ไปดูวิธีจัดการ “ปัญหาน้ำเน่าเสียในเมือง” ด้วย “ตาข่ายดักขยะ” วิธีการง่ายๆ แต่ประสิทธิภาพสูงมาก

“น้ำเน่าเสีย” เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งสร้างมลภาวะที่กระทบต่อสุขภาพให้กับผู้ที่อยู่อาศัยใกล้กับแหล่งน้ำนั้นๆ ซึ่งเราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุสำคัญของน้ำเน่าเสียนั้นก็มาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์นั่นเอง ที่ก่อให้เกิดขยะทั้งที่ย่อยสลายได้ และย่อยสลายไม่ได้ถูกทิ้งลงไปในแหล่งน้ำ จนทำให้เกิดเป็นปัญหานี้ขึ้นมา

วันนี้ ในบ้าน จะพาเพื่อนๆ ไปดูวิธีการจัดการปัญหาน้ำเน่าเสียจากขยะจากประเทศออสเตรเลีย ที่สามารถจัดการกับขยะที่อยู่ในแม่น้ำลำคลองได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ “ตาข่ายดักขยะ” เป็นวิธีที่ง่าย สามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกที่ จะมีวิธีการอย่างไรนั้น เราไปชมกันได้เลยครับ

 

ในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว (2018) เจ้าหน้าที่จากเมือง Kwinana แห่งประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการติดตั้งระบบกรองน้ำแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเสีย โดยระบบนี้เป็นระบบที่สร้างขึ้นได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจจากรัฐบาลออสเตรเลีย และประชาชนทั่วไป

 

ระบบกรองน้ำเสียนี้สร้างขึ้นจาก ตาข่ายขนาดใหญ่ โดยถูกครอบถูกด้านนอกของท่อระบายน้ำเพื่อช่วยดักจับเศษขยะต่างๆ ที่ลอยมากับน้ำ

.

 

ท่อระบายน้ำเหล่านี้เป็นท่อระบายน้ำเสียที่ต่อมาจากแหล่งชุมชน โดยจะระบายน้ำต่อไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเดิมทีนั้นเศษขยะต่างๆ ที่ไม่ถูกดักจับก็อาจจะสร้างปัญหากับแหล่งน้ำธรรมชาติภายนอกได้ ทั้งยังสร้างปัญหาอุดตันกับท่อระบายน้ำอีกด้วย

Advertisement

.

 

เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทดลองติดตั้งตาข่ายกับท่อระบายน้ำจำนวนสองท่อ ผลปรากฏว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ระบบจัดการขยะด้วยตาข่ายระบบนี้ สามารถดักจับขยะได้ถึงเกือบ 400 กิโลกรัม

.

 

ดังนั้น จึงมีการตัดสินใจจากหน่วยงานท้องถิ่นในการติดตั้งระบบนี้ในระบบระบายน้ำทั่วเมือง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบต่อครั้งราว 10,000 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 230,000 บาท แต่ถ้ามองถึงการจัดการกับปัญหาในระยะยาวแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก

.

 

เมื่อตาข่ายดักจับขยะได้จนเต็ม มันจะถูกยกขึ้นใส่รถบรรทุกเพื่อส่งต่อไปยังศูนย์ขัดแยกขยะ เพื่อคัดแยกขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ และขยะที่ต้องถูกกำจัดในขั้นตอนต่อไป

 

จากนั้นตาข่ายก็จะถูกนำมาติดตั้งไว้เช่นเดิม เพื่อทำหน้าที่ในการดักจับขยะต่อไป

 

ระบบการจัดการปัญหาน้ำเน่าเสียแบบใหม่นี้ได้พิสูจน์แล้วว่าวิธีง่ายๆ เช่นนี้ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก ซึ่งก็น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยได้ด้วยนะครับ

ที่มา : beyondblindfoldkwinana.wa.gov.au

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...