เปลี่ยนโฉมบ้านร้างให้เป็น “บ้าน & Life Station” พื้นที่ใช้ชีวิตที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย

ในปัจจุบัน นอกจากการซื้อบ้านจัดสรร การสร้างบ้านใหม่ทั้งหลังแล้ว ยังมีการรีโนเวท หรือการปรับปรุงบ้านอีกด้วย ทำให้คนที่อยากมีบ้านมีทางเลือกสร้างบ้านได้ตามความเหมาะสม หรือความความต้องการของเรา

วันนี้ ในบ้าน จะพาเพื่อนๆ ไปชม “เปลี่ยนโฉมบ้านร้างให้เป็นบ้าน และ Life Station” เรื่องราวจากคุณ jobytheblue ที่ได้ทำการรีโนเวททาวน์โฮมเก่าให้กลายเป็นบ้านและที่ทำงานในสไตล์ที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่สวยงามพิถีพิถันและฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุ่มสุดๆ ลองไปชมกันได้เลยครับ

เปลี่ยนโฉมบ้านร้างให้เป็นบ้าน และ Life Station ของผม

(โดยคุณ jobytheblue)

วันนี้ผมพอจะมีเวลาหลังจากย้ายเข้ามาอยู่ได้เกือบปี ผมจะมาแชร์ไอเดียการตกแต่งและรีโนเวทบ้านหลังนี้ให้กับทุกคนครับ

.

.

.

 

กว่าจะมาเป็นบ้านหน้าตาแบบนี้ต้องผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างติดตามได้เลยครับ

ขออนุญาตเล่าย้อนไปช่วง 3 ปีก่อน ผมเริ่มเล็งๆ หาบ้านหลังใหม่เอาไว้ ซึ่งตั้งโจทย์ไว้…

1. พื้นที่ใช้สอยภายใน 200 ตรม. ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องมีบริเวณบ้านเยอะหรือไม่มีเลยก็ได้

2. งบประมาณที่ไม่เกินกำลัง 6-7 ล้าน

3. ทำเลใกล้เคียงกับบ้านเดิม

พอไปหาก็เหมือนเดิมครับ คือเกินงบไปพอสมควร บ้านเดี่ยวปัจจุบันขายเริ่มต้น 7-8 ล้าน พื้นที่ใช้สอยก็ยังไม่ถูกใจเท่าไหร่พออยากได้พื้นที่ใช้สอยเยอะต้องขยับไปซื้อ แบบบ้าน type ใหญ่ ราคาก็จะอัพไป 10 ล้านขึ้น มันเกินกำลังและเกินงบที่ตั้งไว้ ด้วยความที่เรามีบ้านอยู่แล้วจึงไม่รีบร้อนที่จะหา ช่วงนั้นก็ตระเวนหาไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ

และในที่สุดผมก็ได้บ้านที่ตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ใช้สอย ราคาไม่แพง ราคาที่ซื้อ 2.5 ล้านบาทและอยู่ในทำเลที่เราคุ้นเคย นั้นก็คือบ้านหลังนี้ครับ

 

ใช่คับ บ้านหลังนี้ตอนหาบ้านไม่ได้มีความคิดว่าจะซื้อบ้านหลังเก่าเลยมันอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่คิดไว้จริงๆครับ

บ้านหลังนี้อยู่ในหมู่บ้านที่ผมอยู่ตั้งแต่เด็กและอยู่ตรงข้ามบ้านครอบครัวของผม เจ้าของบ้านประกาศขายในช่วงที่ผมหาซื้อบ้านพอดีเป็นจังหวะที่ดีเลย บ้านนี้เดิมเป็นบ้านทาวน์โฮม 4 ชั้นรวมดาดฟ้า มี 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 350 ตรม. เยอะมาก แต่ปัญหาคือ บ้านหลังนี้มีอายุ 30 ปี

สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านอาจจะไม่ได้เหมือนโครงการใหม่ที่มีการจัดการพื้นที่ส่วนกลางอย่างสวยงามแต่ด้วยความที่เราอยู่ตั้งแต่เด็กๆจึงคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและรู้จักคุ้นเคยกับเพื่อนบ้านระแวกนั้น แต่ที่หนักกว่านั้นคือสภาพภายในบ้านเก่าดูโทรมมาก ซึ่งไม่น่าจะนำวัสดุต่างๆที่อยู่ในบ้านมาใช้งานต่อได้เลย สภาพบ้านที่เห็นตอนแรกเป็นแบบนี้ครับ

 

เมื่อผมได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ก็พบว่าพื้นที่มีความน่าสนใจ….เนื่องจากผมเป็น interior design เราทำงานด้านนี้ ถ้าเราออกแบบจัดวางพื้นที่ดีๆน่าจะเปลี่ยนโฉมบ้านหลังนี้ให้น่าอยู่ได้ และเมื่อประเมินจากโจทย์ที่ตั้งไว้ตอนซื้อบ้านเราก็ลืมคิดถึงแนวทางนี้ไปเลย

โอเค…..รีโนเวทก็รีโนเวท ……ก่อนหน้านี้มีโอกาสตกแต่งบ้านให้ลูกค้า เป็นบ้านหลังใหม่ทั้งนั้นได้ออกแบบหรือรีโนเวทน้อยมากจึงเกิดความคิดว่า ใช้บ้านเราเนี่ยแหละในการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกกันซึ่งตอนทำก็ตั้งใจว่าจะนำไอเดียต่างๆมาแชร์ให้กับทุกคนด้วยครับเผื่อใครสนใจรีโนเวทบ้านจะได้ไม่เสียเวลาลองผิดลองถูกครับ

เอาละครับขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หลังจากนี้อยากให้ทุกคนค่อยๆอ่าน ค่อยๆชมภาพ กันนะครับ ผมจะเริ่มแชร์และแบ่งปันไอเดียให้ทีละขั้นตอนนะครับ อาจจะไม่ละเอียดและครบถ้วนแต่จะพยายามถ่ายทอดให้ดีที่สุดครับ การรีโนเวทซากหลังนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

หลังจากผมจัดการเรื่องซื้อบ้านหลังนี้เรียบร้อยแล้ว(เป็นหนี้เรียบร้อย) สิ่งที่ผมเริ่มทำก็คือ การกำหนดฟังก์ชั่นต่างๆภายในบ้าน เมื่อได้เข้าไปสำรวจบ้านพบว่าบ้านหลังนี้มีความทึบ แสงเข้าน้อยมากพื้นที่หลายจุดไม่สามารถใช้งานได้จริง แต่ข้อดีคือโครงสร้างแข็งแรงมาก ด้านหลังของบ้านหลังนี้ไม่โดนบล็อควิวด้วยตึกทำให้ด้านหลังไม่อึดอัดเมื่อมองออกไป ผมนำข้อดีข้อเสียต่างๆมาเป็นองค์ประกอบในการกำหนดฟังก์ชั่นการใช้งานและการดีไซน์

สารภาพตามตรงว่าตอนดูจากสภาพบ้านผมคิดไม่ออกจริงๆว่าเราจะกำหนดฟังก์ชั่นและแบ่งพื้นที่อย่างไรดี…….. จึงลองคิดนอกกรอบดูลองปรับฟังก์ชั่นเดิมทั้งหมดใหม่วาดแปลนให้มีแต่เฉพาะโครงสร้างและแบ่งสัดส่วนใหม่หมดเลยครับคิดซะว่าแต่ละชั้นมีพื้นที่โล่งๆ ก็เริ่มมีไอเดียที่จะกำหนดฟังก์ชั่นต่างๆได้ง่ายขึ้น ผมประเมินจากการใช้ชีวิตและ life style ของเรา 2 คน จึงกำหนดฟังก์ชั่นประมาณนี้ครับ

1. มีพื้นที่ทำงาน เป็นออฟฟิศเล็กๆ แต่ใหญ่ขึ้นจากบ้านหลังเดิม

2. มีพื้นที่สำหรับรับแขกนั่งคุยงานและประชุมงานกัน

3. ห้องทานข้าวและห้องครัว

4. ห้องนั่งเล่น

5. พื้นที่สำหรับซักผ้ารีดผ้า

6. เนื่องจากผมเลี้ยงสุนัขและแมวจึงอยากทำบ้านให้น้อง 3 ตัวได้อยู่เป็นสัดส่วน

7. ห้องนอนกำหนดให้เหลือ 3 ห้อง master bedroom 1 ห้อง อีก 2 ห้องเราทำเผื่อไว้สำหรับญาติๆและลูกของเราในอนาคต

8. ห้องน้ำ 4 ห้อง

9. ห้องสตูดิโอสำหรับทำเพลงและเล่นดนตรีเล็กๆ

10. พื้นที่พักผ่อนสวนหย่อมในบ้าน

เรื่องที่จอดรถ…เข้าใจว่าจะต้องมีคนสงสัยและตั้งคำถามแน่ๆผมขออธิบายตรงนี้นะครับผม เนื่องจากถนนหมู่บ้านมีระดับที่ต่ำกว่าตัวบ้านมากและโรงรถของบ้านมีการทำคานเชื่อมกัน ทำให้เราไม่สามารถทำลายโครงสร้างเพื่อให้โรงรถอยู่ระดับเดียวกันกับถนนเพราะมีความเสี่ยงเกินไปครับ ผมจึงต้องทำสโลปเพื่อให้รถขึ้นมาจอดได้แต่ถ้าทำสโลป ปูนจะเลยถนนหมู่บ้านมา  กรรมการหมู่บ้านให้รื้อทิ้ง ทำให้ผมต้องจอดรถหน้าบ้านเหมือนบ้านหลังอื่นๆ แทนครับ

ทุกวันนี้ผมเข้าใจปัญหาเรื่องที่จอดรถในหมู่บ้านดีเลยนะครับ ผมตระหนักว่าเราต้องเคารพสิทธิไม่เบียดเบียนสิทธิคนอื่น เจตนาตอนแรกเลยจะทำที่จอดรถในบ้านแต่สุดท้ายทำไม่ได้ เพื่อนบ้านส่วนใหญ่จอดหน้าบ้านกันเพียงแต่ทุกคนจะไม่จอดล้ำถนนที่รถวิ่งจนรถวิ่งไม่ได้ครับ สภาพแวดล้อมหมู่บ้านนี้จะเป็นประมาณนี้ครับผม****

 

มาดู Plan Layout กันครับ

ชั้น 1 กำหนดให้มีห้องออฟฟิศ ห้องประชุม ห้องน้ำ และด้านหลังคือห้องครัวกับห้องทานข้าว ภายนอก บ้านเดิมจะปิดด้วยหลังคาทำให้แสงไม่เข้าและดูทึบ ผมจึงทำการรื้อหลังคาและให้เป็นพื้นที่สีเขียวรับแสงธรรมชาติครับ

ชั้น2 กำหนดให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยมีห้องนั่งเล่น พื้นที่ซักผ้ารีดผ้า ห้องน้ำ และบ้านของน้องหมา

ชั้น 3 กำหนดให้เป็นห้องนอน มีทั้งหมด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ

ชั้น 4 เป็นพื้นที่ดาดฟ้า ผมตกแต่งจัดเป็นสวนเล็กๆ เน้นเป็นพื้นที่พักผ่อน และมีห้องสตูดิโอเล็กๆสำหรับทำเพลงและเล่นดนตรี

 

 

เมื่อเรากำหนดการใช้งานแต่ละพื้นที่ได้แล้ว ที่นี้เราก็เริ่มออกแบบรูปแบบหน้าตาภายนอกบ้าน ภายนอกผมดีไซน์เน้นความเรียบง่ายและรูปร่างหน้าตาของบ้านเดิมไว้ ดีไซน์จะวิ่งตามฟังก์ชั่นภายในเป็นหลัก ออกแบบคร่าวๆไว้จะเป็นประมาณนี้ครับ

 

เมื่อได้ฟังก์ชั่นต่างๆครบแล้วผมก็เริ่มใส่ดีไซน์ภายใน และลงรายละเอียดเรื่องวัสดุต่างๆ เนื่องจากบ้านมีสภาพเก่าเราจึงให้สไตล์ของบ้านเป็นแนว Loft และ industrial เป็นหลักไม่เน้นความเนี๊ยบแต่เน้นวัสดุที่อยู่ได้นานสวยทน เท่ และใช้งานได้จริง ชั้น 1 หน้าตาที่คิดไว้จะเป็นประมาณนี้ครับ

.

 

ส่วนดีไซน์ชั้น 2 ชั้น 3 และชั้น 4 ผมไม่มีเวลาออกแบบจริงๆจังเลย คิดไปทำไป วาดไอเดียคร่าวๆอย่างเดียว แล้วไปลุ้นตอนเสร็จ

 

หลังจากเราได้แบบและไอเดียในการตกแต่งแล้ว เรามาเริ่มการก่อสร้างจริงกันครับ  การก่อสร้างจริงนั้นผมเริ่มต้นจากการทุบและรื้อผนังเดิมออกเหลือไว้แต่ส่วนที่เราต้องการ

 

หลังจากนั้นก็เริ่มวางงานระบบตั้งแต่ ระบบประปา ระบบไฟ และงานปูน กั้นผนังก่อฉาบ และปูกระเบื้อง

.

.

ในส่วนของชั้น 4 ชั้นดาดฟ้าผมเปลี่ยนแปลงโครงหลังคาเดิมที่เป็นกระเบื้องซึ่งมีน้ำหนักที่หนัก และใช้โครงสร้างหลังคาเหล็กมุงหลังคาใหม่ใช้วัสดุที่เบา ทำให้เราสามารถนำพื้นที่ด้านบนนี้มาใช้งานได้

ภาพขั้นตอนการก่อสร้างเพิ่มเติมครับผม

.

.

.

.

.

.

.

.

.

Advertisement

.

.

.

 

หลังจากเริ่มทำงานระบบและงานปูนเรียบร้อยเราก็มาเริ่มตกแต่ง Decorate ความสวยงามของแต่ละจุดครับ รายละเอียดของตกแต่งบ้านหลังนี้นั้นมีความจุกจิกพอสมควรเนื่องจากบ้านมีสภาพเก่าแต่เราต้องตกแต่งใหม่ทุกจุด การทำงานค่อนข้างยากและเหนื่อยมากครับ

 

ชั้น 1 ผมเลือกใช้โทนสีเทา ขาว ดำ และใช้วัสดุเหล็ก ไม้ ปูนขัดมัน เน้นวัสดุที่สวยด้วยตัวเองไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากครับ

 

ชั้น 2 ตกแต่งผนังส่วนต่างๆ วัสดุตกแต่งยังคงใช้ Concept เดิมคือ อิฐ ไม้ ปูน ส่วนภายนอกผมเลือกใช้ไม้เทียมในการตกแต่งจะมีความทนทานและดูและง่ายครับ

 

ชั้น 3 ผมตกแต่งห้องนอนใหญ่ไว้ก่อน 1 ห้อง อีก 2 ห้องจะตกแต่งภายหลังครับ

.

 

ชั้น 4 จะเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน และห้อง Studio เล็กๆ ผมใช้วัสดุที่ช่วยเก็บเสียงในการทำห้อง Studio ดีไซน์ด้วยไม้ระแนงและผ้าครับ

.

.

.

.

 

ภาพการก่อสร้างต่างๆอาจจะมีไม่เยอะมากนะครับ เพราะบ้านหลังนี้ใช้เวลาทำนานพอสมควรเนื่องจากทำๆหยุดๆครับ เพราะบางช่วงต้องใช้ช่างและทีมงานไปทำงานให้ลูกค้าก่อนครับ

จนถึงตอนนี้บ้านหลังนี้ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วครับ ผมตกแต่งบ้านหลังนี้ใหม่ทั้งหมดเต็มพื้นที่ ยังคงเหลือไว้แค่ห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องที่ยังไม่ได้ตกแต่งและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้………และนี่คือหน้าตาของบ้านที่เริ่มจากซาก กลายมาเป็น Life Station ของผมครับ

ภายนอกบ้านครับ

.

.

 

ส่วนแรกเมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอห้องประชุมและเป็นพื้นที่สังสรรค์ครับ

.

.

.

.

.

.

.

 

พื้นที่ออฟฟิศกั้นด้วยกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้ห้องดูไม่ทึบและอึดอัดเกินไปครับ

.

.

 

พื้นที่สุดท้ายของชั้น 1 คือ ห้องครัวและห้องทานข้าวครับ ส่วนด้านหลังผมดีไซน์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวใช้ต้นไม้ปลอมติดผนังดูแลง่ายและสามารถนั่งเล่นหรือพักผ่อนได้ด้วยครับ

.

.

.

 

เดินขึ้นมาชั้น 2 เป็นพื้นที่ที่ผมจะใช้ชีวิตอยู่บนนี้เป็นหลัก กำหนดให้มีห้องนั่งเล่น ห้องซักเสื้อรีดเสื้อ และมีบ้านน้องหมาด้วยครับ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

พื้นที่ชั้น 3 จะเป็นห้องนอนครับ ห้องนอนผมเน้นดีไซน์ที่สบายตาเน้นการพักผ่อนจริงๆ ห้องนี้จึงแตกต่างจากสไตล์หลักของตัวบ้านไปครับ

.

.

.

.

.

 

พื้นที่ชั้น 4 เป็นพื้นที่พักผ่อนและห้องสตูดิโอเล็กๆ ครับ

.

 

การทำงานรีโนเวทมีความยุ่งยากพอสมควร เพราะจะมีหลายสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ งานระบบส่วนใหญ่ผมจะวางระบบใหม่หมดเลย ทั้งระบบไฟและระบบปะปา ระหว่างการทำงานก็มีปัญหาที่ต้องแก้กันตลอดเวลายอมรับว่าเหนื่อยมาก บวกกับบ้านมีพื้นที่เยอะการทำงานใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้พอสมควรครับ

หลังจากได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ได้ 6 เดือน มันทำให้ลืมความปวดหัวจุกจิกตอนทำไปได้หมดเลย รู้สึกหายเหนื่อยพอเข้ามาอยู่จริงๆรู้สึกลงตัวมากๆเพราะทุกพื้นที่ที่เราออกแบบไว้นั้น ได้ถูกใช้งานตามที่คิดไว้จริงๆ จากสภาพบ้านรกร้างปัจจุบันนี้เป็นบ้านที่มีชีวิตชีวามากๆ

.

.

 

ขอปิดท้ายด้วยภาพ Before & After ครับ

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา : jobytheblue

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...