกเพี้ยนละ  เข้าไปนอนมา 1 คืนทั้งๆที่ยังไม่มีผ้าม่าน รู้สึกตัวเองเป็นหลินฮุ่ย รอบๆบ้านเห็นทุกอากัปกริยาในห้องเลย 5555 ข้อดีคือนั่งมองเห็นพระจันทร์จากริมหน้าต่าง รอเก็บตังค์ติดผ้าม่านค่ะ ให้ช่างตีราคามาลมจะจับ อยากได้ม่านสีน้ำตาลชอคโกแลต สูงตั้งแต่เพดานลงถึงฟื้นปิดหน้าต่างทุกบานค่ะ แอบสงสัยมาตลอดว่า เจ้าของบ้านคนเก่าของหน้าต่างมากเลยหรอ หรือซื้อหน้าต่างมาเกิน เลยยัดไว้ในห้องนอนห้องเดียว 9 บาน -“-

สุดท้ายค่ะ ได้ห้องนอนใหม่ ถูกใจทุกอย่าง แต่ยังขาดผ้าม่าน กับเฟอร์เข้าชุดเท่านั้นเอง ซึ่งปรึกษากระเป๋าตังค์แล้ว น้องเป๋าบอกให้ใจเยนๆรอไปก่อนค่ะ T_T

 

จขกท.เอาปลั๊กไฟต่างๆไปไว้ตรงขอบโน้นหมดเลยค่ะ ใส่ตัวคุมปลั๊กทุกตัว ที่เสียบเพียบ ไม่สนใจปลั๊กพ่วงแล้ว

 

ชอบห้องนอนมืดๆค่ะ ไม่อยากให้ไฟแยงตา

.

 

จากนี้ก็สะสมกะตังค์ไปค่ะ อยากได้ผ้าม่านยาวๆ อยากได้เฟอร์นิเจอร์สีขาว อยากได้ของแต่งห้องอีกเพียบ ตอนนี้เก็บของเดิมเข้าห้องก่อน

ขอบคุณมากๆนะคะที่ติดตาม….. อุทาหรณ์ฝากไว้นะคะ เรื่องปลั๊กสามตา น่าเป็นห่วง และถังดับเพลิง ควรมีติดบ้านไว้เลยนะคะ^^

ที่มา : Nobi Pu Nobita

Dao Naibann

View all posts by Dao Naibann

รวบรวมงานเขียนที่มากไปด้วยสาระมาไว้ในเว็บไซต์ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียตกแต่งบ้าน รวมไปถึงผลงานทางสถาปัตยกรรมทั้งจากไทยและต่างประเทศ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนนะคะ :)

คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับโครงการนี้....

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...