กลับมาพบกันอีกครั้งกับ ครัวในบ้าน ค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปชมวิธีการทำ ทาร์ตกล้วยหอม เมนูขนมหวานที่มีส่วนผสม และขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะ แต่รับรองได้ว่าเพื่อนๆ จะได้ขนมที่มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ถูกปาก ไว้ทานคู่ชาหรือกาแฟอย่างแน่นอน

โดยเมนูทาร์ตกล้วยหอมนี้ เป็นสูตรของคุณ ป้ามารายห์ ที่มีทั้งสูตรของตัวแป้งทารต์ และเค้กกล้วยหอม ซึ่งส่วนผสมแต่ละอย่างก็หาไม่ยากเลยค่ะ มีขายตามร้านวัตถุดิบสำหรับทำขนม ห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ว่าแล้วเราไปชมวิธีทำพร้อมๆ กันเลย

 

ส่วนผสมสำหรับทำแป้งทาร์ต

1. ถาดพาย ขนาดถาดเส้นผ่านสูนย์กลาง 20 c.m.

2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม

3. น้ำตาลทราย 50 กรัม

4. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

5. เนยสดรสจืด(แช่เย็น) 80 กรัม

6. ไข่ 1 ฟอง

7. ผงฟู 1/2 ช้อนชา

 

ส่วนผสมของเค้กกล้วยหอม

1. เนยสดรสเค็ม(อุณหภูมิห้อง) 75 กรัม

2. น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลไอซิ่ง 75 กรัม

3. อัลมอนด์ป่น 75 กรัม

4. ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 2 ฟอง

5. แป้งเค้ก 1 ช้อนโต๊ะ

6. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

7. กล้วยหอม 1-2 ลูก

 

อุปกรณ์

1. ชามผสม

2. ไม้พาย

3. ที่ตัดแป้ง

4. ถาดพายขนาดถาดเส้นผ่านสูนย์กลาง 20 c.m.

 

วิธีทำ

  1. นำแป้ง ผงฟู เกลือและน้ำตาลทราย ผสมให้เข้ากันดีในชามผสม

 

2. เติมเนยเย็นลงไปผสมกับแป้ง ใช้ที่ตัดแป้งสับเนยผสมให้เข้ากันหรือใช้มือขยี้ จนส่วนผสมเริ่มจับตัวเป็นเม็ดๆ เหมือนทราย

 

3. ทำหลุมตรงกลางแป้ง ใส่ไข่ไก่ลงไปผสมให้เข้ากัน เมื่อแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อน นำมานวดต่อจนแป้งเนียนไม่ติดมือ จากนั้นปั้นแป้งเป็นก้อนแล้วนำพลาสติกสำหรับคลุมอาหารมาคลุม นำไปพักในตู้เย็นประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

 

4. เตรียมพิมพ์ทาเนยให้ทั่ว แบ่งแป้งมารีด 1/2 รีดแป้งให้เป็นแผ่นบางๆ กรุลงพิมพ์จากนั้นตัดขอบแป้งส่วนเกินล้วใช้ส้อมจิ้มแป้งให้ทั่ว

 

5. ใส่เนย น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลา ลงไปในชามผสม ตีจนเนยขึ้นฟูเล็กน้อย

 

6. จากนั้นร่อนอัลมอนด์ป่นลงไปตะล่อมให้เข้ากัน แล้วใส่ไข่ไก่ลงไปคนเบาๆ จนเข้ากัน

 

7. ร่อนแป้งลงไปแล้วตะล่อมจนเข้ากัน จากนั้นเทลงไปในพิมพ์

 

8. วางกล้วยด้านบนแล้วนำไปอบที่ไฟบนและล่าง อุณหภูมิ 160 ํ C เป็นเวลา 40-45 นาที พออบเสร็จแล้ว พักให้เย็น

 

9. เมื่อทาร์ตเย็นลงแล้วนำออกจากพิมพ์

 

10. แต่งหน้าด้วยบัตเตอร์ครีมหรือวิปครีมตามชอบ หั่นกล้วยวางตกแต่งให้สวยงามดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

 

เสร็จแล้วพร้อมรับประทาน

.

.

 

ที่มา : ป้ามารายห์

Facebook : ครัวป้ามารายห์

Advertisement

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?