รีวิว “รีโนเวททาวน์โฮมสองชั้น” เปลี่ยนบ้านหลังเก่าสุดเชย ให้กลายเป็นบ้านใหม่แสนชิล

บ้านแต่ละหลังนั้น ล้วนแต่มีอายุการใช้งาน โดยปกติบ้านที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปี เป็นต้นไปก็เริ่มมีโครงสร้างที่เริ่มเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา ทำให้บ้านไม่น่าดูเหมือนเก่า ดังนั้น อาจจะถึงเวลาที่เราจะต้องมีการปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างภายใน และตกแต่งภายนอกให้สวยงามทันสมัย

วันนี้ ในบ้าน ก็มีเรื่องราว การรีโนเวททาวน์โฮม 2 ชั้น ให้กลายเป็นบ้านใหม่สุดชิล ของคุณ สมาชิกหมายเลข 5064468 มาให้เพื่อนๆ ได้ติดตามชมกัน เพื่อเป็นไอเดีย หรือแนวทางให้เพื่อนๆ ที่กำลังหาข้อมูลในการปรับปรุงบ้านของตัวเองไว้เป็นแนวทางงเบื้องต้น

 

รีวิว “รีโนเวททาวน์โฮมสองชั้น” เปลี่ยนบ้านหลังเก่าสุดเชย ให้กลายเป็นบ้านใหม่แสนชิล

(โดยคุณ สมาชิกหมายเลข 5064468)

 

ทาวน์เฮาส์หลังนี้เป็นของเพื่อนพี่สาวครับ เด็กแนวและพี่สาว เราก็เป็นนักออกแบบช่างฝันทั้งคู่ครับ เพื่อนของพี่ก็เลยขอลองฝีมือพี่น้องคู่นี้สักหน่อย ให้เราดูแลตั้งแต่การคิดนั่นคิดนี่ จนไปถึงดูแลการก่อสร้างส่วนต่างๆ แบบว่าแกทั้งสองไปจัดการเหมาหมดทุกรายละเอียดด้วย

.

.

 

เริ่มจากมองดูจากภายนอกเลยละกันครับ สภาพที่เห็นตัวบ้านเป็นโครงสร้างก่ออิฐฉาบปูนทาสีโอโรส หลังคากระเบื้องลอน หน้าต่าง-ประตูบานไม้ และอลูมิเนียม ติดเหล็กดัดรอบบ้านหนาแน่น

.

 

ส่วนประตูรั้ว และรั้วบ้านก็จะเป็นรั้วไม้ประดู่ ช่างทาสีจะออกแดงๆ ปื้ดๆ กลบลายไม้หมดเลย เสียของจิงๆ

 

ทางเดินระเบียงรอบบ้านปูกระเบื้อง พร้อมข้าวของมากมายวางเต็มพื้นที่ มีต้นม่วงต้นใหญ่มุมหน้าบ้าน

.

.

 

ส่วนด้านหลังบ้าน ก็มีการต่อเติมโครงสร้างใหม่เพิ่ม ดูแล้วก็น่าจะต่อเติมทุกหลังทั้งซอยนี้เลยครับ

 

สภาพก็ตามรูปครับ นี่เคยถูกปรับปรุงหลังจากอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาแล้วครับ ซึ่งตอนนั้นระดับน้ำก็ปาเข้าไปครึ่งของชั้นล่างเลยครับ

 

มาดูสภาพภายในกันครับ

.

.

.

 

บรรยากาศภายในค่อนข้างอึมครึม แสงสว่างไม่เพียงพอ แต่ลมระบายอากาศดีมาก มีเพดานที่สูงถึง 2.80 เมตร
เป็นระดับความสูงที่หายากในโครงการบ้านใหม่ๆ อันนี้เด็กแนวชอบจริงๆ

.

.

 

สภาพหลังบ้านเดิมที่ต่อเติมออกมา ก็จะเป็นห้องครัว และห้องเก็บของ มีช่องแสงธรรมชาติที่ทำขึ้นมา
ซึ่งดีมากครับช่วยในเรื่องแสงเวลากลางวัน และแก้ปัญหาความอับชื้นในบริเวณนี้ได้ดีทีเดียว

 

บันไดก็จะเป็นบันไดไม้แดงครับ ตีทึบตันทั้งลูกตั้งลูกนอน มีห้องเก็บของใต้ชานพัก และมีช่องแสงหลังคาส่องลงมาในส่วนนี้

.

 

เดินมาถึงชั้นบนครับ ข้างบนจะมี 3 ห้องนอนครับ ในฝั่งด้านหน้าบ้านจะเป็นห้อง Master Bedroom + ห้องน้ำในตัว และอีก 2 ห้อง ในส่วนด้านหลัง

.

.

 

ภายในห้องนอนใหญ่ จะไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก เน้นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาจัดวางตามการใช้งานเท่านั้น แต่แสงสว่างในห้องนี้ดีมากครับ มีหน้าต่างประตูรอบด้าน และระเบียงใหญ่ที่ไม่เคยได้ออกไปใช้งาน (เสียดายพื้นที่ตรงนี้ครับ)

 

ส่วนห้องน้ำก็จะแบ่งพื้นที่การใช้งานตามรูปครับ งานระบบไฟฟ้าก็จะเดินสายลอย ไม่มีสายดิน ระบบประปาก็จะรั่วซึมเป็นจุดๆ ทั่วบริเวณบ้านครับ

 

หลังจากมาได้มาดูสภาพทั้งหมด เห็นปัญหาต่าง ชๆ ผมขอแบ่งเป็นสัก 3 ข้อใหญ่ๆ ที่จะนำมาเป็นแนวทางแก้ไขการรีโนเวทครั้งนี้ครับ
1. สภาพบ้านภายนอก ที่ดูเก่าโทรม ดูไม่ทันสมัย เริ่มตั้งแต่รั้วรอบบ้าน ไปถึงยังหน้าตาตัวบ้าน ( ชงานนี้ทุบ และรื้อ เป็นพระเอกแน่นอนครับ ช)
2. สภาพภายในบ้าน การจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ การให้แสงสว่าง การใช้ Function ต่างๆ ในพื้นที่จำกัด + การตกแต่งภายในที่ต้องว๊าววววว!!!!
3. การแก้ไขงานระบบไฟฟ้า และประปา อันนี้คงต้องทำใหม่ทั้งหมดครับ ( ชบ้านใหม่งานระบบควรเริ่มต้นใหม่น่ะครับ เรื่องนี้ห้ามขี้เหนียวครับ ช)
แค่ 3 หัวข้อหลักๆ นี้ เราก็จะเริ่มแตกย่อยรายละเอียดหยิบย่อยในแต่ละส่วนแต่ละงานไปครับ ซึ่งถ้ามองเห็นการทำงานเป็นขั้นตอนแล้ว งานพวกนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คนเค้าพูดกันน่ะครับ ต้องเรียงลำดับงานให้ดีก่อน และหลัง
ได้เวลาสร้างฝันให้เป็นจริงแล้วครับ เริ่มจากการทุบ และรื้อถอน ตั้งแต่เพดาน ผนัง พื้น และงานระบบทั้งหมด ให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าตามแบบที่เราวาดฝันครับ ก็จะมีการเพิ่มช่องแสงหน้าต่างขึ้นมาใหม่บ้าง ก่อผนังปิดส่วนของเดิมบ้าง เจาะเพิ่มอันใหม่บ้าง ทำให้ตัวบ้านภายนอกมีหน้าตาดูทันสมัย มีดีเทลขึ้นเยอะครับ
ก่อนจะไปสร้างจริง ที่ขาดไม่ได้ คือ แปลนผังนะครับ ไม่มามั่วลูกทุ่งกับช่างรับเหมา พากันเป็นสถาปนึกช อยู่หน้างาน งงในดง เลยนะครับ

.

.

 

เพิ่มเติม แปลนพื้น มาด้วยก็ดีมากเลยนะครับ เราจะเห็นทั้งสีของพื้น ตำแหน่งของพื้นที่แต่โซน ที่ถูกแบ่งได้ด้วยสีของวัสดุพื้น และยังง่ายต่อการคำนวณพื้นที่เพื่อจะไปสั่งซื้อกระเบื้องได้อีกนะครับ

 

ห้องรับแขก ที่เชื่อมพื้นที่ห้องอาหาร และไปยังครัว ถูกเปิดโล่งไม่มีอะไรกั้น ทำให้ความรู้สึกพื้นที่ตรงนี้ใหญ่ โอ่โถง ได้ฟีลลิ่งบ้านเดี่ยวเลยครับ

.

Advertisement

.

 

ห้องรับแขก ผนังทีวีขอกรุกระเบื้องลายหินอ่อนสวยๆ พื้นปูแกรนิโตสีขาวเงาจั๊วะ ตกแต่งเพดานซ่อนไฟ ติดพัดลมเก๋ๆ นะครับ

.

.

 

มองจากรับแขกไปห้องครัว

.

.

.

.

.

.

 

ผนังครัวถูกกั้นด้วยบานเลื่อนลูกฟักบานใหญ่ 2 บาน กรุกระจกลอนเพิ่มลูกเล่น และรางเลื่อนประตู สไตล์ลอฟท์ๆ เท่ห์ๆ สีดำ

 

เคาน์เตอร์บาร์มหึมางานสร้าง ยาว 3 เมตร. หุ้มหินเทียมลายหินอ่อนไร้รอยต่อ เก๋ๆ แบ๊วๆ เป็นมุมเสน่ห์ สังสรรจุดขายของบ้าน

 

ถัดเคาน์เตอร์บาร์มา ก็จะเป็นส่วนครัวนะครับ

.

.

.

 

ครัวจะเน้นเรียบๆ บานลายไม้ กรุกระเบื้องผนังลายอิฐสีขาว เด่นที่พื้นลายสีขาว-ดำ

 

มาด้านนอกโรงจอดรถกันบ้างครับ

 

เราก็ติดตั้งตู้ใหญ่สักใบ เอาใหญ่สูงถึงเพดานเลยนะครับ เพื่อเก็บรองเท้า และอุปกรณ์ข้าวของเยอะแยะมากมาย สวยจบเป็นระเบียบครับ

 

ภายในห้องนอนใหญ่ เราก็กั้นพื้นที่แบ่งเป็นสัดส่วนด้วยผนังเบา ส่วนสำหรับนอนพักผ่อนอยู่ภายด้านนอก / ส่วนแต่งตัวด้านใน และรื้อทั้งทีอย่าลืมใส่ฉนวนกันความร้อนเข้าไปใต้หลังคาด้วยนะครับ

.

.

.

.

 

บรรยากาศห้องนอนก็จะตกแต่งในโทนสีเทาเป็นหลักครับ ตัดกับวัสดุไม้แท้ ท่อเหล็กสีดำ เตียงนอนสีเทาเข้ม และพื้นไม้ปูใหม่ที่ดูกลมกลืนกับผนัง ติดตั้งแอร์เพดาน ไม่ให้กวนสายตาเวลามองดูผนังสวยๆ เป็นไงครับหล่อขึ้นทันตาเห็น

.

 

พื้นที่ด้านหลังผนังทีวี เราก็จัดเป็นส่วนแต่งตัว เชื่อมห้องน้ำ เหมือนฟังชั่นบ้านจัดสรรสมัยใหม่นี้

.

.

.

 

ผนังเบาทีวี กั้นพื้นที่ด้านนอก และด้านใน ตกแต่งด้วยชิ้นไม้เมเปิลคละขนาด ต่างระดับ และกระจกเงาล้อกันไปครับ
แขวนโคมไฟดูดิบๆ เท่ห์ๆ ไว้เปิดสร้างบรรยากาศตอนกลางคืนได้อีกด้วยนะครับ

ดูดีๆ ก็จะมีประตูที่ทำกลมกลืนกับผนัง เปิดเข้าไปยังด้านในส่วนแต่งตัว และบริเวณระเบียงชั้นบนส่วนห้องนอนใหญ่ จากที่ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์คราวนี้ได้ใช้แน่นอนครับ

เป็นมุมเอกเขนกนั่งเล่นชิวๆ ได้พื้นที่มาตั้ง 4 ตร.ม คุ้มสุดๆ เรื่องแสงไม่ต้องห่วงสบายๆ และลมก็พัดเข้าออกตามช่องหน้าต่างบานกระทุ้งที่เราอยากจะเลือกเปิดครับ

.

.

.

 

ส่วนห้องน้ำ ก็รื้อให้เหลือเพียงแนวท่อเดิมที่ทำระบบรับขึ้นมาใหม่

.

.

 

ห้องน้ำสดใหม่ซิงๆ ลืมไปเลยครับว่าของเดิมมันมายังไง ถึงพื้นที่จะเล็ก เราก็จัดรายละเอียดใส่ให้เต็มที่ไปเลยครับ
พื้น ผนัง เพดาน ไฟ จัดเต็มๆ บรรยากาศภายในก็จะล้อกับห้องนอนมาครับ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ที่มา : สมาชิกหมายเลข 5064468

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...