ลดหนี้บ้าน = มีเงินเพิ่ม

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ คงจะเจอปัญหาเดียวกันก็คือ.. เงินที่เราผ่อนไปในแต่ละเดือนนั้น จะถูกหักเป็นส่วนของดอกเบี้ยซะมาก แล้วเป็นเงินต้นเพียงน้อยนิดเท่านั้น

ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ ในยอดหนี้ทุกๆ 1,000,000 บาทเนี่ย ถ้าเราเสียดอกเบี้ยปีละ 7% ก็เท่ากับดอกเบี้ยปีละ 70,000 บาทแล้ว

แล้วรู้หรือไม่ว่า ถ้าเราลดดอกเบี้ยได้แม้เพียง 1% ก็จะทำให้ประหยัดไปถึงปีละ 10,000 บาท

ถ้าลดได้ 2% ก็ประหยัดได้ถึงปีละ 20,000 บาท

ยิ่งถ้าใครมีบ้านหลายล้าน ก็คูณกับราคาบ้านเข้าไป จะเห็นว่าการลดดอกเบี้ยนั้น สามารถช่วยเราประหยัดเงินได้ถึงหลักแสนต่อปีเลย!!

แล้วจะทำยังไงให้ดอกเบี้ยลด!? ทีมงานในบ้าน มีเคล็ดลับดีๆ ไม่ยากมาบอกกัน เพียงแค่รู้จัก “การรีไฟแนนซ์” ครับ

 

แล้วการรีไฟแนนซ์คืออะไร!?

การรีไฟแนนซ์ พูดง่ายๆ ก็คือ การย้ายหนี้จากธนาคารเดิมที่ดอกเบี้ยสูง ไปยังธนาคารใหม่ที่มีให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า

ตัวอย่างเช่น สมมติเราซื้อบ้าน 3.0 ล้านบาท ชําระค่างวด เดือนละ 18,870 บาท

ถ้าไม่รีไฟแนนซ์เลย ต้องผ่อนชําระ ถึง 266 งวด (22 ปี 2 เดือน) ต้องเสียดอกเบี้ยทั้งสิ้น 2.012 ล้านบาท

รีไฟแนนซ์ 1 ครั้ง ผ่อนลดลงเหลือ 240 งวด (20 ปี )  เสียดอกเบี้ยทั้งสิ้น 1.517 ล้านบาท

รีไฟแนนซ์ 2 ครั้ง ผ่อนลดลงเหลือ 224 งวด (18 ปี 7 เดือน) เสียดอกเบี้ยทั้งสิ้น จํานวน 1.214 ล้านบาท

รีไฟแนนซ์ 3 ครั้ง ผ่อนลดลงเหลือ 214 งวด (17 ปี 8 เดือน) เสียดอกเบี้ยทั้งสิ้น จํานวน 1.038 ล้านบาท

พอจะเห็นภาพกันรึยังครับ ว่าการรีไฟแนนซ์แม้เพียงแค่ครั้งเดียว ก็ช่วยให้ผ่อนบ้านหมดไวกว่าเดิม แถมประหยัดดอกเบี้ยได้เยอะมากๆ

 

 

ทำไมบางคนไม่อยากรีไฟแนนซ์!?

หลายคนอาจจะคิดว่าผ่อนบ้านไปเรื่อยๆ 30 ปี ก็พอแล้ว ไม่ต้องมาปวดหัวเตรียมเอกสารอะไรใหม่ให้ยุ่งยาก แถมต้องไปทำเรื่องนู่นนั่นนี่ให้เสียเงินเพิ่มอีก

นั่นคือความคิดของคนที่ไม่อยากรีไฟแนนซ์ แล้วก็จะทำให้พลาดโอกาสดีๆ ที่จะประหยัดเงินในกระเป๋าไป

สำหรับคนที่ผ่อนบ้านมาตั้งนาน รู้สึกว่าเงินต้นไม่เห็นลดเลย อยากผ่อนบ้านให้หมดเร็วๆ ไม่อยากเป็นหนี้นาน แม้จะจ่ายเท่าเดิมทุกเดือน เงินที่เราจ่ายไปก็ไปตัดเงินต้นมากขึ้น

ตอนนี้หลายคนคงเริ่มอยากจะรีไฟแนนซ์บ้านมากขึ้นแล้ว เรามาดูปัจจัยต่างๆ ที่ต้องคิดก่อนรีไฟแนนซ์กันสักเล็กน้อย..

 

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงง่ายๆ ก่อนจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์ก็คือ..

1. ค่าใช้จ่ายในการทํารีไฟแนนซ์

สามารถแยกออกได้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้…

– ค่าประเมินหลักประกัน ขั้นตํ่าประมาณ 3,000 บาท (ไม่รวม Vat 7%)

– ค่าจดจํานอง 1% ของวงเงินกู้ คิดง่ายๆ ล้านละ 10,000 บาท

– ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ คิดเร็วๆ ก็ล้านละ 500 บาท

– ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ขั้นตํ่าจ่ายครั้งละ 3 ปี คํานวณค่าเบี้ยจากราคาบ้านประมาณ ล้านละ 1,000 บาท

 

2. อัตราดอกเบี้ย

– เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันของเรา กับอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ ซึ่งถ้าคำนวณจากค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์ที่ล้านละ 15,000 บาท

กับอัตราการประหยัดดอกเบี้ยที่ 1% ประหยัดไปได้ 10,000 บาท

แสดงว่าถ้าดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์นั้น น้อยกว่าดอกเบี้ยเดิม 2% ขึ้นไป ก็ถือว่าน่ารีไฟแนนซ์เป็นอย่างยิ่ง

 

3. ประวัติการผ่อนชําระ

– เพราะการรีไฟแนนซ์นั้น จะเชื่อในประวัติการผ่อนชําระที่ดี ห้ามค้างชําระ หรือผิดนัดชําระโดยเด็ดขาด

 

 

ต่อมาก็คือเรื่องของเอกสาร ซึ่งการรีไฟแนนซ์ จะใช้เอกสารแค่ 3 อย่างหลักๆ คือ

1. เอกสารข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

อย่างสําเนาบัตรประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน

(พร้อมทั้ง สําเนาใบเปลี่ยนชื่อสกุล สําเนาบัตรประชาชนและสําเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรส สําเนาทะเบียนสมรส )

 

2. เอกสารแสดงรายได้

เช่น พวกสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนหรือหนังสือรับรองการทํางาน สําเนารับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือสําเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน เป็นต้น

 

3. เอกสารด้านหลักประกัน

เช่น สําเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิหลักประกัน สําเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน (ท.ด.13/ อ.ช. 23) หรือ สัญญาให้ที่ดิน ทด.14 สําเนาหนังสือสัญญาจํานองที่ดิน สําเนาสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินเดิม สําเนาใบเสร็จผ่อนชําระค่างวดบ้าน

 

 

แล้วจะรีไฟแนนซ์กับที่ไหนดี!?

เพราะแต่ละสถาบันการเงิน ก็มีโปรแกรมรีไฟแนนซ์ให้กับลูกค้าแตกต่างกันออกไป จนตัดสินใจเลือกได้ยากจริงๆ

แต่เราอยากจะขอแนะนำโปรแกรมรีไฟแนนซ์จาก ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย นั่นคือโปรแกรมดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี แรกเพียง 2.49%

เมื่อเลือกโปรแกรมได้แล้ว ก็มาถึงตอนเตรียมตัวรีไฟแนนซ์ ตามเช็คลิสต์ต่างๆ ที่ได้กล่าวไปเบื้องต้น

สิ่งสําคัญที่สุดในการพิจารณาคําขอรีไฟแนนซ์คือ เพียงแค่เตรียมเอกสารให้ครบ มีประวัติการผ่อนชําระที่ดี เพราะธนาคารจะเชื่อในประวัติการผ่อนชําระที่ดี ก็สามารถยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ ลดดอกเบี้ย และประหยัดเงินในกระเป๋าแบบง่ายๆ เลย

 

จะเห็นได้ว่า การรีไฟแนนซ์นั้น นอกจากจะช่วยประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยให้เราแล้ว ยังมีขั้นตอนไม่ได้ยากหรือวุ่นวายอย่างที่คิดอีกด้วย

สําหรับใครที่สนใจรีไฟแนนซ์ กับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี แรกเพียง 2.49% คลิกดูรายละเอียด และสมัครออนไลน์ได้เลย https://bit.ly/2XZz5sR

 

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?