เมนูที่มากกว่าความอร่อย “ปลาช่อนผัดกะทิ” จากคุณยายปริกวัย 70 ปี น้ำใจสู่บ้านพักคนชรา

อาหารที่อรอ่ยที่สุดมักจะเป็นอาหารจากคนในบ้านที่ทำให้เราได้รับประทาน ไม่ว่าจะเป็นจากฝีมือคุณแม่ หรือฝีมือคุณยาย โดยต่างเป็นอาหารที่ถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน และทำมาจากใจ จึงมีรสชาติที่อร่อย และยังสร้างความรักความอบอุ่นให้เราได้เป็นอย่างดี

และในวันนี้ ในบ้าน จะพาเพื่อนๆ ชาวเว็บไปชมฝีมือการทำอาหารของ ยายปริก คุณยายวัย 70 ปี ที่จะมาทำเมนู “ปลาช่อนผัดกะทิ” เพื่อเลี้ยงผู้สูงวัยในบ้านพักคนชราให้ได้รับความสำราญจากการทานอาหารที่แสนอร่อยเมนูนี้ เราไปชมเรื่องราวของยายปริกกันเลยครับ

 

ปลาช่อนผัดกะทิ . . . น้ำใจจากคุณยายปริก

(โดย jin leng)

คราวนี้คุณยายมาโชว์ฝีมือเมนูใหม่ครับ

 

เรื่องนี้มันมีที่มา  เมื่อวันเสาร์ผมทำข้าวไปเลี้ยงมูลนิธิเด็กกำพร้าเป็นประจำทุกเดือน คราวนี้ทำไวไวน้ำไปให้

.

.

.

.

.

.

 

เสร็จจากเด็กกำพร้าเลยแวะไปตลาดน้ำดอนหวานเพราะวันอาทิตย์จะไปเยี่ยมน้องจุ๋ม อยากหาของอร่อยไปฝาก จุ๋มเป็นหญิงสาวใจแกร่งที่ป่วยเป็นมะเร็งถึงสามครั้ง รู้จักจุ๋มมาสองปี ชักชวนเพื่อนๆช่วยซื้อขนมที่จุ๋มทำบ่อยๆ ส่วนมากจะสั่งมาแจกบ้านคนชราหรือเด็กกำพร้า บางทีก็ระดมทุนให้เพื่อรักษาตัว

ระหว่างเดินอยู่โทรหาคุณยายปริกถามว่าอยากกินอะไรบ้าง แต่ยายไม่ยอมบอก ไม่ยอมให้ซื้อฝาก พอยายรู้เรื่องของจุ๋ม ยายปริกบอกให้ซื้อปลาช่อนแดดเดียวมาเดี๋ยวยายจะเอามาทำปลาผัดกะทิฝากให้จุ๋มเก็บไว้กิน

 

รุ่งขึ้นเอาปลาไปให้ยายทำตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ยายบอกว่าปลาตากไม่แห้ง จริงๆต้องแห้งสนิทจนแข็งแต่จะลองทำดูนะ

 

สับปลาเป็นชิ้น นำไปทอดให้เหลืองกรอบ

.

 

นำมาแกะเอาแต่เนื้อ ตำรวมกับหอมแดง ยายบอกว่าถ้าเป็นสมัยแม่ของยายทำจะเอาปลาช่อนไปตากแดดจนแห้ง ควันทิ้งไว้เป็นปีก็ไม่เสีย เวลาจะทำค่อยเอามาย่างหรือทอด เวลาตำเนื้อมันฟูกว่านี้

Advertisement

.

.

.

.

 

ตั้งกะทะอีกรอบ ใส่น้ำมันนิดหน่อย นำปลาที่ตำลงไปผัด

 

ผัดไปให้แห้ง ไฟไม่ต้องแรง ใจเย็น

 

เกลี่ยให้เป็นวงกลมตรงกลาง เทกะทิลงไป  ทิ้งไว้พักนึงให้เดือด

 

ผัดให้เข้ากัน ยายหยอดกะทิสองรอบ ผัดไปเรื่อยๆ

.

 

ใส่ชูรสไปหน่อย ไม่ได้ใส่เกลือเพราะปลาช่อนแดดเดียวเจ้านี้เค็มกำลังพอดี

 

พอปลาใช้ได้ ยายโรยใบมะกรูดซอยลงไปผัดต่อแป๊บนึง

 

สุดท้ายโรยน้ำตาล  ยายยกกะทะลงมาจากเตาก่อนจะใส่น้ำตาลครับ  ยายบอกว่าถ้าอยู่บนเตา น้ำตาลมันจะละลายเคลือบตัวปลา

 

เสร็จเรียบร้อย เกลี่ยใส่ถาด รสชาติเหมือนปลาแห้งที่กินกับแตงโม แต่ไม่หวานเท่า กินกับข้าวหรือข้าวต้มอร่อยมาก

.

.

 

วันนั้นเห็นไหใบนึงเอากะลามังปิดฝาตั้งอยู่ข้างเตาถ่าน ปกติไม่เคยเห็นไหวางตรงนี้เลยลองปิดดู

ยายปริกได้แต่ยืนยิ้มแหะๆ บอกเมื่อเช้ามืดมีคนเอามาขายยาย โลละร้อยเดียว ยายซื้อขังไว้ก่อนเพราะเป็นวันพระ อีกสองวันจะทำห่อหมก มันเป็นอาชีพยายนะ คุณซันอย่าว่ายายเลย ยายไม่ได้ฆ่าพวกมันเพราะจิตอาฆาต แต่ฆ่าเพื่อยังชีพ

ไม่ได้ว่าอะไรยาย แต่ขอว่าถ้าลดได้เลิกได้มันก็ดี ขอซื้อปลาจากยายมาปล่อยที่ศิลปากร ให้ยายไป 1,000 บาท ค่าปลารวมกับค่ากำไรห่อหมก ส่วนอีก 5,000 เป็นค่าข้าวเลี้ยงบ้านคนชราวันจันทร์

.

 

ที่มา : jin leng

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...