อากาศร้อนๆ แบบนี้ หากได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เย็น คงจะช่วยดับกระหายได้ดีทีเดียว

สำหรับวันนี้เมนูเครื่องดื่ม “น้ำสมุนไพรแก้ร้อนใน” ที่ ครัวในบ้าน  จะพาเพื่อนๆ ไปชมนั้น เป็นสูตรจากคุณ กัมบอล ประกอบไปด้วย น้ำกระเจี๊ยบใส่พุทราจีน น้ำเก๊กฮวย และ น้ำสมุนไพรสูตรเด็ด ที่มีส่วนผสมของเก๋ากี้และดอกเก๊กฮวย แค่ได้ยินชื่อวัตถุดิบก็พอจะรู้แล้วว่าต้องดับความกระหายน้ำได้ดีแน่นอน หรือจะเอาไปถวายพระเป็นน้ำปานะก็ยังได้ค่ะ

 

แจก 4 สูตรเครื่องดื่ม “น้ำสมุนไพรแก้ร้อนใน” ดับกระหายในหน้าร้อน นำไปถวายพระเป็นน้ำปานะก็ได้

(สาธิตวิธีทำโดย กัมบอล)

1. เมนูเครื่องดื่มกระเจี๊ยบพุทราจีน

วัตถุดิบ

1. กระเจี๊ยบแดง

2. พุทราจีน

3. น้ำตาลกรวด

4. น้ำตาลทราย

 

วิธีทำ

1. ล้างแก้วขวดให้สะอาด (ร้อนๆแบบนี้นำขวดไปตากแดดได้เลย)

 

2. ต้มน้ำกระเจี๊ยบแดงพุทราจีนในสัดส่วนเท่าๆ กัน ใส่น้ำตาลกรวดและน้ำตาลทราย (เคล็ดลับ** อย่าชิมตอนร้อนๆ  เพราะจะรู้สึกไม่หวาน ให้ชิมตอนน้ำกระเจี๊ยบแดงพุทราจีนเย็นสนิท ตักใส่ช้อนแล้วเป่าให้เย็น ถ้ายังรู้สึกไม่หวานค่อยเติมน้ำตาลเพิ่ม แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่าน)

 

3. พอขวดแห้งดีแล้วนำน้ำกระเจี๊ยบแดงพุทราจีนกรอกใส่ขวด

 

4. พร้อมรับประทาน

 

2. เมนูเครื่องดื่มน้ำเก๊กฮวยต้ม

วัตถุดิบ

1. ดอกเก๊กฮวย (เลือกดอกใหญ่ๆ สีสดๆ อย่าให้มีเศษผง เพราะนั่นคือของเก่าเก็บ บางร้านถ้าเขาห่อกระดาษไว้แล้วขอให้ทางร้านเปิดให้ดู ร้านยาจีนบางร้านชอบเอาของเก่ามาขายให้)

2. น้ำตาลกรวด

3. น้ำตาลทราย

 

วิธีทำ

1. ต้มน้ำดอกเก๊กฮวย (จะไม่ใช้แค่น้ำตาลทรายอย่างเดียว เพราะมันจะหวานแหลม ต้องใส่น้ำตาลกรวดด้วย)

 

2. รอขวดแห้งแล้วกรอกใส่เก็บไว้ได้เลย

 

3. เมนูเครื่องดื่มน้ำรากบัว

วัตถุดิบ

1. รากบัว

 

วิธีทำ

1. ต้มน้ำรากบัว (น้ำรากบัวจะใช้เวลาต้มนานมาก ใช้เตาถ่านต้มก็ได้ ที่ต้มนานเพราะกว่ามันจะออกสีให้)

 

2. ใช้เวลาในการต้มหลายชั่วโมง พอต้มเสร็จล้างขวด รอขวดให้แห้งแล้วกรอกใส่

 

4. เมนูเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรสูตรเด็ด ใส่เก๋ากี้ ดอกเก๊กฮวย พุทราจีน  

วัตถุดิบ

1. เก๋ากี้ 50 กรัม

2. ดอกเก๊กฮวย 50 กรัม

3. พุทราจีน 100 กรัม

4. น้ำตาลกรวด 200 กรัม

 

วิธีทำ

1. ต้มในน้ำกรองสะอาด

2. ต้มลงในหม้อเบอร์ 26 ใส่น้ำลงไป 3/4 ของหม้อ

3. ต้มแล้วก็กรอกน้ำใส่ขวด แช่ตู้เย็น เก็บไว้กินต่างน้ำ

 

***เอาพุทราจีนที่ต้มแล้ว และเก๋ากี้มาใส่ลงในสลัดกินต่อได้***

 

ที่มา : กัมบอล

Advertisement

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?