พาไปรู้จักกับรถไฟมือ 2 รุ่น KiHa 183 ที่ญี่ปุ่นบริจาคให้ไทย 17 คัน

กำลังเป็นที่ฮือฮากันในโลกออนไลน์ เมื่อรัฐบาลไทยกำลังจะได้รับ รถไฟมือ 2 รุ่น KiHa 183 ที่ทางญี่ปุ่นบริจาคมาให้ จึงทำให้เกิดกระแสเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมออนไลน์ว่าการบริจาคครั้งนี้จะมีความเหมาะสมหรือไม่ แล้วคุณภาพของรถไฟมือสองจะมีคุณภาพแค่ไหน

วันนี้ ในบ้าน จึงจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับรถไฟมือสองที่เรากำลังจะได้รับการบริจาคจากทางประเทศญี่ปุ่นกัน

สำหรับรถไฟมือ 2 ที่ญี่ปุ่นบริจาคให้ประเทศไทย เป็นรถดีเซลราง (DMU) รุ่น KiHa 183 (คีฮา 183) ของบริษัทรถไฟฮอกไกโด (JR Hokkaido) ในภูมิภาคฮอกไกโด

 

รถไฟรุ่นนี้นำมาให้บริการครั้งแรกในปีพ.ศ. 2524 ภายในเป็นห้องโดยสารปรับอากาศ ปัจจุบันถูกปลดระวางและจอดทิ้งไว้ จึงอาจจะมีสภาพภายนอกที่ดูทรุดโทรมไปบ้าง ซึ่งเมื่อหลังจากได้รับมอบ ทางไทยเองก็อาจจะต้องมีการบูรณะปรับปรุงในส่วนที่ทรุดโทรมกันอีกครั้ง โดยทางการไทยจะเป็นฝ่ายออกค่าขนส่งและบำรุงรักษาเอง

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประกาศผลจัดซื้อจัดจ้าง เคาะราคาค่าขนย้ายรถไฟมือสองดังกล่าว เป็นจำนวนเงิน 42.5 ล้านบาท (เป็นราคารวมค่าใช้จ่าย ภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดแล้ว ตามสัญญาเลขที่ : พด.025/2564) ซึ่งทาง ร.ฟ.ท.ได้เลือกบริษัท ดอยโกร โพรเจค (ประเทศไทย) จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการ

โดยราคาจำนวนนี้ทางเพจ Thailand Transportation ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามาก เพราะรถไฟรุ่นนี้หากซื้อมือหนึ่ง ราคาจะไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้านบาทแน่นอน โดย 17 คัน จะอยู่ที่ประมาณ 510-560 ล้านบาท นับว่าคุ้มมาก ๆ

 

นอกจากตัวรถและส่วนของโครงสร้างแล้ว หลายคนยังอาจจะกังวลว่าภายในจะเป็นอย่างไร ซึ่งสภาพภายในของรถไฟเหล่านี้ถือว่าดูดีมาก เพราะเมื่อดูที่มาตรฐานการดูแลและซ่อมบำรุงของทางญี่ปุ่นนั้น จัดว่าทำได้ดีกว่าไทยมาก

.

.

 

บริเวณส่วนทางเชื่อมโบกี้ของทางญี่ปุ่นก็มีการดูแลซ่อมบำรุงเป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อมาถึงประเทศไทยแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ ส่วนทั้งภายในและภายนอกคงจะได้รับการปรับปรุงกันอีกครั้งหนึ่ง

 

แม้แต่ภายในห้องน้ำก็ยังดูใหม่และสะอาด หากเทียบกับรถไฟไทยที่มีให้บริการในปัจจุบัน ถือว่าดีกว่ามาก แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ เราก็จะต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อได้รับมอบรถไฟเหล่านี้มา ทั้งสภาพ การบำรุงรักษา รวมถึงการให้บริการจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง?

ที่มา: mgronline, Thailand Transportation

Advertisement

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?