ข้าวคลุกกะปิ เมนูนี้เรียกว่าเป็นอาหารไทยที่มีมาช้านาน นอกจากนั้นแล้วยังเป็นรสชาติที่ถูกปากคนไทยมากๆ แถมยังอัดแน่นไปด้วยเครื่องเคียงอีกด้วย

แม้ว่าเพื่อนๆ จะมองว่าเครื่องเคียงเยอะขนาดนี้ จะทำยากไหม? บอกเลยว่าไม่ยากจริงๆ ค่ะ หากได้ลองทำแล้วรับรองว่าคนรอบข้างต่างต้องติดใจไปด้วย ไม่ว่าจะลองทำให้คนพิเศษกิน หรือลองทำให้เพื่อนต่างชาติกินดูก็ยังได้ โดยสูตร ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง นี้ สาธิตวิธีการทำโดย คุณ เสือตะหลิว ว่าแล้วไปรอช้าไปชมกับ กินในบ้าน กันเลย

 

ครั้นประพาสอยู่แดนไกล…และทรงคิดถึงบ้าน “ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง”

(โดย คุณ เสือตะหลิว)

สวัสดีครับ เสือตะหลิวเชื่อว่าคนไทยเกือบทุกคนย่อมต้องเคยกินข้าวคลุกกะปิ ข้าวคลุกกะปิเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยรสชาติหอมอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ ไหนจะเครื่องเคียงทั้งหลายแหล่ที่ใส่มากันจนล้นจาน เมนูข้าวคลุกกะปิจึงเป็นเมนูอาหารไทยที่ใครหลายคนยากที่จะปฏิเสธเพราะอุดมไปด้วยรสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวาน จัดมาเต็มๆ

แต่ก่อนอื่น เรามาคุยถึงที่มาของเมนูข้าวคลุกกะปิกันก่อนนะครับ รู้หรือไม่ว่า เมนูข้าวคลุกกะปินั้น เดิมทีเป็นเมนูชาววังมาก่อน มีอยู่ตำนานหนึ่งกล่าวไว้ว่า ในสมัยก่อนตอนสมัยที่ รัชกาลที่ 5 ทรงประพาสอยู่ที่ประเทศอิตาลี เนื่องจากในสมัยนั้นการเดินเรือจำเป็นต้องใช้เวลานานในการเดินทาง หลังจากผ่านไปนานนับหลายเดือน ทำให้ทรงเกิดอาการเบื่ออาหารฝรั่งที่ทำขึ้นบนเรือ และไม่อยากอาหาร สิ่งที่ตามมาก็คือ จากการที่เสวยได้น้อย ร่างกายจึงเริ่มอ่อนแอ กลายเป็นที่เป็นห่วงของคณะผู้ติดตาม

จนมีอยู่คืนหนึ่ง รัชกาลที่ 5 ได้ทรงฝันถึงเสด็จย่า ฝันว่าสเด็จย่าได้ทำเมนูอาหารเมนูหนึ่งให้เสวย เป็นการเอาข้าวสวยร้อนๆ กับกะปิร้อนๆ มาคลุกรวมกัน หลังจากที่ทรงตื่น จึงได้ทรงรับสั่งให้ผู้ติดตามหุงข้าวสวยร้อนๆ เอากะปิมาห่อใบตองแล้วนำไปเผาไฟให้หอม จากนั้นจึงนำมาคลุกรวมกัน กินแกล้มกับผักและเนื้อสัตว์อะไรก็ตามแต่ที่พอจะหาได้บนเรือ

ผลปรากฎออกมาว่าการนำข้าวมาคลุกกับกะปิแล้วกินกับเครื่องเคียงนั้นอร่อยอย่างมาก ถึงกับทรงกล่าวขึ้นมาอย่างติดตลกว่า “ข้าว่ามันก็อร่อยดีนะ … เป็นถึงกษัตริย์แต่ต้องมานั่งกินกะปิคลุกข้าวสวยเหมือนยาจก 55555”

ภายหลังจากนั้น เมื่อทรงกลับมาถึงสยามประเทศ จึงได้ทรงบรรจุเมนูข้าวคลุกกะปิ เป็นหนึ่งในเมนูอาหารชาววังที่ทรงโปรด และกลายเป็นที่แพร่หลายจวบจนถึงปัจจุบัน

ตำนานที่กล่าวมาข้างต้น ก็เป็นหนึ่งในความเชื่อเรื่องที่มาของเมนูข้าวคลุกกะปิ โปรดใช้วิจารณญานให้การรับชม และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูวิธีทำข้าวคลุกกะปิทรงเครื่องกันเลยครับ

 

แรกสุด ข้าวคลุกกะปิต้องมีหมูหวานเป็นเครื่องเคียง แต่วิธีทำหมูหวานของเสือตะหลิวนั้นอาจจะดูแหกคอกไปสักหน่อย แต่รับรองว่าออกมาว้าวและอร่อยอย่างแน่นอน วันนี้เสือตะหลิวใช้สามชั้นประมาณ 4 ขีดนะครับ ก่อนอื่นก็เอาหมูสามชั้นทั้งเส้นลงไปต้มไล่เลือดสัก 2-3 นาที

 

จากนั้นก็เอาหมูสามชั้นมาย่างหรือจี้กับกระทะจนผิวแห้งเหลืองทุกด้านแบบในรูปเลยนะครับ ส่วนหนึ่งก็เป็นการเรียกน้ำมันหมูออกมาจากสามชั้นด้วย

 

ชั้นตอนการปรุงหมูหวาน

1. ใส่หอมแดงสับละเอียดลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วย

2. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

3. ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา

4. น้ำตาลปี๊บ 4-6 ช้อนโต๊ะ

5. จากนั้นจึงผัดให้เข้ากันไปเลยนะครับ

 

เติมน้ำเปล่าให้พอท่วมชิ้นหมู จากนั้นรอจนน้ำเดือดไปประมาณสัก 5 นาที แล้วค่อยลดไฟเป็นไฟเดือดอ่อนๆ แล้วปล่อยให้เคี่ยวไปเรื่อยประมาณ 1-2 ชั่วโมง

 

ผ่านไป 2 ชั่วโมงนี่คือสิ่งที่ได้ น้ำงวดซึมเข้าเนื้อหมู หนังและเนื้อเปื่อยนุ่มแต่ตึงสวยกำลังดี ถ้าน้ำยังไม่ค่อยงวดก็เร่งไฟเป็นน้ำเดือดๆ ได้นะครับ เพื่อไล่ให้น้ำงวด

 

เอาชิ้นหมูมาแล่เป็นแผ่นๆ เล็กๆ บางๆ รอกินเคียงกับข้าวได้เลย เห็นแล้วต้องขอแอบกินก่อนสัก 2-3 ชิ้น 55555

 

ขาดไม่ได้กับอีกหนึ่งเครื่องเคียง ก็คือ กุ้งแห้งทอดหอมๆ กรอบๆ ก่อนอื่นก็ต้มกุ้งแห้งไล่กลิ่นสาบกันสักหน่อย ต้มน้ำเดือดๆประมาณ 5 นาที จนตัวกุ้งเริ่มนิ่มและไม่ค่อยมีกลิ่น ก็เอามาสะเด็ดน้ำพักไว้ก่อน

 

จากนั้นไม่รอช้า นำกุ้งแห้งที่เตรียมไว้ไปทอดไฟกลางให้เหลืองกรอบ เคล็ดลับวิธีทอดกุ้งแห้งให้กรอบ ก็แค่ต้องใจเย็นใช้ไฟกลางทอดไปเรื่อยจนฟองน้ำมันเริ่มเงียบ จากนั้นเร่งเป็นไฟเร่งจัดๆ แล้วทอดต่ออีกประมาณ 1 นาที รับรองว่ากรอบยันชาติหน้า 55555

 

เครื่องเคียงต่อมา ง่ายๆ ไม่ยากกับไข่ฝอย แค่ตีไข่ให้เข้ากันแล้วเกลี่ยให้ทั่วด้วยไฟอ่อนในกระทะ ค่อยๆ ดูให้สุกทีละด้านแล้วค่อยๆ พลิกด้าน รับรองไม่ยากเกินความสามารถ

 

เสร็จแล้วก็นำมาพับแล้วตัดลงไปเป็นเส้นๆ เล็กๆ ไข่ฝอยก็พร้อมใช้งาน

 

ทีนี้เรามาดูที่พระเอกของงานกับบ้าง ข้าวสวยที่เราจะใช้ในวันนี้เป็นข้าวสวยหุงแล้วทิ้งไว้ค้างคืน เม็ดข้าวจะแห้งเป็นเม็ดกำลังดี เหมาะมากๆ ที่จะนำมาผัด วันนี้เสือตะหลิวจะใช้ข้าวประมาณ 4 ขีด

 

ตั้งกระทะเลย น้ำมันประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดกับหอมแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ และกะปิประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ค่อยๆ ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนผัดให้เครื่องกะปิละลายเข้ากันกับน้ำมันนะครับ

 

ไม่รอช้า ใส่ข้าวลงไปผัดแล้วรีบๆ คลุกให้เข้ากันจนทั่วๆ ไปเลยครับ พอเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว ก็ตักใส่จานเตรียมพร้อมรับประทานได้เลย

 

เอาเครื่องทั้งหมดที่เตรียมไว้ เอามาจัดลงจานอย่างสวยงาม เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยกับเมนู “ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง” แค่ดูจากรูปก็รู้แล้วว่า ทรงเครื่องสมชื่อจริงๆ

*****เสือตะหลิวพึ่งมานึกได้หลังจากที่โพสต์เสร็จแล้ว ….. เสือตะหลิวดันลืมใส่หอมแดงซอยด้วยนี่หว่า 55555 ทรงเครื่องเกินจนลืม ใส่เครื่องมาไม่หมดซะงั้น*****

แต่รับรองว่ายังอร่อยอยู่แน่นอน เพราะเสือตะหลิวใส่หอมแดงสับลงไปทั้งในข้าวคลุกกะปิและในหมูหวาน รับรองว่ารสชาติของหอมแดงมาเต็มๆ แน่นอน

นี่แหละคืออีกหนึ่งสูตรสำเร็จของความอร่อยแบบไทยๆ ความอร่อยแบบชาววังที่ถือกำเนิดมาจากต่างแดนอันเนื่องมาจากความรู้สึกคิดถึงบ้านของรัชกาลที่ 5 จนก่อกำเนิดเป็นอีกหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมนูอาหารไทยที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย

เมืองจีนอาจจะมีข้าวผัด เมืองฝรั่งอาจจะมีข้าวซุป เมืองแขกอาจจะมีข้าวหมก แต่เราชาวไทยก็ขอพูดได้อย่างภูมิใจว่า เมืองไทยเราก็มี “ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง” เหมือนกัน

 

ที่มา : เสือตะหลิว

Advertisement

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?