แชร์วิธี “ปลูกแตงกวาปลอดสารพิษ” ผลดกลูกโตแบบไม่พึ่งสารเคมี ขายดีกำไรงาม

แตงกวา คือผักที่ชาวไทยนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย มีทั้งคนที่ปลูกไว้เป็นผักสวนครัวรั้วทานได้ และเกษตรกรที่ปลูกเป็นอาชีพ แต่รู้หรือไม่ว่า แตงกวาที่วางขายโดยทั่วไปนั้น มักจะปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเรา เนื่องจากกรรมวิธีเพาะปลูกที่ต้องพ่นยากำจัดศัตรูพืช

ถ้าจะให้ดีก็ควรจะเลือกทานแตงกวาที่ปลูกโดยไม่พึ่งสารเคมี แต่จะหาซื้อก็คงยาก วันนี้ ในบ้าน ก็เลยจะพาเพื่อนๆ ไปดูวิธีปลูกแตงกวาปลอดสารพิษกันครับ สูตรนี้ให้ผลดก ลูกโต เนื้อหวานฉ่ำ ขายได้ราคางามอีกด้วย งานนี้จะปลูกไว้ทานเองหรือเป็นอาชีพขายก็ได้ มาดูกันเลยครับ

 

1. การเตรียมดิน

ไถพรวนดิน ตากดินไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อกำจัดไข่แมลงศัตรูพืชในดิน และฆ่าเชื้อโรคในดิน ปรับความเป็นกรด-ด่าง ในดินด้วยปูนขาวอัตรา 200-300 กิโลกรัม/ไร่ จากนั้นก็ให้ทำการเตรียมปุ๋ยชีวภาพ

 

สูตรปุ๋ยชีวภาพ ใช้ผสมกับดินในขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูก

ส่วนผสม

– ใช้มูลสัตว์ 1 ส่วน

– รำ 1 ส่วน + ปูนขาว 1 ส่วน

– สารเร่ง พด.1 จำนวน 1 ซอง

– กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม

– EM 1 ลิตร

วิธีการทำปุ๋ย

ผสมส่วนผสมทั้งหมดแล้วตั้งกองปุ๋ยให้มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน และต้องทำการกลับกองปุ๋ยทุกๆ 2-3 วัน เมื่อปุ๋ยคลายความร้อนแล้วสามารถนำมาใช้ได้

 

Advertisement

 

เสร็จแล้วใส่ปุ๋ยชีวภาพบำรุงดิน โดยการผสมคลุกเคล้าปุ๋ยชีวภาพกับดินแปลงปลูกให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนที่จะทำการยกร่องแปลงปลูก เมื่อยกร่องแปลงปลูกแล้ววางท่อน้ำระบบน้ำหยดให้ตรงกับหลุมที่จะปลูก แล้วคลุมแปลงด้วยผ้าพลาสติกดำ เพื่อกักเก็บความชื้นของผิวดินและป้องกันวัชพืช และเจาะรูผ้าพลาสติกสำหรับปลูก

 

2. วิธีการปลูก

นำเมล็ดพันธุ์ที่คัดแล้วมาคลุกเคล้ากับไตรโคเดอร์มาเชื้อสด เพื่อป้องกันเชื้อรา และโรครากเน่าโคนเน่า นำเมล็ดไปหยอดในหลุมแปลงปลูก หลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ช่วงแรกๆจะให้น้ำ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลังจากปลูกประมาณ 7 วัน ลดปริมาณการให้น้ำลงเหลือวันละ 1 ครั้ง ช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้

 

 

3. การดูแลรักษา

หลังจากปลูก 3-5 วัน เมล็ดจะงอกและมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพที่เกษตรกรมีอยู่แล้ว เช่น น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย (หรืออาจจะใช้น้ำหมักหอยเชอรี่ หรือน้ำหมักมูลสุกรก็ได้) เพื่อช่วยในการบำรุงต้นและเร่งการแตกใบ ทำการฉีดพ่นต่อเนื่องอีกทุกๆ 7-15 วัน/ครั้ง

 

 

เมื่อเมล็ดงอกแข็งแรงดีแล้วจะต้องทำค้างให้กับแตงกวา โดยใช้ไม้ปักเป็นหลัก พร้อมกับตรึงเชือกเป็นแนวตรงหย่อนลงมา หรือจะใช้ตาข่ายขึงกับไม้หลักก็ได้ เพื่อให้แตงยึดเกาะและช่วยให้สะดวกในการเก็บผลผลิต

เพราะถ้าหากไม่ทำค้างให้แตงกวาจะทำให้ผลของแตงกวาบิดงอไม่สวย และเมื่อแตงกวาเริ่มออกดอก ให้ฉีดพ่นบำรุงด้วยน้ำหมักผลไม้ (หรือฮอร์โมนไข่ก็ได้) เพื่อเป็นการเร่งดอก บำรุงดอก และกระตุ้นการติดลูก เกษตรกรควรหมั่นตรวจสอบแปลงปลูกเพื่อตรวจดูการเข้าทำลายของแมลงต่างๆ หากพบเห็นแมลงก็ให้ฉีดพ่นด้วยสารชีวภาพกำจัดแมลง

 

สูตรจุลินทรีย์หน่อกล้วย ใช้ฉีดพ่นเร่งการแตกใบ

ส่วนผสม
  • หน่อกล้วย 3 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
วิธีการทำ

สับหน่อกล้วยให้ละเอียด ใส่ลงในถังหมักพร้อมกากน้ำตาล ปิดฝาถังหมัก ทำการคนคลุกเคล้าทุกๆวัน หมักไว้ 7 วัน นำมาฉีดพ่นเพื่อเร่งการแตกใบ อัตรา 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 20 ลิตร

 

สูตรน้ำหมักผลไม้ ใช้ฉีดพ่นช่วงแตงกวาออกดอก

ส่วนผสม
  • ผลไม้สุก เช่น กล้วย,มะละกอ 3 ส่วน
  • กากน้ำตาล 1 ส่วน
วิธีการทำ

สับผลไม้ให้ละเอียดหมักรวมกับกากน้ำตาล หมักไว้ประมาณ 1-3 เดือน นำมาฉีดพ่นช่วงออกดอก อัตรา 2-4 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 20 ลิตร

 

สูตรสารชีวภาพกำจัดแมลงในแปลงปลูกแตงกวา

ส่วนผสม
  • เหล้าขาว 1 ขวด
  • น้ำส้มสายชู 1 แก้ว
วิธีการทำ

นำส่วนผสมมาผสมกันแล้วใช้ฉีดพ่นแมลงได้ทันที อัตรา 1 แก้ว + น้ำเปล่า 20 ลิตร + กากน้ำตาล 1 แก้ว

 

 

4. อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิต

หลังจากที่ปลูกแตงกวาไปแล้ว 45-50 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และจะเก็บผลของแตงกวาได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งการปลูกแตงกวาแบบปลอดสารพิษนี้จะทำให้ได้แตงกวาที่มีผลดก ขนาดผลใหญ่ น้ำหนักดี ผิวของผลแตงกวาสวย รสชาติกรอบ สามารถจำหน่ายได้ราคาดี

 

 

ที่มา : ศูนย์รวมความรู้การเกษตรคุณอานนท์ ขันติวงษ์

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียการออกแบบ ไอเดีย DIY นวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเมนูอาหารที่น่าทาน และเคล็ดลับต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...