ชวนทำ “เค้กน้ำส้มคั้นสด” หอมอร่อย นุ่มนวลละมุนลิ้น ทำกินได้ทำขายก็ดีงาม

ในช่วงของฤดูกาลของส้มนั้นมีส้มออกมาวางขายในราคาที่ถูกมาก จึงเหมาะที่จะนำเอาส้มมาดัดแปลงทำอาหารอย่างอื่น และด้วสีสัน และรสชาติหวานอมเปรี้ยวของส้ม จึงเหมาะที่จะนำมาทำเป็นเมนูของหวานมากที่สุด โดยเฉพาะเมนูขนมเค้ก

วันนี้ ในบ้าน จึงจะชวนเพื่อนๆ มาทำเมนู “เค้กน้ำส้มคั้นสด” เนื้อเค้กจะเป็นชิฟฟ่อน ส่วนน้ำซอสส้ม จะทำจากน้ำส้มคั้นสดๆ เป็นเค้กเพื่อสุขภาพ ด้วยว่าทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ใส่สารเสริม ไม่ปรุงแต่งสี หรือกลื่นสังเคราะห์ ไปชมวัตถุดิบ และวิธีทำกันได้เลยครับ

 

ส่วนของไข่แดง

1.ไข่แดง เบอร์ 1 6 ฟอง

2. น้ำตาลทราย 60 กรัม

3.น้ำส้มคั้น 100 กรัม

4.น้ำมันคาโนล่า 60 กรัม

5.แป้งเค้ก 150 กรัม

6.ผงฟู 1 ช้อนชา

ส่วนผสมไข่ขาว

1.ไข่ขาว 6 ฟอง

2.น้ำตาลทรายป่น 60 กรัม

3. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

 

ส่วนผสมซอสน้ำส้มสด

1.น้ำส้มคั้นสด 350 กรัม

2.แป้งกวนไส้ 40 กรัม

3.ผงวุ้น 1/2 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำตาลทราย แล้วแต่ชอบ ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของน้ำส้มคั้นเป็นหลัก ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ

5.เกลือปลายช้อน

6.เนยสด 75 กรัม

 

วิธีทำ

1.นำส่วนผสมของเหลวคือ ไข่แดง น้ำส้ม น้ำมันคาโนล่า และน้ำตาล ใส่โถตีใบใหญ่ ผสมด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน (ไม่ต้องผสมนาน ผสมแค่พอเข้ากัน)

2.ร่อนแป้งและผงฟู ผสมลงไปพอเข้ากัน ให้แป้งหายเป็นเม็ดๆ การคนนานๆ จะทำให้เนื้อเค้กเหนียว

3.ไข่ขาวใส่น้ำมะนาว ตีด้วยความเร็วสูงพอให้เห็นฟองหยาบๆ แบ่งน้ำตาลใส่ครั้งละ 1/3 ส่วน จนน้ำตาลหมด ตีจนตั้งยอดอ่อน เช็คด้วยการชูกตะกร้อขึ้น ถ้าปลาแหลมของไข่โค้งลงมาแบบอ่อนช้อยสวยงาม ก็เป็นอันใช้ได้ ถ้าตีนานจนยอดแข็งเนื้อเค้กจะหยาบ

4.ตักไข่ขาวทีละ 1/3 ส่วน ค่อยๆตะล่อมให้เค้ากับส่วนของไข่แดง จนไข่ขาวหมด

5.เทแบทเทอร์ลงในพิมพ์ที่เตียมไว้ เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน กระแทกพิมพ์เบาๆ 1 ที แล้วเอาเข้าเตาอบ อบนาน 35 นาที จากนั้นเปิดเตาเอาถาดรองน้ำออก อบไล่ความชื้นต่ออีก 10-15 นาที แล้วแต่เตา เช็คสุกด้วยการใช้มือแตะผิวหน้าเค้ก ถ้าไม่แฉะ ไม่ติดมือ ถือว่าผ่านไป 1 ขั้น เช็คอีกครั้งด้วยการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปกลางเค้กแล้วดึงขึ้น ถ้าไม่มีเศษเค้กติดไม้ขึ้นมาก็ถือว่าใช้ได้ ยกออกมาวางบนตะแกรง เคาะพิมพ์สองสามทีแล้วคว่ำหน้าลง เอาถาดออก พักให้หายร้อน

.

Advertisement

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ที่มา : ครัวคุณป้า

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...