รีโนเวท “บ้านเก่าทรุดโทรม” ให้เป็น “บ้านใหม่แสนสวย” เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ตอบโจทย์ชีวิตยิ่งกว่าเดิม

สำหรับบ้านที่มีอายุการใช้งานมาหลายสิบปี ย่อมจะทำให้บ้านมีความชำรุดทรุดโทรมเป็นธรรมดา ซึ่งทำให้บ้านดูหมองและไม่สวยงาม มิหน้ำซ้ำยังอาจจะก่ออันตรายให้กับผู้อยู่อาศัยจากโครงสร้างที่ชำรุดได้อีกด้วย และหากบ้านคุณมีสภาพดังที่ว่ามานี้ อาจจะถึงเวลาที่เราจะต้องมีการปรับปรุง และตกแต่งบ้านครั้งใหญ่

วันนี้ ในบ้าน ก็มีเรื่องราว การรีโนเวทบ้านเก่า ของคุณ เด็กครยก ที่จะมาถ่ายทอดรายละเอียด และขั้นตอนการปรับปรุงบ้านอย่างละเอียด จากบ้านที่ทรุดโทรม จนกลายเป็นบ้านใหม่สวยงาม ตามไปชมกันเลยครับ

 

รีโนเวทบ้านเก่าทรุดโทรม เป็นบ้านใหม่สวยงาม

(โดยคุณ เด็กครยก)

บ้านหลังนี้ได้ซื้อมาเมื่อ 12 ปีที่แล้ว อยู่ในเขตบางขุนเทียน ช่วงแรกที่ซื้อก็มีต่อเติมครัวและวางอิฐตัวหนอนรอบบ้าน เพราะมั่นใจว่าจะมีปัญหาเรื่องการทรุดของที่ดิน จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้คุยกับครอบครัวว่า ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงบ้านแล้ว

เพราะมันมีปัญหากับระบบท่อน้ำที่ถูกกดทับจนแตกรั่ว และบ้านดูทรุดโทรมมาก จึงเป็นที่มาของรีวิวนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่าน หาไอเดีย และหาผู้รับเหมาที่จะมารับงาน

 

หลังจากที่ได้ข้อสรุปว่าเราจะทำอะไรบ้างแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการสรรหาผู้รับเหมา เปรียบเทียบราคา และเริ่มงาน โดยในเบื้องต้นผมหาได้ราคามาทั้งหมด 3 ราย ซึ่งกำลังรับเหมาปรับปรุงบ้านในโครงการเดียวกัน และตัดสินใจเลือกธนพนธ์การช่าง

เพราะเป็นพี่ชายของผมเอง ซึ่งผมสามารถไว้วางใจได้ว่าจะไม่ทิ้งงานแน่นอน ตัวผมเองก็ทำงานต่างประเทศ ไม่สามารถอยู่ควบคุมงานเองได้ จึงขอให้พี่ชายเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2562 และก็ไม่ผิดหวัง เพราะงานออกมาดี เร็ว และสวยงาม ซึ่งผมจะนำเสนอเพื่อนๆ เป็นขั้นตอนอย่างละเอียดว่าทำอะไรไปบ้างครับ

.

 

หลังจากที่ได้บอกกล่าวขออนุญาต เพื่อนบ้าน แล้วก็ต้องแจ้งทางนิติของหมู่บ้าน พร้อมวางเงินมัดจำ ผู้รับเหมาก็เริ่มเข้างานได้

เริ่มจากงานเสาเข็ม ซึ่งผมตัดสินใจใช้เข็มสปันไมโครไพน์ แบบกลม ความยาว ท่อนละ 1.5 เมตร หลุมละ 14 ต้น (ความจริงคือตอกจนกระทั่งถึงชั้นหิน และทำการโบว์เคาท์ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ความลึกประมาณ 19-20 เมตร)

.

.

.

.

.

.

 

เสาเข็มเสร็จ ช่างปูนก็เข้ามาทำการตัดหัวเข็ม สกัดพื้นปูนเก่าและเตรียมเทฟุตติ้ง เพื่อเตรียมโครงสร้างไว้สำหรับเทคาน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

หลังจากทำฟุตติ้งเสร็จ ก็เริ่มปรับพื้น วางระบบท่อน้ำ และเทคานและเทพื้น

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

พื้นปูนแห้งและแข็งแรงดีแล้ว ช่างเหล็กก็เข้าทำโครงหลังคา ทำควบคู่กันไป ช่างปูนก็เข้ามาก่อผนังด้วยอิฐมวลเบา ช่างสีก็เตรียมทำความสะอาดพื้นผิวผนังบ้านชั้นบน แบ่งงานกันทำ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ช่างปูนอีกชุดก็เตรียมทำเคาน์เตอร์ครัว ปูกระเบื้องผนัง ปูกระเบื้องพื้น แบ่งงานกันไป

Advertisement

.

.

.

.

.

 

หลังคาผมใช้ชนิดหนามีฉนวนกันความร้อน กระเบื้องภายในบ้านปูด้วยแกรนิตโต้ท้งหมด บางส่วนปูทับพื้นเดิม

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

เมื่อหลังคาเสร็จก็นัดหมายกับช่างฝ้า ช่างไฟ ช่างวอลเปเปอร์เข้ามาวางแผนงาน และพยายามจัดสรรช่วงเวลาให้ไม่กระทบกัน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

เรียกช่างติดตั้ง กล้องวงจรปิด และประตูไฟฟ้า เข้ามาติดตั้ง หลังจากนี้ผมสามารถตรวจสอบการทำงานของช่างได้แล้วแม้จะอยู่คนละประเทศ

.

.

.

.

.

 

ติดกระจกห้องกระจก เก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อย

.

.

 

ผมใช้ไทรเกาหลีมาปลูกนอกรั้วเพื่อลดความแข็งของรั้วลง และช่วยบังสายตา ผมสั่งให้ทางร้านเข้ามาส่งและปลูกให้ ส่วนสนามหญ้าหน้าบ้านก็จัดกันเอง สั่งหญ้ามาส่ง แต่เราปลูกเอง

.

.

 

สนามหญ้าหน้าบ้าน ก็จ้างคนงานมาช่วยขนทรายเพื่อปรับพื้นที่ สั่งหญ้าญี่ปุ่นให้มาส่ง ส่วนการปูหญ้า และการเตรียมพื้นที่ ก็เป็นกิจกรรมภายในครอบครัว ทำทางเดินโดยใช้แผ่นหินและใช้กรวดแม่น้ำจัดเรียงเพื่อความสวยงาม เราใช้เวลาสองวันก็ทำเสร็จประหยัดเงินไปได้เยอะเลย

ใช้ทรายทั้งหมด 12 คิว ช่วยกันขน เสร็จแล้วก็รดน้ำ ทุบๆ ให้แน่น เพื่อเตรียมไว้สำหรับปูหญ้า

.

 

แดดร่ม ลมตก เปิดไฟทำงานกลางคืน ถือว่าออกกำลังกาย

.

.

 

หน้าตาหลังจากเสร็จแล้วก็จะประมาณนี้ เรียบๆ แต่ก็สบายตาดี

 

งานที่ต้องเหนื่อยอีกงาน ก็คืองานทำความสะอาด และจัดวางของใหม่

.

.

.

.

 

สรุปงานที่ได้จากการรีโนเวทครั้งนี้ คือ

ได้ห้องนอนเพิ่ม ได้ห้องทำงานใหม่ ได้ห้องครัว ระเบียง ประตูแสตนเลสรีโมท กล้องวงจรปิด 4 จุด ห้องเก็บของ ห้องสำหรับแท้งค์น้ำ ทาสีใหม่ทั้งหลัง วอลเปเปอร์ใหม่ทั้งหลัง ระบบน้ำชั้นล่างใหม่ โรงรถ กระเบื้องใหม่ชั้น 1 ทั้งหมด กับงบประมาณที่จ่ายไป ผมว่าคุ้มค่ามากๆ ครับ เหมือนได้บ้านใหม่ บนพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย

.

 

ที่มา : เด็กครยก

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
“Home is the starting place of love, hope and dreams.”

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...