รีโนเวทบ้านไม้รุ่นคุณพ่ออายุกว่า 20 ปี ให้เป็นบ้านไม้สวยทันสมัย ดูอบอุ่น ด้วยงบที่จำกัด

บ้านไม้ เมื่อล่วงเลยเวลาผ่านไปอาจเก่าและทรุดโทรม แถมที่สำคัญปลวกมักจะมากัดเกินไม้ ให้เกิดความเสียหาย หากเราจะทำการรีโนเวทบ้านขึ้นมาใหม่ ก็ต้องหาช่างที่ไว้ใจได้ และสามารถควบคุมงบประมาณเพื่อไม่ให้บานปลาย เกินความจำเป็น

วันนี้ ในบ้าน ได้มาพร้อมกับ ไอเดียของคุณ สมาชิกหมายเลข 3343244 ที่ได้ทำการเปลี่ยนบ้านไม้เก่าอายุมากกว่า 20 ปี ให้เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์น สวย น่าอยู่ ให้คุณแม่ได้ภูมิใจ ด้วบงบไม่เกินหกแสนบาท หากเพื่อนๆ สนใจ ลองตามไปชมกะนเลยค่ะ

 

รีโนเวทบ้านไม้รุ่นคุณพ่ออายุกว่า 20 ปี ให้เป็นบ้านไม้สวยทันสมัย ดูอบอุ่น ด้วยงบที่จำกัด

(โดย สมาชิกหมายเลข 3343244 )

สวัสดีครับ กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวแรก ที่อยากเขียนรีวิว ครับเหตุผลหลักๆ ที่อยากเขียน คือ ก่อนหน้าที่ผมตัดสินใจรีโนเวทบ้านหลังนี้ ผมหาข้อมูลการรีโนเวทบ้านที่มีลักษณะคล้ายๆ กับบ้านของผมมาเยอะมาก ซึ่งหายากพอสมควรครับ ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ครับ เลยเกิดความคิดว่าในตอนนี้เรามีข้อมูลแล้ว ถ้าเอามาแชร์ให้ทุกคนได้อ่าน น่าจะมีประโยชน์บ้าง

จึงตัดสินใจทำรีวิวอันนี้ขึ้นมาครับ (ขอแจ้งก่อนนะครับว่าตอนนี้บ้านของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ผมเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จครับ และภาพทั้งหมดเป็นภาพที่ถ่ายด้วยมือถืออาจจะไม่สวยงามากนะครับ) เริ่มเลยนะครับ

อันนี้เป็นภาพบ้านผมก่อนรีโนเวทครับ

.

 

มาแล้วครับ ขอโทษนะครับ รอนาน ดีใจจังครับ มีคนติดตามรอดู ไม่ให้เสียเวลา เดี่ยวผมให้ชมภาพส่วนที่เป็นชั้นสองก่อนปรับปรุงนะครับ สภาพซุกโทรมใช้ได้เลยครับ ปลวกแทะไปประมาณ 80%

.

.

 

ก่อนจะทำการรื้อออก ก็ได้ปรึกษาและคุยกับช่างแล้วครับ ว่าจะทำออกมาประมาณไหน (แต่ขอไม่บอกนะครับ รอชมไปเรื่อยๆๆ) อย่างแรกที่ทำก่อนรื้อบ้าน พี่ชายช่วยหาซื้อต้นไม้ให้ครับ เพื่อโค่นเอาไม้มาทำ หน้าต่างใหม่

คิดๆ ดูแล้วจะประหยัดเงินกว่าการไปซื้อหน้าต่างสำเร็จรูปครับ ค่าใช้จ่าย ซื้อต้นไม้ 8,000 บาท ค่าเลื่อย 8,000 บาท ได้ไม้มาตามภาพนะครับ แล้วก็ไปจ้างทำหน้าต่างอีก ค่าจ้างทำ 5,700 บาท

 

อันนี้ก็เป็นรูปหน้าต่างทั้งหมดครับ ทั้งวงกบ และบานหน้าต่าง ซึ่งจะใช้ในส่วนของชั้นสองทั้งหมดครับ

 

วันแรกที่ช่างเริ่มงานรื้อ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 นะครับ ส่วนที่เหลือไว้คือเสาบ้าน และไม้ปูพื้นบ้าน  ซึ่งไม่โดนปลวกกินเลยครับ แข็งแรงมาก ยังสามารถใช่ต่อได้ แล้วช่างก็ทำการขึ้นโครงหลังคาใหม่คับ ช่วงนั้นฝนตกเยอะครับ รีบทำหลังคาให้เสร็จก่อน เดี่ยวส่วนอื่นๆ โดนฝนแล้วจะเสียหายไปด้วยครับ ตามภาพเลยครับ

โครงหลังคาที่ทำใหม่ จะทำแบบสไตล์โมเดิร์นครับ แรกๆอาจจะดูแปลกๆหน่อยนะครับ (วันแรกที่ผมมาเห็นก็แอบกังวลใจเหมือนกันครับ กลัวว่าจะออกมาไม่โอเค) ส่วนกระเบื้องหลังคาใช้ของเดิมครับ และซื้อใหม่เพิ่มทดแทนบางแผ่นที่เสียหายตอนรื้อครับ

ที่ซื้อใหม่ก็ใช้กระเบื้องลอนคู่เหมือนเดิมครับ สีขาว แล้วก็ติดฝ้ารอบๆ ก่อนเลยครับ ใช้แผ่นฝ้าเช่อร่าแบบมีช่องระบายครับ (ประหยัดงบครับ อยู่ด้านบนไม่มีคนเห็นครับ 5555)

.

 

หลังจากขึ้นโครงหลังคาเสร็จ ช่างก็ปูไม้ฝาเลยครับ ผมใช้ไม้ฝาเชอร่า ครับ แบบสีธรรมชาติ ที่เลือกแบบสีธรรมชาติเพราะผมจะทาสีใหม่ ครับ เลยไม่เอาที่เป็นสีสำเร็จรูปมาแล้วครับ อีกอย่างช่างสีแนะนำมาว่า มันก็ต้องทาสีทับอยู่ดีครับ เก็ยรอยตำหนิต่างๆ ครับ

.

.

.

.

.

 

ต่อเลยนะครับ ไม่กล้าแอบไปนอนเลย 5555 ตอนนี้ช่างกั้นฝาผนังเสร็จแล้ว 3 ด้าน ครับ พร้อมใส่วงกบหน้าต่างครับ ไม้ที่ใช้กั้นผนังเป็นไม้ที่ผมซื้อไม้ตอนแรกทั้งหมดครับ ยังไม่ต้องซื้อเพิ่มครับ บริเวณด้านหน้าครับ

 

บริวณด้านข้าง ซ้าย และขวา

.

 

ส่วนด้างหลัง เว้นไว้ทำหลังสุดครับ หลังจากผนังเสร็จก็ให้ช่างไฟเข้ามาเดินท่อสายไฟทิ้งไว่เลยครับ (ช่างที่จ้างเป็นลูกพี่ลูกน้องกันครับ ได้ราคากันเองครับ )

 

ตอนนี้ช่างเริ่มทำส่วนของมุกระเบียงด้านหน้าก่อนครับ ซึ่งก็ทำเป็นทรงโมเดิร์นเหมือนเดิมครับ โดยผมซื้อกระเบื้องหลังคาใหม่ทั้งหมดครับ มาใช้ในส่วนนี้ ใช้กระเบื้องลอนคู่สีน้ำตาลครับ ขนาด 4 ฟุต และ 5 ฟุต ที่ซื้อใหม่เพราะเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนเลยเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพื่อความสวยงามครับ

ภาพระเบียงชั้นบนครับถ่ายจากด้านข้าง (มาถึงจุดนี้ผมเองก็ยังไม่คลายกังวลเรื่องความไม่ลงตัว แต่คิดในใจว่ามาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องรอดูต่อไป เชื่อใจช่างครับ)

.

 

ตอนนี้ช่างเริ่มติดฝ้านเพดานแล้วครับ แผ่นฝ่าที่ใช้ เป็นของเฌอร่าเหมือนเดิมครับ อันนี้เลือกแบบไม่มีช่องระบายครับ

.

.

.

.

.

 

งานต่อไป คือ ใส่บานหน้าต่างทั้งหมดครับ

 

 

หลังจากใส่บานหน้าต่างครบแล้ว ก็ทำการกั้นผนังด้านหลังต่อจนเสร็จครับ

 

งานต่อไป  หลังจากฝ้าเพดานเสร็จ ก็มางานปูพื้นระเบียง และราวระเบียงหน้าบ้านครับ ผมเน้นๆใช้ไม้ เรียบๆ ครับ ค่อยไปเน้นตอนทาสีครับ (งบจำกัดครับ) ขณะทำราวระเบียง ตอนนี่ปูพื้นระเบียงเสร็จแล้วครับ

 

 

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ผมใช้ลูกกรงธรรมดา ไม่มีลวดลาย

.

.

.

 

ถ่ายมุมด้านข้าง และด้านหน้า ครับ

 

 

 

ในส่วนของชั้นบน เหลืองานสุดท้าย คือ บันได ครับ ช่างรื้อบันไดเก่าออกทั้งหมดครับ แล้วทำใหม่ โดยใช้ขั้นบันไดเก่า และซื้อใหม่มาเพิ่ม ประมาณ 4 ขั้น ครับ  ผมใช้ราวบันไดและลูกกรงแบบเดียวกับราวระเบียงด้านนอกครับ

.

 

เสร็จแล้วก็จะออกมาประมาณนี้นะครับ

 

ในส่วนของชั้นบนก็ประมาณนี้ครับ เหลืองานฝ้า และไฟ ครับ เดี่ยวจะมารีวิวอีกครับ เอาตามลำดับที่ทำจริงเลยนะครับ หลังจากช่างทำชั้นบนเสร็จ ก็มาทำในส่วนของชั้นล่างต่อครับ ซึ่งชั้นล่างผมตั้งใจว่าจะทำเพิ่ม

1. ห้องนอน จำนวน 1 ห้อง (ให้แม่นอนครับ ผมเองนอนชั้นบน ห้องนอนเดิมของแม่มันเล็กครับจะใช้ไว้เก็บของใช้จุกจิก และเก็บเสื้อผ้าครับ)

2. ห้องครัวใหม่

3. โรงจอกรถ

ช่างก็รื้อส่วนที่ต่อเติมเดิมออกไว้หมดครับ

 

ภาพหลังรื้อเสร็จครับ

 

ต่อเลยนะครับ หลังจากช่างรื้อถอนเสาของเก่าออกหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ขุดหลุมวางเสาใหม่ ครับ ในส่วนที่ต่อเพิ่มเติม ใช้เสาทั้งหมด 8 ต้น

 

สั่งของมาแล้วเรียบร้อย ถึงเวลาลงเสาครับ

 

หลังจากลงเสาเสร็จ ก็ขึ้นโครงหลังคาครับ โครงหลังคาในส่วนของชั้นล่างใช้ไม้ทั้งหมดครับ เพราะต้องต่อเข้ากับตัวบ้านเดิมด้วย ประกอบกับยังมีไม้ของเก่าที่รื้อจากชั้นสองที่ยังมีสภาพที่สามารถใช้งานได้เยอะพอสมควร รวมกับไม้ที่ผมเลื่อยมาเองอีก แต่ก็ต้องซื้อเพิ่มมาหลายอันอยู่เหมือนกันครับ

ต่อโครงหลังค่าเรียบร้อยก็ออกมาประมาณนี้ครับ ก็จะทำลักษณะเดี่ยวกับส่วนที่เป็นสองชั้นครับ เพื่อให้ไปในแนวเดียวกัน และเข้ากันครับ

.

 

หลังจากโครงหลังคาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มมุงกระเบื้องครับ กระเบื้องที่ใช้ส่วนด้านหน้า (ส่วนที่คนเห็นชัด)ผมซื้อใหม่ทั้งหมดครับ เป็นกระเบื้องลอนคู่ สีน้ำตาล ขนาด 4 ฟุต และ 5 ฟุต ครับ ส่วนที่อยู่ด้านหลังบาน (มองไม่เห็น) เหมือนเดิมครับ ใช้ของเก่าทั้งหมด ประหยัดไปหลายบาทเลยครับ 5555

 

รกและเกะกะหน่อยนะครับ ช่วงรื้อต่อเติมบ้าน ผมไปอาศัยอยู่บ้านพี่ชายชั่วคราว พื้นที่ทั้งหมดเลยวางของได้เต็มที่แบบนี้เลยครับ

 

ขอพักงานก่อสร้างข้างล่างก่อนนะครับ ถึงงานฝ้าชันบนแล้วครับ ช่างฝ้าเราพร้อมแล้ว ผมติดต่อช่างฝ้าอยู่ ประมาณ 3 เจ้าครับ ได้ช่างคนนี้มา ในราคาที่โอเคเลยครับ สำหรับงานฝ้าที่ทำ คือ

1. ต้องการบุผนังทั้งหมด

2. ฝ้าเพดานผมใช้เป็นฝ้าแขวนธรรมดาครับ (ของเดิมชั้นล่างก็ใช้ฝ้าแขวนเหมือนกันครับ ใช้มาประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว ยังอยู่สภาพดีอยู่ครับ )

เราตกลงราคากันที่ตารางเมตรละ 220 บาท (รวมค่าแรงและค่าของทั้งหมด) **ค่าแรงทั้งหมดเดี่ยวสรุปให้ช่วงท้ายนะครับ**ผลงานออกมาเนี๊ยบเลยทีเดียวครับ ถือว่าพอใจมากกกกครับ

ส่วนนี้เป็นพื้นที่ผมใช้นอนครับ ผมให้ช่างทำผนังปิดยื่นออกมานิดนึงครับ ประมาณ 70 ซม. เพื่อปิดที่นอน และที่เก็บเสื้อผ้านิดนึงครับ ขึ้นจากบันไดมาจะไม่เห็นที่นอนเลยซะทีเดียวครับ

.

 

 

ผนังด้านซ้ายมือ ขึ้นจากบันไดครับ

.

 

ผนังด้านขวามือครับ

 

ผนังบริเวณด้านหน้าครับ เดินออกไปตรงประตูจะเป็นระเบียง ครับ

 

ผนังตรงช่องบันไดครับ ส่วนของด้านบนผมใส่หน้าต่างเยอะพอสมควรครับ ต้องการให้ดูโปร่งๆโล่งๆ ครับ

 

ลงมาต่องานชั้นล่างต่อนะครับ ขึ้นๆๆลงๆๆ 555 งานชั้นล่างก็เป็นงานเตรียมพื้นครับ เทปูนครับ แบ่งเป็นสองส่วนครับ

1.ห้องนอน ขนาด 4 x 3.5 เมตร

2.ห้องครัว ขนาด 4 x 3.7 เมตร

เทพื้นยกระดับขึ้นประมาณ 1 ฟุต ครับ ภาพมืดนิดนึงครับ ช่วงนั้นกลับบ้านช้า มาไม่ค่อยทันแสงครับ เทคาน เสร็จถมทราย วางเหล็กเส้นครับ เตรีมเทปูน ผนังด้านที่เห็นเป็นผนังเดิมครับ เอาหน้าต่างออก และต้องทุบออกอีก จะมีบอกในขั้นตอนต่อไปครับ

 

Advertisement

 

 

เทปูนเรียบร้อยครับ พื้นที่ที่ต่อเพิ่มจะสูงกว่าตัวบ้านเดิมครับ อนาคตมีโครงการจะถมในตัวบ้านเพื่อยกระดับให้พื้นที่ใกล้เคียงกันครับ แต่พักไว้ก่อน เดี่ยวงบจะไม่พอครับ

 

 

 

งานต่อไปเป็นก่อผนังครับ ผมใช่อิฐบล็อคครับ ของมาส่งเรียบร้อย

 

ส่วนของห้องนอนครับ

.

.

 

ห้องครัวครับ

 

 

 

 

ถ่ายจากด้านหน้าครับ

 

ขอพาขึ้นข้างบนต่อนะครับ ระหว่างรอช่างก่อผนังเสร็จ ช่างไฟมาพอดี 555คราวนี้ก็ถึงคิวของช่างไฟครับ ไฟด้านบนผมใช้โคมแบบหลอดดาวไลท์ ส่วนหลอดไฟเป็นหลอด LED ทั้งหมดครับ ผมซื้อของเองเฉพาะโคมหลอด และตัวหลอดไฟ ซื้อจากโฮมโปรทั้งหมด

ยึดความสะดวกครับ อาศัยใช้เวลาซื้อของตอนหลังเลิกงาน เพราะช่วงเวลาปกติต้องทำงาน ได้ของที่จัดโปรโมชั่นมาเยอะอยู่เหมือนกันครับ ส่วนสายไฟ ปลั๊ก สวิตช์ และอื่นๆ ช่างเป็นคนจัดการหาซื้อมาให้ครับ

อย่างที่บอกตอนแรก จ้างลูกพี่ลูกน้องทำครับ เลยวางใจได้เรื่องคุณภาพของอุปกรณ์ที่เอามาใช้ครับ ผลงานก็ออกมาประมาณนี้ครับ

 

 

 

 

เริ่มเห็นแสงสว่างแล้วครับ บอกเลยว่าสว่างมากๆๆ ถูกใจมากๆครับ เป็นไปตามที่ต้องการทั้งหมด ด้านใน ใช้หลอดแบบ daylight ขนาด 7 W. ส่วนหลอดไฟกิ่ง ใช้หลอดแบบ warm white ขนาด 9 w.

 

 

 

 

ถ่ายจากนอกบ้านครับ

 

 

ต่อเลยครับ

ตอนนี้ช่างก่อผนังห้องนอน และห้องครัวเสร็จแล้ว ใส่หน้าต่างเสร็จแล้วด้วยเหมือนกัน เหลือแต่บานประตู ใส่หลังฉาบผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ภาพห้องครัว ผมใส่หน้าต่างสองด้าน จะได้โล่งๆ อากาศถ่ายเทได้สะดวก หน้าต่างนี้ผมเอาของเก่าที่รื้อจากชั้นสองมาใช้ครับ

 

ภาพนี้ถ่ายจากด้านในห้องครัวครับ ผมให้ช่างเจาะผนัง เพื่อทำเป็นซุ้มประตูเดินเข้าห้องครัว ส่วนด้านซ้ายมือ จะเป็นทางเดินไปห้องห้องน้ำ

ผมใช้พื้นที่ทางเดินตรงนี้ไว้วางเครื่องซักผ้าด้วยเลยครับ และใกล้ๆ กับประตูห้องน้ำก็จะเป็นซุ้มประตูเหมือนกับทางเข้าห้องครัว สามารถเดินทะลุเข้าตัวบ้านได้ด้วยเหมือนกัน

 

ภาพห้องนอนครับ ผมใส่หน้าต่างแค่ด้านเดียว เป็นหน้าต่างใหม่ที่ทำมา อีกด้านใส่ บล็อกลูกแก้วไว้ ให้มีแสงสว่างนิดนึง จะได้ไม่ดูอึดอัดมาก

 

 

ภาพนี้ถ่ายจากในตัวบ้านครับ ซ้ายมือห้องนอน ขวามือ ห้องครัว

 

งานต่อไปคืองานฉาบผิว ก็ไม่มีไรมากครับ เสร็จแล้วก็ออกมาตามรูป

 

 

 

 

 

หลังฉาบผิวเสร็จแล้ว ก็ให้ช่างฝ้ามาขึ้นโครงฝ้าเพดาน ผมใช้ฝ้านแขวนเหมือนเดิม

 

 

ขึ้นโครงฝ้าเสร็จเรียบร้อย ก็มางานปูกระเบื้อง
กระเบื้องที่ใช้ปู มี 3 ส่วน

1. ห้องนอน

2. ห้องครัว

3. ทางเดินระหว่างห้องครัวไปห้องน้ำไปเดินดูโฮมโปร เจอลายที่ถูกใจ แต่ก็ไม่ได้ไปต่อครับมันเกินงบ  จบบบบ.
ทางเลิกต่อมา ไดนาสตี้เลยครับ ได้ลายครบทั้งสามพื้นที่ ซื้อที่เดียวจบ อยู่ในงบด้วย ตรม.179 บาท ใช้ขนาด 16 x 16  แถมได้โปรด้วย ซื้อ 10 แถม 1 ส่วนตัวผมว่าคุณภาพมันก็โอเคอยู่นะครับ ยอมรับได้และพึงพอใจ

ห้องครัว

 

ห้องนอน

 

มาถึงงานใหญ่ งานคิดมาก งานวิตก งานกังวล สีทาบ้านครับ อันนี้บอกตามตรงคิดไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งแต่ มีโครงการในหัวว่าจะรีโนเวทบ้าน

สุดท้ายมาจบที่โทนน้ำตาล (ผมไม่ขอเล่าเยอะแล้วกันครับ ปัญหาก็คงเหมือนกับทุกท่านที่เลือกสีทาบ้าน) สรุปตามนี้นะครับ

1. สีภายนอก สีรองพื้นปูนใหม่ สีรองพื้นปูนเก่า ใช้ของ TOA 7IN1 (เบอร์สีภายนอก V702, V703)

2. สีทาภายใน ใช้ของ TOA  shield 1 เบอร์ Apricot 120

3. สีทาฝ้าเพดาน TOA Supermatex SM800

4. สีย้อมไม้ TOA  WoodStain G99, WoodStain G02 มะฮอกกะนี

5. สีทาไม้พื้น โพลียูรีเทน ภายนอกและภายใน  TOA เริ่มจากทา ฝ้าเพดาน เชิงชาย และไม้ฝาชั้นบน

 

 

ขัดพื้น และลงสี ขั้นตอนนี้จะทำหลายรอบครับ ผมไม่แน่ใจว่าสามรอบมั้ย คือ ขัดแล้วลง ลงเสร็จแล้วขัด ขัดแล้วลงอีก ทำซ้ำแบบนี้ หลายขั้นตอนครับ อันนี้เป็นพื้นด้านในชั้นบน สีไม้เดิมจะออกดำๆ หน่อยครับ ไม่แน่ใจว่าไม้อะไร และยังแข็งแรงมากๆ

.

 

ทาไปเรื่อยๆ ครับ ไล่ทาจากชั้นบนก่อน

 

ระหว่างที่ช่างสีทำงานชั้นบน ช่างปูนก็ไม่ได้พักนะค๊าบบบบ ทำฟุตปาธ กันต่อเลย ผมทำ ฟุตปาธ รอบๆ บ้านเลยครับ ระยะห่างจากตัวบ้าน 80 CM. เริ่มจากทำคานก่อนครับ หลังบ้านใช้อิฐบล๊อคคานครับ

 

 

รอบๆ ใช่อินบล็อคธรรมดาครับ เทปูนรองฐานและเสร็มเหล็กด้วยครับ

.

 

มาดูช่างทาสีกันต่อนะครับ งานสีชั้นบนเสร็จไปเยอะพอสมควรครับ ช่างเริ่มลงสีไม้ฝา รอบสอง และทยอยลงสีย้อมไม้ที่หน้าต่าง ต้องทาหลายรอบเลยครับ ไม้ค่อยข่างดูดสีเยอะ เปลืองสีพอสมควร

.

 

 

.

 

ผนังปูนด้านนอกชั้นล่าง ช่างต้องฉาบใหม่ 3 ด้านครับ ส่วนด่านอื่นช่างสีก็ทยอยลงสีรองพื้นคับ รวมถึงรองพื้นภายในด้วย ลองทาสีภายนอกชั้นล่างครับ จะใช้โทนเข้มกว่าด้านบนครับ

 

 

ผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ช่างทาสีชั้นล่างเกือบเสร็จ ทั้งภายในและภายนอก จริงๆแล้วงานทาสีขั้นตอนจะเยอะมากครับ เพราะมีงานไม้ค่อนข้างเยอะซึ่งต้องขัดไม้และลงสีหลายรอบมากครับ ผมสรุปมาย่อๆละกันนะครับ ใครอยากได้ข้อมูลละเอียดก็หลังไมค์ได้ครับ ยินดีครับ

ตอนนี้ก็มาทำฟุธบาธรอบบ้านต่อครับครับ กว่าจะถมเสร็จ ฉาบเสร็จ หลายวันอยู่เหมือนกันครับ

 

 

บริเวณโรงจอดรถครับ

 

บริเวณลานใต้ระเบียงชั้นบนครับ

 

เทปูนเสร็จแว้ววววว บริเวณโรงจอดรถ

 

พื้นที่ว่าง ด้านหน้าห้องนอนครับ เชื่อมติดกับโรงจอดรถครับ นั่งเล่นสบายเลยครับ กว้างพอสมควร

 

ฟุตบาธข้างบ้านและหลังบ้านครับ

 

 

เทปูนเสร็จเรียร้อย ก็ปูกระเบื้อง ครับ ผมเลือกปูเฉพาะบริเวณด้านหน้าห้องนอน มาจนถึงบริเวณใต้ถุนระเบียงชั้นสองครับ พื้นที่ฟุตบาธ รอบๆบ้านและโรงจอดรถไม่ได้ปูครับ (ในใจลึกๆอยากปูมันทั้งหมเเลยครับ แต่งบไม่พอ.. ไว้เป็น โครงการในอนาคตต่อ 5555)

รอบนี้ผมไปซื้อกระเบื้องที่บุญถาวร ได้โปรโมชั้นอีกแล้วววววววว โปรช่วยเหลือน้ำท่วม ช่วงนั้นทางใต้น้ำท่วมครับ

 

อันนี้ติดกระจกหน้าต่างครับ ผมเลือกใช้สีชา ไม่เน้นโชวม่านครับ (ยังไม่มีตังซื้อ) อีกอย่างผมว่ามันทำให้บ้านดูโดดเด่นขึ้น (คิดเอาเองครับ)

 

 

ช่วงนี้ช่างสีก็เริ่มทยอยเก็บสีครับ ช่วงนี้จะเป็นช่วงเก็บงานครับ เป็นช่วงเวลาที่นานมากสำหรับผม เดี่ยวโน้น เดี่ยวนี่ จุกจิกๆ ด้วยความที่เราก็อยากให้เสร็จไวๆด้วย ใช้เวลากว่าจะเก็บงานเสร็จ ผมว่าประมาณ 2 สัปดาห์ได้ครับ ผมไม่ลงรายละเอียดเยอะนะครับ  ลืมบอกไปอีกอย่างครับ งานไฟฟ้าตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

 

มาถึงโค้งสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด ตอนนี้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ 95% วันนี้ผมมาทำความสะอาดบ้าน เตรียมย้ายของเข้ามาอยู่ครับเดี่ยวพาชมด้านในก่อนนะครับ พื้นที่ห้องโถงครับ (พื้นกระเบื้องนี่ของเดิมนะครับ)

 

 

เดืนเข้าไปก็จะเจอ ด้านซ้าย ห้องนอน ด้านขวา ห้องครัวครับ

 

ห้องครัวครับ พื้นที่เว้นไว้ทำซิ้งค์ครับ ผมเอารูปตอนซิงค์เสร็จมาให้ชมครับ ทำเรียบๆเล็กครับ ไม่มีอ่างล้าง ด้านล่างเปิดโล่งครับ ตามใจแม่ครับ งานนี้

 

 

มุมจากด้านในห้องครัวครับ

 

พาชมชั้นสองนะครับ บันไดหลังลงสือเสร็จ มีคราบฝุ่นนิดนึงครับ ยังถูไม่เรียบร้อย

 

 

พื้นไม้ชั้นบนครับ บริเวณที่นอน

 

พื้นบริเวณระเบียงครับ

 

 

ชมด้านในแล้ว มาชมด้านนอกกันต่อเลยครับ รีวิวมาหลายวัน ไม่แน่ใจว่ายังจำบ้านหลังเดิมก่อนปรับปรุงได้มั้ย ผมเอามาเปรียบเทียบกันอีกทีนะครับ จะได้เห็นชัดเจนเลย (รูปถ่ายทยอยถ่ายเก็บไว้หลังบ้านสเร็จ ตังแต่วันแรกที่เสร็จซึ่งพื้นรอบๆบ้านอาจจะไม่เรียบร้อยบ้างครับ ตอนนี้ก็ปรับพื้นที่ไปได้เรียบร้อยเกือบหมดแล้วครับ) มาชมกันเลยดีกว่าครับ

ภาพก่อนการรีโนเวท

 

ใช้เวลารีโนเวท ไปประมาณไป 3 เดือนเศษ และนี่คือผลงานที่ได้ครับ

.

.

.

.

.

.

.

.

สุดดท้ายแล้วครับ ผมจะสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ ตามนี้เลยครับ

1. งานก่อสร้าง รวม  433,000 บาท

– ค่าแรง งานก่อสร้าง 155,000 บาท

– ค่าวัสดุก่อสร้าง (ผมซื้อของเองทั้งหมด) 278,000 บาท

2. งานทาสี รวม 60,000 บาท

– ค่าแรงทาสี 35,000 บาท

– ค่าสี (ผมซื้อของเอง) 25,000 บาท

3. งานฝ้าเพดาน รวม 23,000 บาท (ค่าแรงรวมของ)

4. งานไฟฟ้า รวม 25,000 บาท

– ค่าแรง 15,000 บาท(รวมของยกเว้นหลอดไฟและโคมไฟ)

– ค่าของ 10,000 บาท

5. งานกระจก 3,700 บาท

6. ค่าทำกันสาดหน้าบ้าน 5,500 บาท

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 550,200 บาท

จากที่ได้ทำการรีโนเวทบ้านครั้งนี้ ได้อะไรหลายๆอย่างเลยครับ

1. ผมภูมิใจมากๆ ที่ทำมันสำเร็จตามเป้าหมายที่คิดไว้ คิดอยู่นานครับกว่าจะตัดสินใจกู้เงินในครั้งนี้  เนื่องจากต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดในการผ่อนชำระ ผมเองยังไม่มีครอบครัว รายได้มีทางเดียวคือเงินเดือน ก็ไม่ได้มากมายเท่าไรครับ บวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ค่ารถ,น้ำมันรถ,ใช้จ่ายส่วนตัว) สุดท้ายก็เลยวางแผนจัดการกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนลงตัว และคิดว่าตัวเองไหว เลยตัดสินใจลงมือทำครับ  ผมเชื่อว่าถ้าเราคิดว่าเราทำได้มันก็ก็ต้องสำเร็จอย่างแน่นอนครับ

2. มันมีปัญหาเข้ามาให้แก้ไขอยู่เรื่อยๆ เหนื่อยใช้ได้อยู่เหมือนกันครับ เรามีงบที่จำกัด (เงินที่กู้มาหมดพอดีเลยครับ เป๊ะมาก มีควักเงินเก็บออกมาบ้างครับ หมดตัวกันเลยทีเดียว) งานประจำก็ต้องทำ เวลาที่ได้คุยกับช่างก็หลังเลิกงาน อาศัยมี พี่ๆ คอยช่วยเหลือ ซื้อของให้ยามฉุกเฉิน รู้เลยครับว่าครอบครัวสำคัญที่สุดจริงๆ

3. โชคดีได้ช่างที่ไม่เอาเปรียบเจ้าของบ้าน ไว้ใจได้ และเป็นที่ปรึกษาอย่างดี ผมเองก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายครับ ถ้าได้ช่างไม่โอเคมา แย่เหมือนกันครับ

4. สุดท้าย ผมมีความสุขที่มีบ้านหลังใหม่ให้แม่อยู่

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามกระทู้รีวิวของผมนะครับ  คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคน นะครับ

ขอบคุณมากๆครับ

ที่มา : สมาชิกหมายเลข 3343244

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
สวัสดีค่า พบกับแบบบ้านจากสถาปนิกในประเทศไทย และต่างประเทศกันได้ทุกวัน พร้อมไอเดียตกแต่งบ้าน และสวนหลากหลายรูปแบบ สำหรับทุกคนที่มองหาแรงบันดาลใจในการออกแบบ อย่าลืมติดตามกันนะคะ ^_^

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...