เปลี่ยนบ้านที่แสนธรรมดา ให้เป็น ‘โฮมออฟฟิศสุดเรียบง่าย’ กับงบประมาณ 16,000 บาท

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังเริ่มจะเริ่มทำธุรกิจ และอยากที่จะมีออฟฟิสำหรับการประสานงานกับลูกค้า แต่ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ การที่จะทำบ้านให้เป็น โฮมออฟฟิศ นั้น ก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่หลายๆ บริษัทเลือก เนื่องจากช่วยประหยัดงบประมาณด้านค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว

วันนี้ ในบ้าน จึงได้นำประสบการณ์ การเปลี่ยนแปลงบ้านที่แสนธรรมดาให้เป็นออฟฟิศสุดเรียบง่าย ซึ่งเป็นบ้านของคุณ สมาชิกหมายเลข 4107427 ซึ่งโดยรวมแล้วดูเป็นระเบียบ เหมาะแก่การทำงาน ที่สำคัญราคาประหยัดอีกด้วย ตามไปชมกันเลยค่า

 

เปลี่ยนบ้านที่แสนธรรมดา ให้เป็นโฮมออฟฟิศ สุดเรียบง่าย ราคาประหยัด ด้วยงบเพียง 16,000 บาท

(โดย สมาชิกหมายเลข 4107427)

แชร์โฮมออฟฟิศในราคาประหยัดสำหรับคนอยากมีธุรกิจของตัวเอง คนเดียวก็ทำได้ เพียง 16,000 บาท งบการทำธุรกิจของผมมีอยู่ 25,000 บาท ใช้ทำ 2 ธุรกิจ

ขอแชร์การทำโฮมออฟฟิศและหลักการทำธุรกิจของผมไปพร้อมๆกันนะครับ นี้เป็นโฮมออฟฟิศสำหรับธุรกิจตัวที่สองของผม ธุรกิจแรกไม่มีหน้าร้าน โดยการนำเอาของใช้ที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ และซื้อเพิ่มบางส่วน ก่อนหน้านี้ผมเป็นลูกจ้าง พนักงานบริษัทร่วม 14 ปี ปัจจุบันอายุ 30 ต้นๆ

เป้าหมายคือเป็นเจ้าของธุรกิจ 

นับวันผมยิ่งพบว่าตัวเองเป็นแกะดำค่อยข้างคิดต่างจากเพื่อนผูงหรือคนรอบข้าง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ
เขาว่าทำธุรกิจต้อง

1.    มีออฟฟิศที่ กทม.ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก มีหรือเช่าอาคารพาณิชย์ยิ่งสูงใหญ่ยิ่งดูดี

2.    ต้องทำในรูปแบบบริษัทจะได้ดูน่าเชื่อถือ

3.    มีพนักงานประจำออฟฟิศ และต้องมีสวัสดิการที่แข่งขันได้

4.    ขับรถยุโรบจะได้ดูมีฐานะ

5.    ต้องมีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถสูง ส่วนใหญ่คนทำธุรกิจจะดูมีอายุ

6.    ต้องเอาใจลูกค้า ลูกค้าเรื่องเยอะ ลูกค้าคือราชา

7.    สินค้าต้องอยู่ในกระแส หรือเป็นพวกเทคโนโลยี่ซึ่งมีโอกาสทางธุรกิจสูง

8.    ต้องศึกษาตลาดดีๆ ดูแนวโน้นเศรษฐกิจด้วย

9.    ต้องมีConnection

10.    ที่สำคัญต้องมีเงินเยอะ!

สาระพัดเลยครับ!! ที่พูดมาสำหรับผมมันไม่จำเป็นต้องมีทั้งหมดทีเดียว บางอย่างผมทำตรงกันข้ามเลย!! ผมทำแบบนี้ครับ

1. ออฟฟิศผมอยู่ชนบท ห่างจาก กทม. 700 กิโลเมตร ไม่แคร์!

2. จดทะเบียนพาณิชย์บุคคลธรรมดา อนาคตพร้อมแล้วค่อยจด บจก. Result ไม่ได้วัดกันที่ต้องจดทะเบียนบริษัท

3. พนักงานมีผมคนเดียวทำทุกตำแหน่ง!

4. รถยุโรบไม่มีมีแต่จักรยานที่แม่ให้มา ส่วนใหญ่โดยสาร จำเป็นต้องใช้รถก็ค่อยยืมแม่

5. ประสบการณ์มี ความรู้มี แถบเป็นชุดความรู้ของเราเอง

6. ลูกค้าไม่ใช่ราชา ฉันต่างหากที่ลูกค้าต้องใส่ใจ

7. ขอโทษ สินค้าผมนอกกระแสเป็นนวัตกรรมทางความคิดและสินค้าอีกธุรกิจก็ทำจากไผ่

8. การตลาดผมเลือกใช้ White Ocean Strategy ธุรกิจหัวใจสีขาว และไม่สนว่าเศรษฐกิจขาขึ้นหรือขาลง ผมเลือกใช้หลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง”

9. มีแต่เพื่อนธรรมดาๆ

10. มี 0 บาทแถมเป็นหนี้

เอาล่ะผมนับวันรอเลยและปฏิญาณตนว่า เมื่อเราเป็นลูกจ้าง 14 ปีได้ เราก็สามารถเป็นนายตัวเองได้ 14 ปีเช่นกัน
ผมเริ่มวางแผนและเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางการเป็นนายตัวเองมาตั้งแต่อายุ 23 ปีและหนักขึ้นช่วง 5 ปีให้หลัง
โดยเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์เป็นตัวแทนรับงานเรื่อยมา ซึ่งมันทำเงินให้ผมไม่น้อยหน้างานประจำเลยในบางช่วง งานฟรีแลนซ์ไม่ได้มีตลอดนะครับบางเดือนผมก็ใช้เงินเดือนต่อเดือน

Advertisement

ผมคุยกับตัวเองอย่างหนักจนตัดสินใจอย่างแน่วแน่! บอกลางานประจำเพื่อออกมาทำธุรกิจของตัวเองเต็มตัว (เอาล่ะสิ!ไม่มีเงิน) ช่างมัน!เราเริ่มต้นหาเงินใหม่ด้วยการเป็นนายตัวเองไปพร้อมๆ กันนี้แหละ! เกิดมาก็ไม่ได้มากับเงินอยู่แล้วกลัวห่าอะไร!5555
ผมเริ่มเก็บข้าวของเพื่อกลับไปเริ่มต้นที่บ้าน ตจว. เมื่อวันที่ 1 พค. 60 จนถึงวันนี้อย่างเข้าเดือนที่5ล่ะ
ผมออกมาโดยไม่มีลูกค้าในมือเลยเมื่อแต่รายเดียว รายได้ลดลงมาเหลือเพียง 20% ซึ่งก็ได้จากการช่วยที่บ้านขายของและเงินว่างงาน เพื่อนบอกบ้ารึป่าว

ผมเริ่มลงมือตามแผนที่ได้จัดแจงทั้งสองธุรกิจไว้

– พร้อมทบทวนเป้าหมายและกลยุทธที่จะไป ศึกษาตลาดเพิ่มเติมในช่วงเดือนแรก

– สร้างองค์ความรู้ของเราขึ้นมาเดือนที่2

– กำหนดบริการพร้อมจัดเตรียมเพื่อนำเสนอ

– สร้างผลิตภัฑณ์เพื่อจำหน่าย

– จดทะเบียนพาณิชย์

– ทำการตลาดไปพร้อมๆตกแต่งออฟฟิศด้วยตัวเอง เดือนที่ 3-4

– เตรียมการพบลูกค้า

 

 

มาเริ่มทำโฮมออฟฟิศกันเลย

ผมเริ่มจากศึกษาวัสดุ อุปกรณ์จากเว็ปและร้านค้า จนได้ข้อสรุปและซื้อวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือช่างและเริ่มลงมือทันที!
เขียนแบบห้องที่มีอยู่วัดขนาดเพื่อตัดไม้อัดแล้วนำไปประกอบผนัง ผมใช้เลื่อยลันดา เลื่อยกับมือเสร็จแล้วก็ใช้กระดาษทรายขัดขอบไม้อัดให้เรียบทุกแผ่น

ตัวอย่างห้องที่ทำเสร็จแล้วตามรูปด้านล่างครับ

.

 

บ้านของครอบครัวเป็นบ้านสองชั้นด้านล่างเป็นปูนด้านบนเป็นไม้ พอทำด้านล่างคนก็ทิ้งด้านบน ผมเลยจัดการให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศของผมซะเลย ด้วยงบที่มีน้อยนิดผมก็นำของใช้บางส่วนที่มีมาดัดแปลงตกแต่งใช้ประโยชน์ต่อ

 

รายการที่ผมซื้อใหม่

1. ไม้อัด พระเอกของงานนี้ ต้องเลือกดีๆหน่อย

2. สีทาบ้าน

3. อุปกรณ์ไฟฟ้า

4. เก้าอี้ และโต๊ะยาวสีขาวสำหรับนั่งทำงาน

5. เครื่องมือช่าง

6. กระถางต้นไม้

7. อุปกรณ์เสริมต่างๆ

รวม 16,000 บาท

 

รายการดัดแปลงและของตกแต่งที่ทำขึ้นเอง

1. โคมไฟแบบแขวน ชุดโคมไฟตั้งโต๊ะทำจากไผ่และแบบตั้งพื้น

2. ชุดโต๊ะหมู่บูชา

3. ชั้นวางหนังสือ

4. ตู้เอกสารแบบล้อเลื่อน

5. กรอบรูป บางภาพวาดเอง

6. ที่เสียบปากกาและตะเกียบ

7. ไผ่ที่เหลาแล้วสำหรับกั้นห้อง

 

รายการของใช้เดิม

1. โต๊ะรับแขก

2. โต๊ะคอมฯ

3. พัดลมและอื่นๆ

.

 

สิ่งที่เหนื่อยยากเย็นสำหรับผมคือ การตัดไผ่จากที่นานี้แหละเหนื่อยสุดๆ แถมรถดันติดโคลนไปคนเดียวอีก ต้องเดินตากแดดร้อนๆ เพื่อเข้าหมู่บ้านไปตามคนมาช่วย

เรื่องที่สองคือเดินไฟฟ้าเนื่องจากบ้านชั้นสองมีความสูง 3 – 4 เมตรต้องทำบันไดและขนขึ้นบ้านย้ายไปมุมนั้นมุมนี้ที โครตเหนื่อย แต่บอกกับตัวเองว่าถ้าทำไม่ได้เมิงก็เป็นไอ้คนไม่เอาถ่าน ผมก็ทำเสร็จจนรอด

ผมเดินขนของขึ้นๆ ลงๆ บันไดหลายร้อยรอบ ผมได้ยินเสียงกระดูกเข่าดังกร็อกๆ 555 ขั้นตอนนี้ผมใช้เวลาในการทำ 2 เดือนเศษๆครับ และเป็นการทำงานเพียงคนเดียว ความเหนื่อยยาก ลำบาก โหด อารมณ์เนี้ยผู้อ่านอาจไม่เข้าใจ Context เท่ากับได้ลงมือทำเอง

ด้านล่างคือบางส่วนที่ทำเสร็จแล้วระหว่างก่อน และหลังให้ดูนะครับ

.

.

 

หลักคิดที่ผมใช้ยึดถือเพื่อทำธุรกิจ

– สาเหตุของการลาออกครั้งนี้! คือ ผมต้องการโอกาสการทำงานใหม่ในชีวิต และต้องการเวลามาใช้ชีวิตในแบบที่ผมDesign

– ทำธุรกิจ จะเรียนรู้แต่ธุรกิจไม่ได้นะ ต้องเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตในช่วงก่อตั้งธุรกิจด้วย

– พอ เพียง นี้คือปรัชญาแห่งชีวิต “เศรษฐกิจพอเพียง”ของนายหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ได้หมายถึงต้องไปปลูกผัก ทำไร่ทำสวนอย่างเดียว! ลูกจ้างทุกคน นายจ้างทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ทุกๆเรื่อง คุณควรเรียนรู้นะ!

– ทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตล้วนไม่เที่ยง แม้กระทั้งความจน ความรวย ชื่อเสียง ความหนุ่มสาว มันเป็นธรรมชาติ สิ่งเดียวที่เที่ยงแท้คือ “นิพาน”

– “ความงามคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือศิลปะ ศิลปะคือชีวิต” การได้อยู่กับธรรมชาติก็คือการได้รู้จักความจริง

– อย่าลังเลที่จะเดินตามเสียงหัวใจ เพราะใจใหญ่สุด

– คิดแล้วต้องทำทันที สิ่งดีๆ คือไม่เดือดร้อนใคร ไม่ผิดกฏหมาย เมิงรออะไร!

– จินตนาการณ์ ต้องมาก่อน! ตรรกะค่อยตามมา

– อย่าไปยึดติดกับตำราให้มากหนัก ไม่ใช่เพราะตำราหรอกเหรอ ที่ทำให้คุณแย่ๆ

– เคยได้ยินคำว่า ทำไป คิดไป ไหม

– เป็นผู้ใหญ่ อย่าลืมเด็ก

– อารมณ์คือรากเหง้าของหลายสิ่ง

– ทำงานมักไม่ได้งาน ทางเลือกคือไม่ต้องทำ

– ยิ่งวิ่งหาเงิน เงินยิ่งวิ่งหนี ทางที่ดีควรสร้างคุณค่าในตัว แล้วเงินจะวิ่งเข้าหาคุณเอง

– เริ่มแรกธุรกิจ อย่าคิดเรื่องเงิน แค่ได้ทำ ก็กำไร

– กตัญญู คือการแทนคุณ เป็นบุญยิ่ง จิตใจก็สูงขึ้น

– วิถี WE คือทางเลือกเพื่อความสุขและความสำเร็จ ความสุขอยู่กับเราตั้งแต่เกิดจงใช้มันเพื่อความสำเร็จ “สุข สำเร็จ”

– คาถา 5 ส. = สะอาด สะดวก สบาย สงบ สุข

– ความรู้อยู่ในธรรมชาติ

– เริ่มจากที่ๆเราอยู่ ใช้ในสิ่งที่เรามี ทำในสิ่งที่ทำได้

– เดินทีละก้าว กินที่ละคำ ทำที่ละอย่าง

เอาเท่านี้นะครับเดี๋ยวยาวผมใช้แนวคิดเหล่านี้ในการทำงานใครจะว่าไม่เกี่ยวข้องไม่เป็นไร สำหรับผม ผมนำมาใช้หมด แล้วแต่จะตีความกันนะครับไม่มีผิดถูก สำคัญที่สุดคือลงมือทำ

สำหรับคนที่อ่านจบผมขอชื่นชมคุณเก่งมาก มีแววจะได้พบความสุขและความสำเร็จ ตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ล่ะ
เอาล่ะถึงเวลาลงสนามไว้มีอะไรดีๆจะมาแบ่งปันครับ

 

ที่มา : สมาชิกหมายเลข 410742

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน

สวัสดีค่า พบกับแบบบ้านจากสถาปนิกในประเทศไทย และต่างประเทศกันได้ทุกวัน พร้อมไอเดียตกแต่งบ้าน และสวนหลากหลายรูปแบบ สำหรับทุกคนที่มองหาแรงบันดาลใจในการออกแบบ อย่าลืมติดตามกันนะคะ ^_^

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...