รีวิว “แต่งบ้านแนวมินิมอล” อบอุ่น เรียบง่าย ภายใต้บรรยากาศสีขาวแสนอ่อนโยน

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาไอเดียในการตกแต่งห้อง บ้าน หรือคอนโดมิเนียมกันอยู่นั้น การตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอล ก็เป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเป็นการตกแต่งที่ให้บรรยากาศที่เรียบง่าย สบายตา เพื่อสร้างบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย

และวันนี้ ในบ้าน ก็มีรีวิวการตกแต่งบ้านด้วยสไตล์นี้ โดยเป็นการประยุกต์ใช้เฟอร์นิเจอร์ในราคาประหยัดมาใช้ในการตกแต่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็น การตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ด้วยงบประมาณที่เอื้อมถึง! โดยเป็นรีวิวจากคุณ MHEESKA ลองไปชมกันได้เลยครับ

 

อยากมีบ้านแบบมูจิ แต่งบอยู่แค่อีเกีย ผลออกมาเป็นยังไง มาดูกันค่ะ ^^

(โดยคุณ MHEESKA)

วันนี้ผ่านมาหลายปี ชีวิตเดินหน้ามาไกลขึ้น มีคนเคียงข้างและพร้อมจะสร้างครอบครัวไปด้วยกัน เลยตัดสินใจซื้อคอนโด 1 ห้องไว้เพื่อเริ่มต้นบทบาทชีวิตใหม่ค่ะ

 

เพื่อป้องกันการดราม่า ขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิกไม่ดราม่าตามหัวข้อดังนี้นะคะ ><“

1. เฟอร์ฯ อีเกีย ไม่เห็นดีเลย ห่วย แพงก็แพง เฟอร์ฯ อีเกีย เป็นเฟอร์ฯ ที่สามารถประกอบด้วยตนเองได้ ฉะนั้นอาจจะมีบางอย่างที่มีอายุขัยการใช้งานสั้นกว่าเฟอร์ฯ ยี่ห้ออื่นๆ แต่อันนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วย บางคนคาดหวังว่าจะต้องใช้งานหนักได้ อยู่ทนไปตลอดชีวิต ฯลฯ สำหรับเรา เราโอเคกับเงื่อนไขของเฟอร์ฯ อีเกียในเรื่องนี้ค่ะ

2. เลี้ยงแมวในคอนโด ขอยอมรับไว้ ณ ตรงนี้เลยค่ะ ว่าเราผิดกฏของพื้นที่คอนโดส่วนรวม ถึงแม้ว่านิติบุคคลจะไม่ได้เคร่งครัดในส่วนตรงนี้ เพราะมีหลายห้องก็มีสัตว์เลี้ยง แต่เราก็พยายามอยู่อาศัยอย่างไม่ให้รบกวนผู้อื่น เช่น ไม่เคยปล่อยแมวออกไปนอกห้อง ทำความสะอาดห้องทุกวันเพื่อหมดปัญหาเรื่องกลิ่น/ความสะอาด

และบริเวณรอบๆ ห้อง ทิ้งมูลสัตว์นอกพื้นที่ของคอนโด และหากว่าสัตว์เลี้ยงของเรามีปัญหาต่อลูกบ้านคนอื่น เราก็มีแผนสำรองสำหรับกรณีไว้แล้วค่ะ (คือย้ายแมวกลับไปอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ทิ้งนะ)

หากใครที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป สามารถ Discuss กันได้ค่ะ แต่อยากให้กระทู้นี้มีเป้าหมายหลักคือการแชร์ไอเดียในการตกแต่งห้องและจัดเก็บสิ่งของมากกว่านะคะ

 

มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

เราชอบแบรนด์ญี่ปุ่นมากค่ะ โดยเฉพาะ Muji เราเดินร้านนี้บ่อยมาก และก็รู้สึกว่าของแพงจัง เคยฝันไว้ว่า ถ้าจะมีบ้าน ต้องมีให้ได้สไตล์นี้ แต่สวนทางกับงบและพฤติกรรมการสะสมของนิดหน่อย ชีวิตคนเราไม่สามารถคุมโทนขนาดนั้นได้หรอกค่ะ Muji มีแนวคิดของ Zen ใช้เท่าที่เพียงพอ

ส่วนเรามีแนวคิดของ เซน หลอกเล่นๆ บางทีเราก็ต้องมีของใช้บางอย่างที่สีโดดออกมาจากการคุมโทนในชีวิต เช่น สีชมพู สีเขียว สีเหลือง ต่อให้ซื้อเฟอร์ฯ ทั้งห้องเป็นสีขาว ยังไงก็ต้องมีบางอย่างที่แคร็กกับภาพรวมของห้องไปบ้าง
เราเลยพยายามคุมโทนให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ซื้อในชีวิต 70% เป็นสีขาว/เบจ/น้ำตาล ค่ะ ส่วนสีอื่นๆ ก็ซื้อได้ เพื่อเป็นการคุมโทนแบบมีความสุขในชีวิตบ้าง

 

ซื้อคอนโด

เป็นคนของเยอะ ก็ต้องเลือกซื้อห้องใหญ่หน่อยค่ะ รวมถึงอนาคตน่าจะมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้นด้วย เลยมองหาคอนโดที่มีคุณสมบัติดังนี้
1. พื้นที่ 60 ตร.ม. ขึ้นไป และมี 2 ห้องนอน

2. เป็นคอนโด Low Rise มีพื้นที่จอดรถมากกว่า 50%

3. นิติบุคคลของคอนโด ต้องไม่มีประวัติ หรือประวัติน้อยมาก ในด้านลบ จากการ Search ใน Google

4.ส่วนกลางไม่ซีเรียส แต่ถ้ามีฟิตเนสหรือสระว่ายน้ำก็จะมีความสุขหน่อย

5. งบประมาณมีระดับนึง มีเงินสดส่วนนึง และหากต้องกู้เพิ่มก็สามารถกู้ร่วมได้

จนสุดท้ายมาจบที่คอนโดนึงค่ะ เป็นคอนโดในฝันที่ตามหาเลย เจ้าของอ้างว่าเป็นห้องมือ 1 เพราะยังเป็นชื่อของโครงการอยู่ แต่จากร่องรอยต่างๆ แล้ว เราเดาว่าน่าจะเคยมีคนอยู่ อาจจะตัวเจ้าของเอง หรือไม่ก็เคยปล่อยเช่า แต่เราไม่ซีเรียสค่ะ เพราะห้องนี้มีทุกอย่างครบอย่างที่เราต้องการ และเป็นห้อง Duplex แบบ 2 ห้องนอนด้วย!

เพราะอำนาจเงินสด ไม่ต้องไปลุ้นกู้ เราเลยได้ห้องนี้มาในราคาที่ค่อนข้างถูกมาก และต่อรองได้ส่วนลดมาส่วนนึงค่ะ
อันนี้คือภาพ ณ วันที่เซ็นสัญญารับห้องเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็จะมารีโนเวทตามสภาพค่ะ

 

ส่วนที่ไม่ชอบของห้องนี้

1. สีพื้นลามิเนต เข้มไป ไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่เล็งไว้

2. ตึกมีปัญหาความชื้น ซึ่งคุยกับวิศวกรและสถาปนิกแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องจะพอแก้ปัญหาได้

3. ไม่มีประตูกั้นระหว่างครัว – พื้นที่ส่วนกลางของห้อง

4. ราวบันได เชยมากจ้า

 

เราก็เริ่มติดต่อผู้รับเหมาจากเพื่อนที่รู้จักกันเพื่อเข้ามารีโนเวทห้องค่ะ เริ่มจากการเลือกพื้น ด้วยความที่เรารู้ตัวอยู่แล้วว่างบการแต่งห้องจะอยู่ที่เฟอร์อีเกียเป็นส่วนใหญ่ จึงเลือกกระเบื้องสีพื้นอ่อนๆ เป็นหลักไว้ก่อน

 

หาอยู่นานค่ะ แต่ก็มาลงตัวที่กระเบื้องของ Sosuco สี Silkwood ในรูปคือ ร้านไม่มีตัวอย่างภาพการปู เลยลองปูดูเอง เออ…ก็พอได้ งั้นเอาอันนี้แหละ นอกจากการรื้อพื้นปูใหม่ ก็มีเรื่องของการเติมพื้นที่มุมเสาด้วยไม้อัดในห้องค่ะ เพื่อปิดไม่ให้เป็นที่เก็บฝุ่น

 

ระหว่างนั้นก็ไม่ทำอะไรค่ะ นอกจากเดินอีเกียรัวๆ เดินทุกสัปดาห์ติดกันประมาณ 2 เดือนได้

 

ใบโพย ที่ถ้าหายตอนนั้นคงร้องไห้แน่ วัดห้องตั้งนาน หลังจากมอบงานให้ช่างไป กลับมาดูกระเบื้องที่รื้อและปูใหม่อีกครั้ง อ่ะ สวยงามตามท้องเรื่องจ้า

Tips : การเลือกสีทาห้องเป็นสีขาวสะอาดตา ทำให้ไม่เบื่อเร็ว ถ้าเลือกสีห้องเป็นสีอื่นๆ เราอาจจะเบื่อสีนั้นก็ได้ค่ะ และที่สำคัญ สีขาวคือสีหลักของการคุมโทน ใครชอบห้องโทนอบอุ่น สีขาวเท่านั้นนะคะ ของเราเลือกสี White on White ค่ะ

 

บานเลื่อนไม้ที่ตั้งใจจะทำเพื่อกั้นโซนระหว่างครัวและห้องนั่งเล่น เราหา ref. ที่ดีไม่ได้เลย เลยขึ้น Mock-up ในคอม แล้วส่งต่อให้ผู้รับเหมา (ขึ้นโครงแบบโง่ๆ เลย) แต่ก็ออกมาสวยงามอย่างที่อยากได้เป๊ะ

ส่วนบันไดก็เช่นกัน หา ref. คร่าวๆ จากพินเทอเรส ส่งแบบไปแล้วก็ออกมาเป็นอย่างที่คิดเลยค่ะ

 

การคุมโทน สีหลักที่เราเลือกคือ สีขาว สีรองคือ สีไม้ และคู่สีที่เลือกใช้หากจะต้องแคร็กสีห้องจริงๆ คือ สีเหลือง/สีอื่นๆ แต่อยู่ในโทนเอิร์ธโทน ค่ะ

Tips : มีความสุขกับชีวิต เลือกคุมโทนแต่พอดีนะคะ ช่วงแรกเราก็แย่อยู่เหมือนกัน

 

มุมนั่งเล่น

99% ในภาพเป็นของอีเกียหมดเลยค่ะ ยกเว้นของตกแต่ง ราคาเท่าที่จำได้นะคะ

โซฟา 14,000

ชั้นวางของ 3,500

โต๊ะกลาง 790

เก้าอี้โยก 1,500

โต๊ะข้าง 1,000

ตรงนี้จะเห็นได้ว่า เราเริ่มคุมจากสีไม้และสีเบจเป็นหลักค่ะ เพราะเป็นพื้นที่ๆ ใช้อยู่นานที่สุดของวัน เน้นโทนสีสบายตา มากกว่าสีเข้ม เพื่อความญี่ปุ่นค่ะ

 

ส่วนด้านทีวี ก็เลือกที่จะแขวนทีวีติดผนังไว้เลยค่ะ เพราะถ้าวางตั้งไว้ แมวเตะล้มแน่ๆ โต๊ะหน้าทีวี IKEA – BESTA (เบสตัว) แบบออกแบบเอง ราคาประมาณ 10,000 ค่ะ

 

เขยิบมาอีกนิด จะเจอชั้นวางของจัดระเบียบ IKEA – IVAR ซึ่งสามารถ Customize ได้เช่นกัน ตรงนี้เราวางแผนไว้แล้วว่าอยากได้ชั้นวางของประมาณนี้ เพราะเสียดายพื้นที่ใต้บันได จะวางตู้อะไรก็ไม่ได้ พอไปเจอของอีเกีย รักเลยค่ะ วัดขนาดและจัดสัดส่วนได้ลงตัวเป๊ะมากๆ

ชิ้นนี้ น่าจะประมาณ 10,000 – 12,000 ค่ะ เลือกเองทั้งหมดเลย

 

อีกด้านนึงเป็นประตูบานสไลด์ ที่หนักมาก แมวเปิดเองไม่ได้ค่ะ ที่ต้องการกั้นโซนนี้เพราะไม่อยากให้แมวยุ่งกับเครื่องครัว และถ้าเปิดประตูระเบียงระบายอากาศ ไม่ต้องกลัวแมววิ่งออกไปแล้วเสี่ยงตกตึกด้วยค่ะ

Advertisement

กรงแมว ขังเฉพาะเวลาจำเป็นนะคะ (เช่น พอจะทำความสะอาด หรือมีเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน แมวจะได้ไม่รุงรังค่ะ)

 

เรามีงานอดิเรกคือ สะสมเทป – CD เก่าๆ ค่ะ ซึ่งตู้หน้าทีวีรุ่นนี้จุได้เยอะมากๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เราเลย

 

ชั้นวางหนังสือตอนนี้เลือกชั้นเล็กๆ พอค่ะ ถ้าเต็มอาจจะแบ่งไปบริจาค หรือขนกลับไปไว้บ้านแทน

 

ชั้น IVAR แนะนำให้หากล่องมาใส่ของแล้ววางบนชั้น เพื่อป้องกันฝุ่นนะคะ รุ่นนี้ดีตรงนี้ เราปรับระดับชั้นได้หมดเลย เฟอร์ชิ้นนี้ต่อเองค่ะ ไม่ยาก Custom ได้ ส่วนตัวว่าแข็งแรง คุ้มค่า สวยงาม

 

พาร์ทห้องครัว ห้องนี้น่าจะมีสีที่แคร็กเยอะสุดแล้วล่ะค่ะ

 

ต้องสารภาพก่อนว่า เราค่อนข้างชอบทำอาหารมากๆ เลยอยากได้ครัวที่เหมาะสมกับเราที่สุด ซึ่งชุดครัวที่ติดมากับคอนโดมีสีที่พอจะโอเคแล้ว (รับได้ แต่ชอบไม่ที่สุด) เราเลยมาเน้นการตกแต่งแทน

ของตกแต่ง ของใช้ส่วนใหญ่ เราสั่งชิปปิ้งจากจีนค่ะ โดยสั่งจากเว็บ Taobao / Tmall ค่าชิปปิ้งโหดมากค่ะ เพราะแต่ละชิ้นหนักๆ ทั้งนั้น

มองจากอีกมุมนึง จะเห็นว่า คอนโดนี้ออกแบบมาดีนะคะ จัดสรรพื้นที่ครบถ้วน ประตูในภาพคือห้องสุขาค่ะ

 

ชั้นนี้ ใครเคยเห็นที่อีเกียแล้วเล็งไว้ ขอบอกว่า ซื้อเลยค่ะ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม จุของได้เยอะมาก Custom ได้ระดับนึง ประกอบเองได้ ง่าย แข็งแรง หนักด้วย ราคาประมาณ 5,000 ค่ะ

 

สินค้าจากจีนที่ชอบมากที่สุดคือ ที่ตากจาน และชั้นวางของที่สอดเข้าไปด้านในตู้ได้ค่ะ สีสวย ใช้พื้นที่คุ้มค่า

 

สำหรับตัวที่แขวนสอดเข้าไปในชั้น ฟังก์ชั่นการใช้งานประมาณนี้ค่ะ

 

ตรงมุมอีกฝั่งนึง เราหาชั้นไม้เล็กๆ ที่ซื้อในงานบ้านและสวน ราคาชิ้นละประมาณ 150 บาท มาวางเพื่อจัดสรรพื้นที่ได้ค่ะ

 

มุมระเบียงชั้น 1 ส่วนตัวว่ารก แต่ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ๆ ให้รกได้แล้วกัน แต่ก็ยังคุมโทนความขาวนะคะ

Tips : หาตะแกรงมาติดตัวหนีบ เอาไว้หนีบอุปกรณ์ชิ้นเบาๆ ได้อีกเยอะค่ะ

 

ส่วนห้องสุขา ไม่ได้แต่งอะไรค่ะ จริงๆ ไม่ค่อยชอบสี แต่เงินหมดแล้ว ยอมรับชะตากรรมสีกระเบื้องไปก่อน

 

ก่อนขึ้นชั้น 2 มาดูดีเทลอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ กันค่ะ จุดมุมอับใต้บันได มันพอดีมากๆ เลยกับกระบะทรายแมว
ควบคุมปริมาณฝุ่นได้ ทำความสะอาดง่าย (แต่ตอนลากออกมาทุลักทุเลนิดนึง) แต่ก็จัดให้กลายเป็นมุมแมวไปค่ะ

 

ชั้นวางรองเท้าจากอีเกียเช่นกันค่ะ ตู้ละประมาณ 3,000 บาท วางซ้อนกันได้ค่ะ ตู้นึงใส่ได้ประมาณ 16 คู่ คุ้มมาก

 

ราวบันได เป็นไม้เทียมทาสี เน้นสีขาว/สีไม้ เพื่อคุมโทนความอบอุ่นค่ะ โต๊ะทานข้าวขนาด 150 cm สั่งจากร้านในเฟซบุ๊ก ราคาประมาณ 15,000 ค่ะ

.

 

Tips : กระจกแขวนประตูจาก IKEA ราคาประมาณ 800-900 บาท ประหยัดพื้นที่มากๆ เอาไว้ส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านค่ะ

ขอแวะเข้าห้องน้ำก่อนเลยนะคะ เป็นส่วนที่ยังไม่ได้แต่งอะไรเลยเหมือนกัน แต่ชอบที่มีพื้นที่ให้รีแลกซ์ขณะอาบน้ำได้ค่ะ และประตูข้างห้องน้ำยังเปิดไปเป็นระเบียงของชั้น 2 ได้อีกด้วย

.

 

ชั้นวางของจากอีเกียรุ่นนี้ เราชอบขนาดมาก เลยซื้ออีกอันเอาไว้เก็บของจิปาถะเกี่ยวกับห้องน้ำค่ะ (ดูๆ ไปก็เหมือนชั้นในร้านทำผมนะ 555)

 

ตรงหน้ากระจก ปกติเราจะทำผมตรงนี้ค่ะ เลยซื้อตัวแขวนปลั๊กจากจีนมา สายจะได้ไม่ต้องห้อยรุงรัง

.

.

 

ด้านหน้าห้องนอน และห้องน้ำ เราวางที่ตากผ้าเช็ดตัวไว้ค่ะ จากอากาศถ่ายเทในห้องที่มีมากพอสมควร ตากไว้ตรงนี้กลิ่นไม่อับชื้นค่ะ ติดตรงที่…แมวชอบลากผ้าลงมาเล่น เลยต้องติดตัวหนีบไว้นิดนึง

 

เลี้ยวเข้ามาในห้องนอนใหญ่ค่ะ

เตียงรุ่น Malm ราคาประมาณ 14,000 (พร้อมลิ้นชักใต้เตียง 4 ใบ)

ฟูก รุ่นเฮิฟโว๊คเนื้อแน่น 10,000

ชุดผ้าปูของ IKEA 1,500 ผ้าปูที่นอนต้องซื้อแยกอีกประมาณ 500

ไส้ในผ้านวม IKEA 1,000

ตู้เสื้อผ้า PAX ขนาด 150×200 cm. แบบ Custom ประมาณ 22,000 – 25,000

ตู้ลิ้นชัก IKEA ถ้าจำไม่ผิด ประมาณ 4,000 (แข็งแรงมาก แนะนำค่ะ)

หลังประตู ยังคงแนะนำไอเทมชิ้นเดิมที่ดีมากๆ ของอีเกีย คือตัวแขวนค่ะ แขวนกระเป๋าต่างๆ ได้เยอะมาก สวยงาม

 

ในตู้ลิ้นชัก – ถึงแม้ว่าลิ้นชักจะเก็บของได้เรียบร้อย แต่ถ้าไม่มีการจัดระเบียบภายใน ก็จะหาของไม่เจออยู่ดี ตรงนี้เราเลือกใช้กล่องจัดระเบียบของ Muji ค่ะ (เย้ๆ มีของมูจิแล้ว)

กล่องสามารถเลือกรูปแบบได้ว่าอยากได้ทรงใหญ่ขนาดไหน ความสูงความลึก ก็มีให้เลือกหลายแบบ ราคาสำหรับเรา เทียบกับคุณภาพและความสวยงาม ถือว่าคุ้มค่าค่ะ

.

 

ลิ้นชักของเตียงรุ่นนี้ก็กว้างขวางเช่นเดียวกัน เราใช้กล่องเล็กๆ วางเพื่อแยกประเภทของกระเป๋า / ของใช้ที่ต้องการจัดเก็บในนี้ จะได้หาเจอง่ายๆ ในภายหลังค่ะ

.

 

ตัดภาพมาที่ตู้เสื้อผ้านิดนึง ตู้ PAX ค่อนข้างเหมาะกับไลฟ์สไตล์เรามากๆ เนื่องจากเป็นคนเสื้อผ้าเยอะ และมีหลายแบบ รุ่นนี้ดีตรงนี้เราสามารถ Custom ได้ อยากได้ชั้นสูง-เตี้ยแบบไหน เราออกแบบเองได้หมด ฝั่งนึงเราเลือกใช้ลิ้นชัก และซื้อกล่องจัดระเบียบมาแบ่งประเภทเสื้อผ้าอีกทีนึงค่ะ และตั้งใจเลือกสีขาวมาเบรกสีไม้ ให้ละมุนตาขึ้นอีกหน่อย

 

ส่วนอีกฝั่งนึง เลือกใช้ลิ้นชักสำหรับเก็บของประดับ และตัวแขวนกางเกงค่ะ

 

ฝั่งตรงข้ามของเตียง เป็นโซนโต๊ะทำงานค่ะ

 

เราเลือกใช้ IKEA รุ่น SVALNAS ด้วยเหตุผลเดิมคือสามารถ Custom เป็นแบบที่เราต้องการได้ ข้อเสียของการใช้ชั้นวางของรุ่นนี้คือ ต้องยึดกับกำแพง แต่เราพิจารณาแล้วว่า ในห้องนอนใหญ่นี้ มีแค่มุมนี้เท่านั้นที่เหมาะกับการจัดเป็นโต๊ะทำงาน

ฉะนั้นสามารถเจาะตายตัวทิ้งไว้ได้เลย ส่วนชั้นวางก็สามารถปรับระดับได้ราคาชิ้นนี้ ไม่มั่นใจจริงๆ คือ เพราะประกอบหลายชิ้น แต่น่าจะอยู่ที่ 12,000 – 15,000

จริงๆ ชั้นรุ่นนี้มีแบบโต๊ะของตัวเองนะคะ แต่เราว่านั่งทำงานไม่ถนัด (วางข้อศอกไม่ได้เนื่องจากหน้าโต๊ะสั้น) เลยเลือกท็อปโต๊ะและขาโต๊ะจาก IKEA ราคาประมาณ 4,000 บาทมาวางแทนค่ะ

ส่วนกล่องลิ้นชักของอีเกียรุ่นนี้ก็จุได้หนาแน่นมาก ส่วนตัวเราว่าแข็งแรงและคุ้มค่ะ

 

ตรงขาโต๊ะ วางของได้อีกนะคะ เราเลือกจะวางเครื่องปริ้นไว้ค่ะ ใช้งานถือว่ายังสะดวกอยู่

 

คนของเยอะ ทำยังไงให้ไม่รก? นอกจากตู้ เราขอแนะนำกล่องค่ะ ซื้อขนาดที่เหมาะสมกับของๆ ตัวเอง แล้วแบ่งประเภทของสิ่งของ แล้วก็เก็บมันในนั้นเลย หากจะหยิบใช้ ก็ยกกล่องมาเปิด

สำหรับคนที่มองว่า สะดวกหรอ? เรามองว่า ของที่ถูกเก็บอยู่ในกล่อง มีการจัดเก็บที่เหมาะสมในประเภทของมันเอง
ฝุ่นไม่จับด้วย (ยิ่งถ้าไม่สะดวกทำความสะอาดทุกวันนะ…แหล่งเก็บฝุ่นชั้นดี) อีกอย่าง อยู่ๆ ไป ก็จะชินกับการหยิบของเองค่ะ หยิบยาก ดีกว่าฝุ่นจับนะ ^^

 

ส่วนอีกฝั่งนึงของโต๊ะ เลือกใช้ชั้นล้อลากของ IKEA ค่ะ จริงๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ชิ้นนี้เลย แต่ชอบดีไซน์ เลยซื้อมาวางให้สีตัดกับเฟอร์ชิ้นอื่นๆ ค่ะ ราคาน่าจะประมาณ 1,500 – 2,000 ค่ะ

 

ในตู้บานเลื่อนก็มีกล่องอีกค่ะ อย่างที่บอก แยกประเภทไว้ ยังไงก็หาเจอ

 

โปสเตอร์รูปต่างๆ ที่เอามาแต่งห้อง ก็หยิบมาจากโบรชัวร์ฟรีตามร้านต่างๆ ค่ะ แต่เลือกอันสวยๆ มาติด

 

ภาพรวมของการตกแต่งห้องก็มีเท่านี้แหละค่ะ

เราขอรวบรวม F.A.Q. ที่น่าจะเกิดจากกระทู้นี้ไว้นิดนึงนะคะ

Q : ขอพิกัดคอนโดหน่อย

A : คอนโดอยู่แถวๆ แยกสุทธิสารค่ะ ลึกจากปากซอยประมาณ 1 กม. เป็น Low Rise อายุ 7 ปีแล้ว แต่ยังไม่เก่า ส่วนห้อง Duplex มีแค่ไม่กี่ยูนิต และเท่าที่ทราบคือ “ขายหมดแล้ว” ค่ะ แต่อาจจะยังเหลือแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แต่เป็นชั้นเดียว อยู่บ้าง

ราคา มือ 2 เห็นขายต่อกันที่ 5MB + ค่ะ แต่เราได้มาราคาดีกว่านั้น

 

Q : รีโนเวทหมดไปเท่าไหร่

A : ห้องนี้จะเรียกว่ารีโนเวทก็ไม่เชิง เพราะไม่ได้ทุบหรือปรับแปลนห้องอะไร มีแค่การเติมผนังให้เต็มพื้นที่ รื้อพื้น เปลี่ยนบันได เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง ในส่วนของการทำห้องงบประมาณอยู่ที่ 150-200k ค่ะ

 

Q : เฟอร์ฯ หมดงบไปเท่าไหร่

A : ตอบอย่างภาคภูมิใจ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า (ตู้เย็น, ทีวี, เครื่องซักผ้า ฯลฯ) ประมาณ 200k ค่ะ

 

Q : คุมโทนมีความสุขมั้ย ที่เวลาจะซื้ออะไรก็ต้องมานั่งเลือกสี

A : ตอนซื้อไม่ค่อยมีความสุขค่ะ แต่ทำให้เราพิถีพิถันเลือกของมากขึ้น เจออันไหนยังไม่ใช่ เราก็จะปล่อยผ่านไป สักวันนึงต้องเจอเนื้อคู่ของเรา ที่เข้ากับบ้านของเราค่ะ

 

Q : เฟอร์ฯ IKEA สรุปว่าดีมั้ย มีแต่คนบอกว่า ห่วย

A : อันดับแรกต้องปลดล็อกคำว่างานประกอบก่อนค่ะ เฟอร์ฯ หลายๆ ยี่ห้อก็เป็นงานประกอบ ความแข็งแรงมันได้แค่ระดับนึง อายุขัยก็ได้แค่ระดับนึง แต่เราเลือกเฟอร์ฯ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราได้ดีเยี่ยมแล้วค่ะ

 

Q : แล้วห้องนอนเล็กล่ะ

A : ห้องนอนเล็กยังมีของเก็บอยู่ค่ะ ไม่ค่อยเรียบร้อย ขอไม่อวด 555 ไว้ถ้าจัดแล้วจะมาเพิ่มเติมรูปให้นะคะ แต่ตอนนี้วางเป็นห้องที่ไว้เก็บของจิปาถะต่างๆ และรีดผ้าค่ะ แต่พื้นกระเบื้องและสีห้อง เหมือนห้องอื่นๆ เลยค่ะ

 

Q : แมวไม่ฝนเล็บโซฟาหรอ

A : ฝนจ้าาาาาา ซื้อมาสองเดือนพังไปครึ่งนึงแล้วจ้าาาา T T ที่เลือกโซฟาของอีเกีย เพราะว่ามีอะไหล่ขายแยก นั่นก็คือผ้าหุ้มโซฟาค่ะ (ถ้าอีเกียผ่านมาเห็นกระทู้นี้แล้วถือว่าเราช่วยแนะนำเฟอร์ฯ ได้ดี ส่งผ้าหุ้มมาให้ฟรีหน่อยสิคะ ถือว่าเป็นค่าช่วยโปรโมท 55555 หลอกเล่นน้า)

 

Q : ดูแลเรื่องขนแมวยังไง ขนแมวไม่เข้าปอดหรอ

A : เรื่องขนแมวเข้าสู่ร่างกายคน ผายมือไปยัง Google ค่ะ มีคุณหมอหลายท่านออกมายืนยันเรื่องนี้แล้วว่าเป็นอันตรายหรือไม่ ส่วนรายละเอียดแนะนำให้ศึกษาเองดีกว่า ถ้าเราพูดอาจจะตกหล่นอะไรไป ส่วนการรักษาความสะอาด เรากวาด, ดูดฝุ่น, ถูกพื้น “ทุกวัน” ค่ะ ส่วนวันเสาร์จะมีการทำความสะอาดใหญ่ 1 ครั้ง คือจะดูดฝุ่นละเอียดในทุกๆ พื้นที่ของบ้าน และทยอยเช็ดฝุ่นบนชั้นต่างๆ สลับกันไปทีละวันค่ะ

 

Q : แมวน่ารักจัง นอนตรงไหนอ่ะ

A : แมวนอนตรงนี้ค่ะ… ส่วนที่เหลือนอนบนโซฟา ส่วนคน… นั่งพื้นค่ะ

 

ที่มา : MHEESKA

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...