รีโนเวทบ้านเพื่อปล่อยเช่ากับ “Airbnb” รายได้ดีกว่าปล่อยเช่าแบบรายเดือน!

ในปัจจุบันมีกระแสการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม คือ การเปิดบ้าน หรือห้องพักส่วนตัวของเราให้เช่าในแบบระยะสั้น หรือระยะยาวผ่านแอพพลิเคชั่น Airbnb ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับคนที่มีบ้าน หรือห้องพักที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

วันนี้ ในบ้าน จึงจะพาเพื่อนๆ ไปชมเรื่องราว “ทำบ้านใหม่ เพื่อ Airbnb” ของคุณ GranTurismo  ที่ได้ตกแต่งบ้านของตัวเองให้สวยงาม พร้อมสำหรับให้ผู้ที่สนใจได้เข้าพัก ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสามารถสร้างรายได้มากกว่าการปล่อยเช่ารายเดือนแบบทั่วๆ ไป ผลลัพธ์จะออกมาสวยงามขนาดไหนนั้น เราไปชมกันได้เลยครับ

 

ทำบ้านใหม่ รายได้เพิ่มด้วย Airbnb แบบถูกกฏหมาย

(โดยคุณ GranTurismo)

มาดูบ้านหลังเก่ากันก่อน บ้านหลังนี้ปล่อยเช่ามา 8 ปีแล้ว ทำสัญญายาวๆ ได้ค่าเช่าต่อเดือนไม่เยอะมาก แต่ลูกค้าก็ดี จ่ายเงินตรงเวลาตลอด พอลูกค้าออก ก็เลยเป็นเรื่องขึ้นมาซิทีนี้ เอาไงกันดี

เข้าไปดูสภาพบ้านหลังจากลูกค้าย้ายออก สภาพก็จะโทรมมากๆ ตามรูป

 

มาคิดกันว่าจะปล่อยเช่าแบบเดิม หรือจะลอง Airbnb ดี ได้ยินมาซักพักแล้วว่ารายได้ดีกว่าปล่อยแบบรายเดือนเยอะ แต่ก็จะจุกจิกกับลูกค้านิด ต้องดูแลบ้านเพิ่มอีกหน่อย (แต่แอบไปเห็นว่าเดี๋ยวนี้เค้ามีบริการรับบริหารบ้าน Airbnb เอาเรื่องจุกจิกให้เค้าทำไปก็น่าจะดี เลยไปลองปรึกษาดูซะหน่อย)

สำหรับคนที่ไม่รู้จักว่า Airbnb คืออะไร Airbnb คือการปล่อยเช่าบ้านระยะสั้น คล้ายๆกับที่โรงแรมปล่อยเช่าเป็นรายวัน ทำให้ได้ค่าเช่าที่เยอะขึ้น ด้วยความที่บ้านหลังนี้ก็อยู่กลางเมือง น่าจะมีลูกค้า Airbnb มาเช่าได้ซิหน่าาา ก็เลยตัดสินใจว่าลอง Airbnb เลยดีกว่า เพราะบ้านก็โทรมมากแล้ว ยังไงก็ต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง เพื่อให้สภาพกลับมาพร้อมเช่า ลงทุนแล้วก็หวังจะได้รายได้ที่มากที่สุดซิเรา

แต่พอมาดูจำนวนห้องนอน กับห้องน้ำ มันไม่ค่อยจะเหมาะกับการปล่อยเช่าแบบ Airbnb ถ้าจะทำให้เหมาะ เค้าก็แนะนำว่าอาจจะต้องทำห้องน้ำเพิ่ม กั้นห้องเพิ่ม ทีนี้มันจะเริ่มเยอะ ก็เลยเอาที่พอเหมาะดีกว่า

สรุปกันว่าจากเดิม มี 3 ห้องนอน 2.5 ห้องน้ำ เราจะเพิ่มให้เป็น ห้องนอน 4 ห้อง ห้องน้ำ 3.5 ห้องน่าจะเหมาะกว่า ลูกค้านอนได้ 8-10 คน จำนวนห้องนอนเพิ่มรายได้ก็เพิ่ม และไม่เกินจำนวนที่กฏหมายกำหนด (ถ้าไม่รู้ ทำไปผิดกฏหมายโรงแรมและแย่เลย)

 

ก็มาเริ่มออกแบบกัน โดยพยายามใช้ของเก่าให้ได้มากที่สุด และออกมาดูดีที่สุดในงบที่ไม่บานปลาย จะได้คืนทุนเร็วหน่อย สวยแต่ขาดทุนก็คงจะไม่ดีแน่ ฮาาาา. ก็ขีดๆเขียนๆกันไป

พอได้แบบที่พอใจกันแล้ว ก็หาผู้รับเหมากัน เราแบ่งงานออกเป็นสองส่วน คือ งานทั้งหมด (ห้องน้ำ กั้นห้อง ไฟฟ้า) แยกกับงานทาสี (เผอิญหาช่างทาสีแบบเหมาค่าแรงได้) เพื่อลดค่าใช้จ่ายลงได้อีกหน่อย ส่วนที่เหลือเก็บไว้ทำเองเพื่อความประหยัด

 

 

เริ่มงานกัน ช่างก็เข้ามารื้อๆ ส่วนไหนที่ยังจะเก็บไว้ใช้ต้องบอกเค้าว่าอย่าทำพังนะ เราจะเอาไว้ใช้ต่อ ตอนทำบ้านจะดูเยินๆมาก ลุ้นๆ กันว่าจะออกมาเป็นยังไง

 

เราพยายามจะคงของเก่าไว้หมด โดยส่วนผนังเดิมเราต้องทาสีใหม่ทั้งหมด ก็เลือกเป็นสีเทาเบอร์ที่เราต้องการ ก็ใช้สีกึ่งเงากึ่งด้านแบบ duraclean ซึ่งดูแลรักษาง่ายกว่ากันเยอะ ถ้าเป็นสีเข้มๆแบบนี้ เคยลองทาสีด้านๆ มือจับปุ๊ปเป็นรอยนิ้วมือเต็มไปหมดเลย (สีกึ่งเงาแบบนี้เราว่าสวยกว่าสีน้ำมันแบบเงาเยอะเลย)

ส่วนเฟอร์นิเจอร์เดิมจะเป็นสีพ่นขาว แต่พอสีขาวใช้ไปนานๆมันก็จะเร่ิมเหลือง (บ้านหลังนี้ รีโนเวทไปรอบนึงแล้วแต่ไม่มีงบทำเฟอร์ทั้งหมดเลยรวมอายุงานพ่นขาวนี่ได้เกือบ 20 ปีเลย) เราก็เลยทาสีใหม่เป็นสีๆ เทาๆ ดีกว่าโดยใช้วิธีการทาซึ่งอาจจะไม่เนี๊ยบมาก

แต่ก็ประหยัดค่าแรงช่างไปได้เยอะ ค่าทำถูกกว่าทำสีพ่นพอสมควร สีที่ใช้คือสีน้ำมันกึ่งเงากึ่งด้าน ซึ่งใช้สี ขาว กับ ดำ มาผสมกัน ให้ช่างเทียบสีเอากับสีเบอร์ที่เราเลือกไว้

.

 

Advertisement

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ ก็ใช้ตัวเก่าเกือบหมด เพิ่มของใหม่ไปบ้าง โดยเอาไปรวมไว้ในห้องเดียวกัน จะได้สไตล์คล้ายๆกัน ห้องรับแขก ก็มีโซฟาใหม่ผสมของเก่า (ใจจริงก็แอบขัดใจโซฟาเก่าอยู่เหมือนกัน ตอนแรกว่าจะหุ้มใหม่ เช็คราคาแล้วหงายหลัง ใช้ของเก่าไปต่อดีกว่า) ชั้นล่างก็เลยออกมาเป็นโทนเป็นสีเทาเน้นด้วยโซฟาแดง

ช่วงที่ทำบ้านก็เดินดูของซื้อของกันทุกวัน หาของดีราคาสมเหตุสมผลมาแต่งบ้าน

 

ห้องนอนนอกจากห้องที่ใช้ของเดิมหนึ่งห้อง ที่เหลือเตียงนอนส่วนใหญ่ใหม่ทั้งหมด โดยจะเป็นของ Ikea แต่ฝูกดูราคา Ikea แล้วไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เลยลองดูราคาของร้านฟูกทั่วๆไป เออราคาถูกกว่าแต่ spec ดีกว่าเยอะเลย เลยซื้อแต่เตียงกับผ้าปู Ikea แล้วก็พวกโต๊ะ เก้าอี้อีกนิดหน่อย

.

 

พอช่างเสร็จงานพวกห้องน้ำ ปูกระเบื้อง งานไฟฟ้าทั้งหลาย ช่างก้ขนของออก ก็มาเริ่มทำความสะอาด และจัดของกัน
ก้เริ่มแกะพร้อพมาจัด กรอบรูปก้ปรินท์รูปที่หามาจากในเน็ตบ้างถ่ายเองบ้างเอามาใส่กรอบ ikea พวกกระจกเงานี่ก็สำคัญ บ้านแคบๆ จะดูกว้างขึ้นทันทีที่มีกระจกเงา

 

เฟอร์นิเจอร์ที่สั่งไว้ก็ทยอยมาส่ง ประกอบเฟอร์นิเจอร์กันหน่อย (โดยช่างผู้ชำนาญ)

เตียงซื้อมาบางทีสีก็ไม่ถูกใจ แต่ราคามันได้ ก็ทาสีซะ แค่นี้ก้ได้เตียงราคาดี และได้สีที่ถูกใจด้วย

 

เสร็จแล้วครับ ทำความสะอาดรอบสุดท้ายอีกที ออกมาก็จะหน้าตาประมาณนี้นะครับ

บ้าน ประตูอลูมิเนียมของเดิม 20 ปีแล้วสีเชยๆ แบบขัดใจดีไซเนอร์ แต่มันยังทนทานดีไม่กรอบแบบพวก upvc ก็จัดการเปลี่ยนล้อกะล๊อคนิดหน่อยใช้งานได้เหมือนเดิม สีภายนอกก้เปลี่ยนเป็นสีครีมซะหน่อยให้เข้ากับอลูมิเนียมสีชาละ ก็พอไปไหว

 

บ้านเก้าอี้สีแดงทรง contemporaryๆของเก่าที่ไม่มีเงินเปลี่ยนผ้า เอามาจับทำความสะอาดซะหน่อย ก้พอถูไถไปกับตัวบ้านที่เราทำใหม่สกีมสีเทาแดง เข้ากับโต๊ะกินข้าวและเก้าชุดเก่าที่มาพร้อมกัน

.

 

พร้อพต้องมี จะปล่อยเช่า Airbnb รูปถ่ายสำคัญมาก (เค้าว่างั้น) จัดไปอย่าให้พร่อง

 

ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับห้องกินข้าว สามารถรับแขกได้ 10 คน นั่งเล่นนอนเล่นกันได้สบายๆ

.

.

 

ห้องกินข้าวและครัว เชื่อมต่อกัน โดยมีบานเลื่อนเก่าทำสีใหม่

.

 

ห้องนอนทั้งหมด 4 ห้องโทนเดียวกันหมด หยอดสีทองบางห้องเพิ่มความหรูหรานิดๆ จะได้ไม่เทาๆ ทึมๆ กันไปทั้งบ้าน

.

.

.

.

 

ห้องน้ำเล็กๆ แต่ฟังชั่นครบ เหมาะกับบ้านในเมืองที่พื้นที่ใช้สอยจำกัด กระเบื้องเลือกให้ถูกที่สุดที่พอดูดี เดินวนไปวนมาในร้านกันหลายชั่วโมงกว่าจะได้กระเบื้องตัวนี้มา ขอตัวจัดโปรเท่านั้นบอกเซลไป

 

สรุปลงทุนไปประมาณ 1 ล้านกว่าๆ (ขนาดคุมงบแล้วนะ) แพงเพราะทำห้องน้ำใหม่ไปสองห้อง ปูกระเบื้องห้องน้ำเก่าไปอีกห้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี เครื่องซักผ้า ต้องมีให้ครบ แอร์เก่าบ้างใหม่บ้างตามสภาพ แต่ยังไงก็ตาม ทางบริษัทที่เราให้เค้าบริหารบ้านของเรา บอกว่าจะคืนทุนภายใน 1-2 ปีในส่วนเฉพาะค่าปรับปรุงตกแต่งบ้าน ซึ่งก็เหมือนได้บ้านหลังใหม่มา

จากบ้านโทรมๆ ที่เห็นตอนแรก หลังจากคืนทุนก็เก็บค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น และกำไรอย่างเดียวเลย ที่นี้ก็มาลุ้นกันอีกที ว่าหลังจากปล่อยเช่าแล้วจะเป็นยังไง

ที่นี้ก็ปล่อยให้เป้นหน้าที่ของบริษัทที่จะมาจัดการให้แล้ว มีต้องทำเอกสารขออนุญาติอะไรต่างๆ ก็ว่ากันไป มีการนัดทางกรมมาตรวจบ้าน ปรับปรุงแก้ไขกันจนเป็นที่พอใจ จนสุดท้ายก็ได้ใบอนุญาติมาจนได้ แต่ยังไม่หมด เรายังต้องไปลงทะเบียนเพื่อที่จะทำการลงทะเบียนผู้ที่มาเข้าพักอีกด้วย หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด บ้านก็พร้อมที่จะปล่อยเช่าแล้ว

ที่มา : GranTurismo

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...