7 ข้อควรรู้ก่อนเลือก “ผู้รับเหมาตกแต่งบ้าน” ลดปัญหาจุกจิกน่ารำคาญ สร้างบ้านได้อย่างสบายใจ

มีหลายปัญหาที่เกิดขึ้นจากการว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทิ้งงาน ได้เงินมัดจำแล้วเชิดเงินหนี หรือก่อสร้างไม่ตรงตามแบบที่วางไว้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราทั้งเสียเงินและเสียเวลาโดยใช่เหตุ แล้วเราจะป้องกันปัญหานี้ได้ยังไงล่ะ??

วันนี้ ในบ้าน ก็มี 7 ข้อควรรู้ก่อนเลือกผู้รับเหมาตกแต่งบ้าน มาฝากเพื่อนๆ ชาวเว็บกัน สำหรับใครที่กำลังจะสร้างบ้าน อย่าเพิ่งรีบครับ มาอ่านบทความนี้กันก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการสร้างบ้าน ตามมาเก็บความรู้กันเลยครับ

 

1. ความน่าเชื่อถือ

ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกอุ่นใจในการใช้บริการ

มีหน้าร้าน บริการบางอย่างราคาสูง แน่นอนผู้รับเหมาที่มีหลักแหล่ง ก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของร้าน หากมีปัญหาอย่างน้อยก็รู้ว่าจะไปตามที่ไหนได้ ไม่หนีหาย

ระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ สะท้อนถึงความมั่นคงในธุรกิจ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในบริการ และความรับผิดชอบ ซึ่งทำให้ร้านอยู่รอดมาได้ ไม่ใช่การให้บริการแค่ฉาบฉว

เว็บไซต์ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ เนื่องจากสามารถทราบถึง ข้อมูล ประวัติ ที่มาที่ไปของบริษัท ซึ่งจะแตกต่างกับ Facebook ที่ไม่สามารถทราบข้อมูลเหล่านี้ได้ อีกทั้งยังทำขึ้นมาได้ง่าย จึงเป็นสื่อออนไลน์ที่นิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ใช้ว่าจะไม่ดีเสมอไป โดยเพื่อนๆ สามารถเช็คข้อมูลของบริษัท ร้านนั้นๆ เบื้องต้น จาก Google หรือเว็บต่างๆ อย่าง Pantip เพื่อให้ทราบข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจใช้บริการ

เคล็ดลับ : เบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย 02 ถือเป็นอีกสิ่งที่ทำให้เพื่อนๆ ทราบได้ง่ายว่าผู้รับเหมาที่เลือกนั้น มีหน้าร้านหรือไม่ เพราะเบอร์ 02 ถือเป็นเบอร์ส่วนกลางที่ใช้สำหรับติดต่อสื่อสาร และมักใช้กับองค์กรที่มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง แต่ถ้าอยากจะให้แน่ใจว่ามีหน้าร้านหรือไม่ ก็สามารถโทรไปสอบถามบริษัท ร้าน ได้เช่นกัน

 

2. ผลงาน

ยิ่งผลงานออกมาสวย ดูดี เท่าไหร่ ก็จะมีสิทธิ์ ที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการมากเท่านั้น ผู้รับเหมาส่วนใหญ่จึงเลือกใช้วิธีการถ่ายรูปผลงาน เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้านั้นเอง

การอัปเดทผลงาน หากมีผลงานใหม่ๆ มาให้ชมอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ทราบถึงการทำงานที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้า หรือใช้วิธีการโทรไปที่บริษัทเพื่อทำการเช็คคิวก็จะทำให้ทราบเบื้องต้นได้เช่นกัน

Advertisement

รูปภาพที่นำมาใช้ อย่ามองแค่ภาพสวย แต่ควรตรวจสอบที่มาของรูป ว่าเป็นผลงานจริงของร้านนั้นหรือไม่ หรือว่ามีการแอบอ้างนำผลงานจากที่อื่นๆ มาเป็นผลงานของตัวเอง ซึ่งนั้นถือเป็น “เจตนาหลอกลวง” และ ทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด ตัดสินใจผิด

คนรอบข้าง คำแนะนำจากคนรอบข้าง ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย หากมีการแนะนำจากคนรู้จัก หรือ คนที่เคยทำมาก่อน ก็จะทำให้ทราบผลงานที่แท้จริง รวมไปถึงในเรื่องอื่นๆ ว่าดีหรือไม่ อาทิ การบริการ การเลือกใช้วัสดุ คุณภาพ เป็นต้น

เคล็ดลับ : เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบรูปภาพคร่าวๆ ได้ด้วยการนำไปค้นหาภาพใน Google (เดี๋ยวนี้ทำได้ง่ายๆ เลย สำหรับคนที่ใช้ Chrome แค่คลิก Mouse ขวา แล้วเลือก “ค้นหารูปภาพจาก Google” ก็เช็คได้แล้ว)

 

3. ขั้นตอนการให้บริการ

สำหรับในข้อนี้จะสื่อให้เห็นในเรื่องของมาตรฐานการทำงาน ที่มีการทำงานอย่างมีระบบ มีขั้นตอน

การดูหน้างาน พร้อมที่จะมีการเข้าไปดูพื้นที่หน้างานจริง ให้คำปรึกษา แนะนำ เพื่อให้ทราบข้อมูลของพื้นที่อย่างแท้จริง และช่วยลดปัญหาในเรื่องของความผิดพลาด ซึ่งสำหรับการบริการเข้าไปดูพื้นที่หน้างานแต่ละบริษัท ร้าน นั้น ก็ย่อมมีความแตกต่างกัน เพราะมีทั้งแบบบริการดูพื้นที่หน้างานให้ฟรี และ เสียค่าใช้จ่าย ฉะนั้นควรมีการสอบถามโดยละเอียดก่อนใช้บริการ

งานเอกสารและการประเมินราคา ที่แสดงให้เห็นถึงราคา รายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง เพราะหากประเมินราคาแบบคร่าวๆ ด้วยประสบการณ์ ใช้วิธีการบอกด้วยคำพูด หรือ ทางอื่นๆ ที่ ไม่มีการให้หลักฐาน เอกสาร อาจส่งผลเสียในภายหลังได้ อาทิ ได้ในสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการ งบบานปลายกว่าที่แจ้งในเบื้องต้น เป็นต้น

ระยะเวลาการส่งมอบงาน และ กำหนดการติดตั้ง ควรดูว่าสมเหตุ สมผลหรือโดยเฉพาะหากงานเร่ง อันนี้ต้องระวังเรื่องการรับปาก เพราะบางรายอยากได้งาน “ก็จะทำได้ทั้งหมด” ซึ่งควรมีการแจ้งระยะเวลาการดำเนินงานที่แน่นอน รวมไปถึงการแบ่งระยะการตรวจรับงานเป็นช่วง ๆ สำหรับงานโปรเจคระยะยาว หากงานล่าช้ากว่าที่กำหนด ต้องเช็คว่าระยะเวลาที่แจ้งไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง เป็นระยะเวลาส่งมอบงานครั้งแรก หรือระยะเวลารวมการแก้ไขงาน หากมีการเลยกำหนด อาจจะต้องดูในส่วนของค่าปรับที่ได้มีการแจ้งเอาไว้ในสัญญา ซึ่งแนะนำให้ระบุเป็นการปรับรายวัน หรือรายสัปดาห์ เพื่อใช้ในการเรียกร้องส่วนนี้คืน

การดำเนินงานติดตั้ง สำหรับขั้นตอนนี้ แต่ละบริษัท ร้าน ย่อมมีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่แต่ละบริษัทได้ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนทีมงาน ขั้นตอนการทำงาน ซึ่งไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทีมงานที่มานั้น ควรใส่ใจในเรื่องของการทำงาน รวมไปถึงให้ความสำคัญในการดูแลทรัพย์สินของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี เพื่อความเรียบร้อย และไม่ให้เกิดความเสียหายนั้นเอง

เคล็ดลับ : สำหรับขั้นตอนการให้บริการเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาผู้ให้บริการ หลังจากศึกษาและเปรียบเทียบบริการผู้ให้บริการหลายเจ้าแล้ว เพื่อนๆ จะเห็นถึงความแตกต่างของบริการในส่วนย่อยๆ สเปคของวัสดุ รายละเอียดของสินค้าและการบริการ

 

4. ทีมงาน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอีกอย่างหนึ่งของผู้ให้บริการในยุคดิจิตัล คือ “การสร้างภาพ” เพราะบางครั้งอินเตอร์เน็ต หรือสื่อโซเชียลมีเดียอาจจะเป็นสื่อเดียวที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล โดยในบางผู้ให้บริการอาจจะมีการทำธุรกิจแบบ “จับเสือมือเปล่า” ทั้งบริษัท ร้าน มีพนักงาน อยู่ 1-2 คน ที่เหลือก็เป็นการไปจ้างงานคนอื่นต่ออีกที

ซึ่งผู้ให้บริการลักษณะแบบนี้สังเกตุได้ไม่ยาก คือ ไม่อยากลงพื้นที่ ไม่อยากทำเอกสาร และท้ายสุดอาจจบด้วยการบ่ายเบี่ยงเรื่องบริการหลังการขาย เนื่องจากตอนให้บริการติดตั้งไปจ้างคนอื่นมาอีกต่อ ซึ่งแน่นอนการให้บริการหลังการขายอาจจะไม่มี หรือต้องใช้เวลานานกว่าจะแก้ไขให้

เคล็ดลับ : สำหรับในข้อนี้ หากเพื่อนๆ มีเวลาก็ลองแวะเข้าไปเยี่ยมชมที่ร้านเลยก็ได้ ซึ่งจะทำให้เห็นทั้งทีมงาน และ หน้าร้าน อีกทั้งยังสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

5. ความชำนาญเฉพาะทาง 

หลายบริษัท ร้าน อาจจะมีการให้บริการที่หลากหลาย แต่ก็จะมีบางบริษัทฯ เช่นกัน ที่จะให้บริการกันแบบ “ครอบจักรวาล” เน้นบริการที่ครอบคลุม เพราะลูกค้าบางกลุ่มอาจจะไม่มีเวลาในการค้นหา และติตด่อผู้ให้บริการแต่ละส่วน ซึ่งหลายรายที่โชคร้าย ก็จะเจอปัญหาคนที่สามารถทำได้ แต่อาจจะทำได้ไม่ดี เพราะจริงๆ แล้วอาจจะไม่มีบริการส่วนนี้จริง

โดยรายที่โชคดี อาจจะได้ผู้รับเหมาที่ไปจ้างงานบริษัทมืออาชีพอื่นๆ มาให้บริการ แต่แน่นอนราคาที่จ่าย ก็จะต้องสูงกว่า เพราะเป็นค่าดำเนินการจากการติดต่อผ่านผู้รับเหมาอีกรา

เคล็ดลับ : หากไม่อยากพลาด ในส่วนนี้ ควรทำการบ้านเพิ่มเติมหน่อย และสังเกตการพูดคุยให้ข้อมูลในรายละเอียด การให้คำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับวัสดุ การตกแต่ง บริการแต่ละส่วน ข้อดี ข้อเสีย ในการเลือกใช้ และผลที่จะได้รับ ว่ามีการทราบข้อมูลเหล่านั้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่ตอบเพียงเพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการขายเพิ่มเติ

 

6. บริการหลังการขาย

คือสิ่งที่ทุกบริษัท ร้าน ควรจะมี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบในการทำงาน การดูแลใส่ใจลูกค้า เพราะทุกการทำงานย่อมมีความผิดพลาด หากมีในส่วนนี้ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจยิ่งขึ้น ทำให้เห็นถึงการทำงานอย่างมืออาชีพ

แต่ทั้งนี้ควรมีการตรวจสอบ ในเรื่องของระยะเวลาการรับประกัน ขอบเขตการรับประกัน สิ่งที่อยู่ในการรับประกัน รวมไปถึงฝ่ายรับเรื่องด้านบริการหลังการขายโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้การประสานงานนั้นง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถติดต่อได้ง่าย และทำให้มีการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับ : สำหรับบริการหลังการขาย ไม่ใช่เพียงแค่บอกปากเปล่า แต่ควรมีหลักฐานหรือใบรับประกันรับรอง แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการรับประกัน อย่างระยะเวลาการรับประกัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดปัญหาในภายหลัก เพราะหากไม่มีใบรับประกัน อาจทำให้บริษัท ร้าน เกิดการบ่ายเบี่ยงในการแก้ไขงานได้

 

7. การชำระเงิน

ควรศึกษา ตรวจสอบอย่างละเอียด ว่ามีการชำระเงินแบบใดบ้าง หากคิดจะจ่ายทั้งหมดในครั้งเดียวถือว่ามีความเสี่ยงสุดๆ หรืองวดสุดท้ายน้อยสุดก็น่ากลัวเช่นกัน ฉะนั้นงวดสุดท้ายควรเป็นงวดที่มากที่สุด อีกทั้งถ้าเป็นยอดที่แพงมาก(เป็นหลักเกือบล้าน หรือล้าน) ควรจะต้องมีสัญญาระบุความรับผิดชอบ และค่าปรับต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน

เคล็ดลับ : ควรเก็บเอกสารเกี่ยวกับการชำระเงิน หรือสัญญาต่างๆ ไว้ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐาน หากบริษัทหรือร้านจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงก่อนชำระเงิน อีกทั้งในใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงิน อีเมล์ ควรจะมีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการการชำระเงิน และการกำหนดการต่างๆ เช่น วันติดตั้ง ฯลฯ ด้วย

 

ที่มา : Asgard Design

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียการออกแบบ ไอเดีย DIY นวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเมนูอาหารที่น่าทาน และเคล็ดลับต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...