จะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศสักเครื่อง เราต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบอะไรกันบ้าง?

เทคโนโลยีที่หลากหลายของเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน สร้างแรงกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อหาเครื่องปรับอากาศกันมากขึ้น แต่การจะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมและคุ้มค่า จะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบอะไรกันบ้าง?

วันนี้ ในบ้าน จึงจะมาแนะนำเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะกำลังตกแต่งบ้าน รีโนเวทบ้าน หรือซื้อบ้านใหม่ กับ 5 องค์ประกอบเพื่อพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้เหมาะสมกับห้องที่จะติดตั้ง มีฟังก์ชันหลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนชอบอยู่บ้าน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่คนยุคปัจจุบันให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

 

1. เลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง

ขนาดของเครื่องปรับอากาศมีหน่วยเป็น BTU โดยเราควรจะเลือกขนาด BTU ให้เหมาะกับขนาดห้อง หากเลือกน้อยไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศ และคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักเกินไป หรือถ้าเลือก BTU สูงไปคอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานน้อยเกิน และมีการตัดไฟบ่อย ทำให้ความชื้นในห้องสูงและประสิทธิภาพในการทำงานต่ำ

 

2. ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์

ฟังก์ชัน หรือเทคโนโลยีที่มากับเครื่องปรับอากาศ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ โดยในปัจจุบันเครื่องปรับอากาศได้มีเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่น่าสนใจ

ยกตัวเอย่างเช่นเทคโนโลยีการส่งลมให้เย็น ไกล กระจายรอบทิศทาง เทคโนโลยีทำความเย็นอย่างรวดเร็ว ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงาน ให้ห้องเย็นไวไม่ต้องรอนาน

หรือหากเป็นผู้ที่รักสุขภาพ ก็ต้องมองหาเครื่องปรับอากาศที่มีเทคโนโลยีฟอกอากาศ กรองฝุ่นหรือกำจัดเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น ซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน

 

3. เครื่องปรับอากาศแบบ Non-inverter และ Inverter

รู้หรือไม่? เครื่องปรับอากาศแบบ Non-inverter คอมเพรสเซอร์แอร์จะตัดการทำงาน เมื่อเครื่องปรับอากาศทำความเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ และจะเร่งการทำงานใหม่อีกครั้งเมื่ออุณหภูมิภายในสูงขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้อุณหภูมิภายในห้องไม่เย็นสม่ำเสมอตลอดเวลา

จึงไม่เหมาะสมกับการติดตั้งในห้องสำหรับใช้พักผ่อน เพราะจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวสลับกันไป และอาจเป็นสาเหตุให้มีการกินไฟมากกว่าเครื่องปรับอากาศแบบ Inverter โดยในด้านราคา เครื่องปรับอากาศประเภทนี้ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าแบบ Inverter

ในขณะเดียวกันเครื่องปรับอากาศแบบ Inverter เมื่อทำความเย็นถึงจุดที่ต้องการแล้ว คอมเพรสเซอร์จะไม่ตัดการทำงาน แต่จะเป็นการทำงานในกระแสไฟที่ต่ำต่อเนื่องตลอดเวลา ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในห้องให้สม่ำเสมอ

ทำให้อัตราการกินไฟต่ำลงจึงช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น รวมทั้งยังทำงานได้เงียบกว่าเครื่องปรับอากาศแบบ Non-inverter อีกด้วย

 

4. ประหยัดไฟ 

ในปัจจุบันเราสามารถเลือกเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดไฟโดยพิจารณาจากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สามดาว เพราะนั่นหมายถึง คุณภาพในการใช้พลังงานที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั้นเอง

 

5. การรับประกันยาวนานและการบริการหลังการขาย

การรับประกันยาวนานและการบริการหลังการขายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ เพราะการใช้งานอุปกรณ์ใด ๆ ตามปกติ ก็ย่อมจะมีการชำรุดและการเสื่อมสภาพตามลักษณะการใช้งาน

ดังนั้น การรับประกัน รวมถึงการบริการหลังการขาย จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับการใช้งานเครื่องปรับอากาศของเราได้

 

และนี่ก็คือตัวอย่างของเครื่องปรับอากาศที่ ในบ้าน จะมาแนะนำให้กับเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศที่มีองค์ประกอบครบถ้วนทั้ง 5 ประการเลย

เครื่องปรับอากาศในรุ่น Fuyu Series จาก Mitsubishi Heavy Duty แอร์แบรนด์ญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ มาตรฐาน มีตั้งแต่ขนาด 9,000 – 32,000 Btu/h ครอบคลุมห้องทุกขนาดตั้ง 9 – 43 ตร.ม. มีฟังก์ชันหลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนชอบอยู่บ้าน ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีน่าสนใจเหล่านี้

 

JETFLOW

เทคโนโลยีการออกแบบช่องลม ที่ช่วยส่งลมได้ไกลสูงสุด 17 เมตร เมตร (ขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ)

3D AUTO

ฟังก์ชันที่ช่วยกระจายลมอัตโนมัติอย่างอิสระ แนวตั้ง 6 รูปแบบ แนวนอน 8 รูปแบบ ช่วยกระจายลมให้อุณหภูมิเท่ากันทั่วทุกมุมห้อง

HI POWER

โหมดการทำงานพลังสูง (กดปุ่ม Hi Power บนรีโมท) ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงาน ให้เครื่องสามารถทำอุณหภูมิตามที่กำหนดไว้ภายใน 15 นาที

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเอาใจคนรักสุขภาพกับเทคโนโลยีกรองอากาศและทำความสะอาดตัวเองอย่าง NANO AIR FILTER

แผ่นฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่น PM2.5 เหมาะกับปัจจุบันเป็นอย่างมาก

 

ALLERGEN CLEAR FILTER

แผ่นฟอกอากาศที่ประกอบด้วยเอ็นไซม์ยูเรีย มีคุณสมบัติในการต่อต้านสารก่อภูมิแพ้และแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ALLERGEN CLEAR OPERATION

ระบบกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ดักจับสารก่อภูมิแพ้บนแผ่นฟอกอากาศก่อน แล้วทำลายด้วยโหมด Cooling & Heating ทำงานเป็นเวลา 90 นาที แล้วปิดอัตโนมัติ

 

SELF CLEAN OPERATION

ฟังก์ชันที่ช่วยเป่าไล่ความชื้นในคอยล์เย็น ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและกลิ่นอับชื้น ฟังก์ชันนี้ทำงานเป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังกดปิดเครื่อง และเครื่องจะปิดอัตโนมัติ

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty Fuyu Series ยังมี Motion Sensor จับความเคลื่อนไหวภายในห้อง เมื่อ Motion Sensor ตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวภายในห้องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เครื่องจะเข้าสู่โหมด Stand by และจะกลับมาทำงานใหม่อีกครั้งเมื่อมีคนกลับเข้ามาในห้อง

แต่หากตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวเป็นเวลา 12 ชั่วโมง (ปรับการตั้งค่าได้) เครื่องจะปิดโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ Motion Sensor ยังสามารถปรับโหมดการทำงาน อุณหภูมิ และระดับพัดลมโดยอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับการใช้งานอีกด้วย

 

นอกจากนี้ เครื่องปรับอากาศรุ่น Fuyu Series ยังทำงานได้ 2 ระบบ ทั้งแบบ Cooling โหมดทำความเย็น และ Heating โหมดทำความร้อน และทำงานเสียงเงียบที่สุดเพียง 19 เดซิเบล ในโหมด Ultra Low

 

หรือสำหรับใครที่มีงบประมาณสูง หรือกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศที่เหมาะกับบ้านสไตล์ลอฟท์ เราขอแนะนำเครื่องปรับอากาศแบบแขวนใต้ฝ้า Mitsubishi Heavy Duty รุ่น FDT Series ที่มาพร้อมฟังก์ชันปรับทิศทางลมได้ 6 ระดับอย่างอิสระทั้ง 4 ด้าน

และ Draft Prevention Panel กระจายลมเย็นโดยไม่สัมผัสตัวหรูหรา มี 2 สีให้เลือกทั้ง Fine Snow และ Shadow Black

 

และหากใครกำลังสนใจเครื่องฟอกอากาศ ไอเท็มที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้ ทาง Mitsubishi Heavy Duty ก็มี MORI Series เครื่องฟอกอากาศที่มีความสามารถในการกำจัดฝุ่น PM2.5 ได้ถึง 99% มีไฟแสดงสถานะแสดงผลสภาพอากาศภายในห้อง

สามารถปรับระดับพัดลมได้ถึง 5 ระดับและตั้งค่าโหมดการทำงานได้ถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการทำงานอัตโนมัติ (Auto Mode), โหมดการนอน (Sleep Mode), หรือโหมดการทำงานแบบตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual Mode)

พร้อมสร้างอากาศบริสุทธิ์ในทุกการใช้งานด้วยฟังก์ชัน IONIZER สร้างประจุลบให้อากาศบริสุทธิ์เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

 

เครื่องปรับอากาศจาก Mitsubishi Heavy Duty ทุกรุ่น มีมาตรฐานการบริการ ติดตั้ง ล้าง ซ่อม ที่ดี สะอาด ปลอดภัย และไว้ใจได้ เรียกได้ว่ามีครบทุกองค์ประกอบสำคัญที่เครื่องปรับอากาศจำเป็นต้องมีเลย แถมยังรับประกัน 5 ปีทุกชิ้นส่วน พร้อมขยายเวลารับประกันเพิ่ม 6 เดือนเมื่อลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsuheavythai.com

และ Facebook Fanpage: Mitsubishi Heavy Duty Thailand

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?