Review : ตกแต่งห้องสตูดิโอสไตล์มินิมอล เรียบง่ายและอบอุ่น ภายใต้เสน่ห์โทนสีขาวแสนสบาย

การตกแต่งในสไตล์ มินิมอล นั้น ถือว่าได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก ด้วยการตกแต่งที่ดูสะอาดตาและเรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องจัดแจงสีสันให้มากมาย จึงตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของดีไซน์และความง่ายในการเลือกของตกแต่ง

สำหรับวันนี้ ในบ้าน ก็จะพาชาวเว็บไปชมรีวิว ตกแต่งห้องสตูดิโอสไตล์มินิมอล ของคุณ HappyAries เป็นห้องที่เปิดไว้สำหรับให้เช่า แต่มีความละเอียดและตั้งใจมากในขั้นตอนการตกแต่งเหมือนกับอยู่เสียเอง งานนี้ใครที่เป็นแฟนสไตล์มินิมอล ต้องไม่พลาดเลยครับ

 

Review : ตกแต่งห้องสตูดิโอสไตล์มินิมอล เรียบง่ายและอบอุ่น ภายใต้เสน่ห์โทนสีขาวแสนสบาย

(โดย HappyAries)

white-studio-room-decoration-review-cover

 

สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะมารีวิวห้องที่แต่งสำหรับทำสตูดิโอให้เช่าค่ะ

เนื้อหาจะเน้นไปทางการตกแต่งห้อง จะไม่มีโฆษณาแอบแฝงแน่นอนค่ะ เพราะจะไม่บอกตำแหน่งที่ตั้ง หรือรายละเอียดใดๆ เลย แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์มากกว่าค่ะ แต่ที่ลงว่า CR และ SR เพราะสตูดิโอนี้เป้นของตัวเอง แต่พวกสินค้าที่ซื้อเข้ามานี่ซื้อมาเอง ไม่ได้มีคนให้ เลยไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เป็น CR หรือ SR กันแน่ เลยลงทั้ง 2 อันเลยแล้วกันค่ะ

 

สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จักธุรกิจสตูดิโอให้เช่า ว่ามันคืออะไร…

ก็คือเป็นสถานที่ที่ให้ช่างภาพเข้ามาถ่ายรูปนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายรูปนางแบบเอาไปทำโปรไฟล์ หรือร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์มาถ่ายเสื้อผ้า หรือพรีเว็ดดิ้ง อะไรแนวๆ นี้ค่ะ

 

จุดเริ่มต้นการทำสตูดิโอ (อันนี้ใครไม่อยากอ่านให้ข้ามไปอ่านที่ด้านล่างได้เลยค่ะ)

เนื่องจากเราได้ย้ายมาอยู่บ้านใหม่แถวชานเมืองหลังแต่งงาน เราก็เลยหาเช่าสถานที่ที่ใกล้ๆ บ้าน สำหรับเป็นออฟฟิศใหม่ (เราขายของออนไลน์อยู่แล้ว ต้องใช้สถานที่สำหรับสต๊อกสินค้า แพคของ และทำงาน) ก็เลยมาได้ที่นี่ เป็นตึกแถว 5 ชั้น รวมดาดฟ้า อยู่ใกล้โรงเรียน และเราก็โชคดีที่ได้ราคามาแบบน่ารักๆ คือเท่ากับที่เดิมเลย แต่ได้ทั้งตึก ที่เดิมได้แค่ 2 ห้อง แต่อยู่ในเมือง ซึ่งเราไม่ได้สนใจทำเลว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง เพราะเราขายออนไลน์ 100% อยู่แล้ว เน้นว่าสะดวกไปทำงานจะดีกว่า แล้วอีกอย่างที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่นัก เพราะอยู่ใกล้กับโรงเรียนมัธยมมากๆ เลยล่ะค่ะ

เราย้ายเข้ามาทำที่นี่ได้ประมาณ 1 ปี อะไรๆ ก็ลงตัวหมดแล้ว แล้วก็มานั่งนึกๆ ดูว่า ตอนนี้เราใช้สถานที่ทำงานแค่ชั้น 2 เท่านั้น เรามีพื้นที่เหลืออีก 4 ชั้น มันน่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ในตอนแรกกะว่าจะเอาชั้น 1 ไว้ทำร้านอะไรซักอย่าง เช่นของกิน หรือพวกขนม แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าบุคลากรเราค่อนข้างจำกัด ถ้าช่วงที่มีออร์เดอร์ออนไลน์เยอะๆ พนง.จะไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้เลย เราเลยล้มโครงการไป และมานั่งคิดว่าจะทำธุรกิจอะไรดีที่มันไม่ต้องใช้คนบริหารมากมายนัก ประมาณว่าเปิดสถานที่ให้เช่า เหมือนคอนโดปล่อยเช่าอะไรอย่างนี้ เราก็เลยลองหาข้อมูล ก็มีทั้งธุรกิจให้เช่าห้องประชุม ให้เช่าห้องเล่นดนตรี ให้เช่าห้องสัมมนา แล้วก็ให้เช่าสตูดิโอ แล้วเราก็มาชั่งน้ำหนักดูว่า ตัวไหนน่าจะเหมาะกับเราที่สุด สรุปว่าก็เป็นเช่าสตูดิโอถ่ายรูปก็แล้วกัน เพราะเราชอบแต่งห้อง แต่งบ้านอยู่แล้ว และตัวอื่นๆ เรามีความรู้น้อยมาก ถ้าทำนี่อาจถึงขั้นเจ๊งได้

หมายเหตุ : ธุรกิจสตูดิโอให้เช่านี้ถือว่าเป็นอาชีพเสริมค่ะ รายได้หลักยังคงจะมาจากขายของออนไลน์อยู่ค่ะ เอาแค่ว่าได้เงินมาช่วยรายเดือนนิดหน่อยก็พอ และลงทุนไปแล้วได้กำไรมากกว่าเงินฝากก็โอเคแล้วค่ะ

ตึกเรามีชั้นว่างเหลืออยู่ถึง 4 ชั้น (ชั้น 1, ชั้น 3, ชั้น 4 และดาดฟ้า) แต่เราเลือกทำแค่ 1 ชั้นก่อน เพราะงบน้อย และอยากลองตลาดก่อนว่าจะไปทิศทางไหน เราเหมาะกับธุรกิจรึเปล่า เพราะถ้ามันไม่ดี เราจะได้เจ็บตัวน้อยๆ หน่อย

เราเลือกทำที่ชั้น 1 เพราะติดแอร์เอาไว้อยู่แล้ว (เพราะกะว่าจะทำร้านขายนู่นนี่นั่น) พื้นที่ของชั้น 1 โดยประมาณคือ 4 x 8 เมตร (อันนี้วัดเฉพาะส่วนที่เป็นสตูดิโอนะคะ) ไอเดียของเราคือจะแบ่งเป็น 2 ห้อง ห้องหนึ่งจะโทนสว่าง และอีกห้องจะโทนมืดๆ เราก็ไม่รู้ว่าเราคิดถูกมั้ยสำหรับ 2 คอนเซ็ปนี้ แต่มันก็ทำไปแล้วล่ะ -..-

เกริ่นได้ยาวจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พิมพ์สั้นๆ ไม่ค่อยเป็น >_< เริ่มแล้วจริงๆ ค่ะ

 

 

วันนี้จะรีวิวห้องโทนสว่างก่อนนะคะ เพราะอีกห้องยังไม่เสร็จ

เราตัดสินใจว่าจะทำเป็นห้องนอนแนวญี่ปุ่นๆ หน่อย เพราะชอบแนวนี้ แล้วเห็นว่าช่วงนี้เค้าก็นิยมถ่ายกัน แล้วลองปรึกษาเพื่อนที่เป็นช่างภาพออกทริป เค้าก็บอกว่าทำแนวนี้ก็น่ารักดี เราก็เลยไม่ลังเลเลยค่ะ อันนี้ก็เลยกลายเป็นที่มาของกระทู้ว่า ห้องนอนไม่ได้นอน ค่ะ

 

รูป layout ของห้องเป็นอย่างนี้ค่ะ จะได้มองภาพออกกัน

white-studio-room-decoration-review-1

 

ห้องจริงเป็นอย่างนี้ค่ะ

white-studio-room-decoration-review-1

 

เริ่มจากปูพื้นก่อนนะคะ

เราใช้เป็นกระเบื้องยางมีกาวในตัว ซื้อจากโฮมโปร ช่วงไปซื้อลดราคาพอดี เหลือ ตรม.ละ 259-269 บาท จำไม่ได้ค่ะ

 

อุปกรณ์

– กระเบื้องยาง

– คัตเตอร์

– ไม้บรรทัด (ควรจะเป็น ฟุตเหล็ก)

 

วิธีติดก็ไม่ยากค่ะ

ถ้าเทียบกับส่วนอื่นๆ ในห้องนี้แล้วถือว่าง่ายที่สุดเลยค่ะ ก่อนอื่นนำแผ่นพื้นมาวางเป็นไกด์ไลน์ก่อน

white-studio-room-decoration-review-2

 

พอเข้าที่แล้วก็แกะแล้วก็แปะเข้าไปเลย

อ้อ ก่อนหน้าจะแปะต้องทำความสะอาดพื้นก่อนนะคะ

white-studio-room-decoration-review-3

 

ส่วนตรงขอบๆ ห้อง อันนี้เราต้องตัดกระเบื้องยางให้พอดีค่ะ

วิธีตัดก็คือวัดพื้นที่ก่อนว่ายาวเท่าไหร่ แล้วก็เอาคัตเตอร์มากรีดที่กระเบื้องยาง ไม่ต้องกรีดทะลุนะคะ กรีดพอเป็นรอย จากนั้นใช้มือหักก็ออกแล้วค่ะ (เราลืมถ่ายรูปมาทั้งตอนที่เสร็จแล้ว แล้วก็ตอนที่กรีดแผ่นพื้น ต้องขอโทษด้วยค่ะ)
โดยรวมก็จะได้แบบนี้ค่ะ

Advertisement

white-studio-room-decoration-review-4

อันนี้ทำไม่ยากจริงๆ ค่ะ แต่อาจจะใช้เวลานานนิดนึง แล้วแต่ขนาดของห้องค่ะ

 

ต่อมาก็ไปทำกำแพงต่อ จริงๆ

ควรทำกำแพงก่อนนะคะ เพราะเวลาที่อะไรหล่นลงมา พื้นจะได้ไม่เสีย ในกรณี้นี้เราทำปูนหยด ปูนหล่นไปเยอะมากเลยค่ะ ถึงแม้ว่าจะเอาหนังสือพิมพ์รองแล้ว แต่ก็ยังแอบเลอะมาที่พื้นอยู่ดีค่ะ ยังไงก็ยังยืนยันว่าควรจะทำกำแพงก่อนค่ะ

เราตั้งใจทำให้ฝั่งนึงเป็นอิฐสีขาว และอีกฝั่งเป็นผนังขาวธรรมดา ฝั่งผนังขาวคงไม่ได้เอามารีวิวเพราะแค่ทาสี เราจะพูดถึงการแปะอิฐเท่านั้นนะคะ

 

อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ

– อิฐแบบแผ่นๆ

– ปูนกาว

– เกรียง หรือ ไม้อะไรก็ได้สำหรับผสมปูน

– ไม้กั้นระยะห่าวงของช่อง (เดี๋ยวมีรูปให้ดูค่ะ)

– ไม้บรรทัดที่มีระดับน้ำ (เค้าเรียกอะไรก็ไม่รู้อ่ะ)

– ถุงกับข้าวพลาสติก

– หนังยาง

 

เราซื้ออิฐมากล่องละ 520 บาท มีประมาณ 80-100 ก้อนมั้ง จำไม่ได้แล้วค่ะ คำนวนจากพื้นที่แล้ว (3.6 x 2.88 ม.) เราต้องใช้ทั้งหมด 11 กล่อง อันนี้คำนวนจากการปูอิฐแบบเว้น 1 ซม. นะคะ ถ้าวางอิฐชิดกันก็ต้องใช้มากกว่านี้ (ไม่มีรูปกล่องอิฐมาโชว์อ่ะค่ะ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะมารีวิวตั้งแต่แรก แต่พอทำเสร็จแล้วมันภูมิใจมากกก เหนื่อยมาก จนอยากจะมาบอกต่อ เพราะตอนเราหาข้อมูลการทำเอง มันก็ไม่ค่อยจะมี เลยเอามาแบ่งปันกันค่ะ)

ร้านที่ขายอิฐแนะนำว่าให้ใช้ปูนกาว เราไปซื้อที่โฮมโปร เค้าก็แนะนำให้ใช้อันนี้ค่ะ

white-studio-room-decoration-review-5

 

จากนั้นก็เอาปูนมาผสมกับน้ำ

อัตราส่วนเราไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป๊ะขนาดนั้น กะๆ เอาจากความข้นตามต้องการ แต่อย่าให้ข้นเกินไป เพราะเดี๋ยวแห้งแล้วปูนจะแตกค่ะ หลังจากนั้นก็เอาปูนมาทาข้างหลังอิฐทีละก้อน แล้วก็นำไปแปะกับกำแพง (ปูนในรูปจะเหลวไปนิดนึง หลังจากถ่ายรูปนี้แล้วเราไปเพิ่มปูนอีกนิดหน่อยค่ะ)

หมายเหตุ : เราไม่ใช่ช่าง และไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนเลย หากมีอะไรผิดพลาดประการใด สามารถแนะนำได้เลยค่ะ แต่อย่าดุน้า >_<

white-studio-room-decoration-review-6

 

พอแปะก้อนแรกไปแล้วก็เอาไม้ที่เตรียมไว้มากั้นเพื่อให้ระยะห่างแต่ละช่องเท่ากัน

ไม้นี้เราซื้อที่ร้านเครื่องเขียนแถวนั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่าเรียกว่าอะไร มันเป็นแท่งยาวๆ แท่งละ 65 บาท

white-studio-room-decoration-review-7

 

รูปไม้กั้น

ตอนแรกจะมาเป็นแท่งยาวๆ เราเอามาตัดค่ะ ใช้กรรไกรตัดก็ออกแล้ว

white-studio-room-decoration-review-8

 

แล้วก็ทำต่อไปเรื่อยๆ

จนได้มาเป็นแบบนี้

white-studio-room-decoration-review-9

 

ระหว่างทำก็ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดไปตลอดเลย

เพราะว่ามันอาจจะเอียงขึ้น เอียงลงได้ เพราะอิฐมันมาไม่เท่ากันค่ะ

white-studio-room-decoration-review-10

 

เสร็จแล้วจะได้แบบนี้

ส่วนตรงขอบๆ มุมๆ มันจะวางอิฐไปทั้งก้อนไม่ได้ อันนี้เราต้องตัดอิฐค่ะ ส่วนนี้เราทำเองไม่ได้ ก็เลยให้แฟนเราทำ เค้าใช้ลูกหมูหรือเครื่องเจียรตัดค่ะ (พอดีไม่ได้ถ่ายรูปมาแต่คงเข้าใจกันนะคะ)

white-studio-room-decoration-review-11

 

ทีนี้มันจะเหลือช่องๆ ระหว่างอิฐอยู่ ตรงนี้เราก็จะเอาปูนใส่เข้าไปตามร่องค่ะ

เราก็ไม่รู้ว่าปกติช่างเค้าทำกันยังไง แต่พอดีเราเพิ่งเรียนทำคุ๊กกี้มา เราเลยเอาถุงกับข้าวมาใส่ปูนแล้วมัดด้วยหนังยางให้เป็นแบบในรูปเหมือนตอนที่บีบหน้าคุ๊กกี้ค่ะ แล้วก็ตัดปากถุง บีบปูนเข้าตามร่อง แล้วเอานิ้วปาดให้เรียบค่ะ ไม่มีรูปช่วงนี้เลยค่ะ เพราะว่ามือเลอะสุดๆ

คำเตือน : หากใครแพ้ง่าย ให้หาเครื่องมืออื่นๆ มาปาดแทนนะคะ เพราะปูนจะกัดมือ หรือต่อให้ไม่แพ้ปูน ตอนปาดก็ให้ระวังด้วย เพราะมือเราบอบบางกว่าอิฐ เวลาเราปาดไปนานๆ เนื้อมันจะอ่อน แล้วพอปาดไปอีกไม่กี่ที นิ้วจะเป็นแผลค่ะ เราโดนไป 2 นิ้วเลย

white-studio-room-decoration-review-12

 

พอปาดปูนลงร่องเสร็จก็จะได้เป็นแบบนี้

white-studio-room-decoration-review-13

 

หมายเหตุ : ไอ้ที่เห็นเป็นปูนสีขาวๆ นั่นเราใช้ปูนสีขาวค่ะ ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่คือมันแพงและไม่คิดว่าสีจะโดดขนาดนี้ เราเลยใช้ปูนอันเดิมแล้วเดี๋ยวทาสีทับเอาดีกว่า

white-studio-room-decoration-review-14

 

จริงๆ พอถึงจุดนี้ รอให้ปูนแห้งแล้วเสร็จเลยก็ได้นะคะ

หลายๆ คนก็ใช้แบบนั้นเลย แต่เราไม่ค่อยชอบ เพราะมันดูทึมๆ และไอ้ที่เราปาดๆ ปูนเอาไว้มันก็เลอะเละเทะเต็มไปหมด เราเลยทาสีทับอีกรอบนึงเพื่อให้ทั้งกำแพงสว่างและเป็นสีเดียวกันค่ะ

 

ขั้นตอนการทาสีค่ะ

white-studio-room-decoration-review-15

 

เสร็จแล้วจะได้แบบนี้ค่ะ

white-studio-room-decoration-review-16

 

คำถาม

ทำยากมั้ย? – ไม่ยากเลยค่ะ แต่ต้องใช้ความอดทน เพราะมันเยอะมากกกก

ทำนานมั้ย? – นานมากค่ะ อาจจะเพราะเราไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่องด้วยมั้งคะ

จ้างหรือทำเองดีกว่ากัน? – จ้างแน่นอนค่ะ คงจะสวยกว่า เร็วกว่า ไม่เหนื่อยด้วย แต่ที่เราไม่จ้างเพราะเราอยากประหยัด และเรามีแรงงานเยอะค่ะ (เรา แฟน น้องสาว แม่บ้าน) และยังมีส่วนอื่นๆ ให้ทำอีกเยอะมาก อะไรทำเองได้ก็อยากทำเองค่ะ

ผู้หญิงทำเองได้มั้ย? – ได้ค่ะ กำแพงอิฐนี้ผู้หญิงทำ 99% ค่ะ (3 คน) ผู้ชายตัดอิฐให้แค่นั้นค่ะ

ทำไมไม่ใช้วอลเปเปอร์หรืออิฐสำเร็จรูป? – วอลเปเปอร์มันไม่ได้อารมณ์ค่ะ เราชอบสัมผัสที่มันเรียลหน่อย ส่วนอิฐสำเร็จรูปที่เป็นแผ่นใหญ่ อันนั้นแพงเกินงบค่ะ

ค่าเสียหายเท่าไหร่?

  • อิฐขาว 11 กล่อง 520×11 = 5,720
  • ค่าส่ง = 500
  • ปูนกาวจระเข้แดง 2 กระสอบ 220×2 = 440 (อันนี้ไม่แน่ใจราคา)
  • ค่าสีขาว ครึ่งถัง = 170 (โดยประมาณ)
  • อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ไม้คั่น เกรียง ลูกกลิ้ง = 500
  • รวม 7,330 ค่ะ

white-studio-room-decoration-review-17

 

 

แต่ photoshop นี่คล่องมาก

ต่อให้ต้องวาดอะไรใหม่หมดก็ทำได้ แต่อันนี้เราเน้นไปที่สเกลของเฟอร์แต่ละชิ้น และภาพรวม ความสวยงามเลยไม่ต้องมากมาย เลยออกมาเป็นแบบนี้

แบบมีเส้นกริด

white-studio-room-decoration-review-2

 

อันนี้เป็นรูปเต็มๆ แบบไม่มีเส้นกริดค่ะ

ขออวดหน่อย ชอบมากเลย น่ารัก ^^

white-studio-room-decoration-review-3

 

white-studio-room-decoration-review-4

 

white-studio-room-decoration-review-5

 

รูปที่เห็นนี่ตรงตามสัดส่วนจริงทั้งหมดเลยค่ะ

เวลาเอาของมาลงจริงๆ ก็ค่อนข้างจะพอดีเลยทีเดียว เฟอร์ที่เห็นในรูปนั่นเราก็ไปดูมาในเว็บค่ะ ถ้าเป็นของอิเกียก็ง่ายเลย มีบอกหมด กว้าง ยาว สูง ส่วนถ้าเป็นของที่อื่น เราก็จะถามเค้าค่ะว่ากว้าง ยาว สูงเท่าไหร่ แล้วก็เอามาวาดใน photoshop เอา รูปของตกแต่งบางชิ้นก็มีอยู่จริงๆ เพราะซื้อเตรียมเอาไว้แล้ว หรือบางอย่างก็ดูจากในเว็บเอาค่ะ

 

หลังจากที่ได้แบบมาแล้วก็ถึงขั้นตอนการสั่งของ/ซื้อของค่ะ

สนุกมากเลยขั้นตอนนี้ บางอย่างสั่งจากในเน็ต หลายอย่างก็อิเกียค่ะ งบของเฟอร์นิเจอร์ไม่บานแน่นอน เพราะเราแม่นเป๊ะอยู่แล้วว่าจะซื้ออะไรบ้าง จริงๆ ทำแบบนี้ก็ดีค่ะ เสียเวลาร่างแบบหน่อย แต่ว่าคุ้มค่าค่ะ ซื้อของมาแล้วได้ใช้ทุกชิ้น และสามารถมองภาพรวม+คุมโทนของห้องได้ดี

ซื้อของมาแล้ว

white-studio-room-decoration-review-19

 

อันนี้ก็นำมาประกอบ

ไม่มีอะไร ให้แฟนมาช่วยประกอบด้วย เพราะบางอย่างแรงผู้หญิงก็ไม่ไหวจริงๆ

white-studio-room-decoration-review-18

 

ประกอบเสร็จแล้ว

แต่ยังไม่ได้เอาของตกแต่งมาวาง

white-studio-room-decoration-review-20

 

white-studio-room-decoration-review-21

 

อันนี้ตกแต่งเสร็จแล้วค่ะ

ค่อนข้างพอใจกับผลงานตัวเองค่ะ

white-studio-room-decoration-review-6

 

white-studio-room-decoration-review-7

 

white-studio-room-decoration-review-8

 

white-studio-room-decoration-review-9

 

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ของเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่

  • อิเกีย 19,000 กว่าๆ
  • สั่งจากในเว็บประมาณ 3,500
  • โซฟาจากอินเด๊กซ์ 3,490
  • รวม 25,990 ค่ะ

 

ช่วงอวดพ่อ อวดแม่

  • ราวแขวนเสื้อผ้า + ที่แขวนหมวก + แผ่นรองเตียง ให้พ่อทำให้ พ่อเป็นช่างไม้ อิอิ
  • ปลอกของเบาะรองนั่ง + ผ้าปูเตียง แม่ทำให้ (จริงๆ ผ้าปูเตียงซื้อจากอิเกียด้วย แต่มันบางไป เลยให้แม่เย็บให้ด้วย)

 

พวกของตกแต่งต่างๆ นั้นมาจากหลายที่มากค่ะ

ซื้อเก็บมาเรื่อยๆ ตั้งแต่รู้ตัวว่าจะทำสตูดิโอค่ะ มีทั้งซื้อออนไลน์ในประเทศ ต่างประเทศ ซื้อจากเชียงใหม่ มีคนให้ เยอะแยะอ่ะค่ะ ส่วนอันที่เป็นพวกตะกร้าหวาย หรือผลิตภัณฑ์หวาย เช่น กระเป๋าหวาย กรอบรูปหวาย กล่องหวาย อะไรพวกนี้เป็นของที่บ้านค่ะ แม่ทำสินค้าเกี่ยวกับหวายค่ะ ภูมิใจมากเลย เพราะสวย แล้วหาซื้อไม่ค่อยได้ด้วยค่ะ ^___^

FYI : ถ่ายจากกล้อง Panasonic GX3 หรือ GX5 หรือ GX7 นี่ล่ะค่ะ จำรุ่นไม่ได้ กล้องก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวด้วย
ถ่ายด้วยโหมดปกติ ชดเชยแสงนิดหน่อย ด้วยเลนส์ที่ติดมากับกล้องค่ะ แล้วมาปรับ shadow ใน photoshop ตามที่ในเน็ตบอกค่ะ

ปกติไม่ใช่คนถ่ายรูปบ่อย ถ่ายไม่เก่ง ซื้อกล้องมาถ่ายสินค้าในร้านเท่านั้น เลยจำชื่อรุ่นของกล้องไม่ได้ค่ะ ต้องขออภัยด้วยค่ะ

ที่มา : HappyAries

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียการออกแบบ ไอเดีย DIY นวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเมนูอาหารที่น่าทาน และเคล็ดลับต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...