เรื่องบ้านน่ารู้ : จะซื้อบ้านสักหลัง ต้องคุยอะไรกับ “เซลล์ขายบ้าน” บ้าง??

เวลาที่เราต้องการซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านจัดสรร บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรือโครงการต่างๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การเข้าไปติดต่อสอบถามกับพนักงานขายบ้าน หรือที่เรียกง่ายๆ กันว่า “เซลล์ขายบ้าน” นั่นเอง แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า มีแนวทางในการติดต่ออย่างไร หรือควรจะต้องเตรียมการยังไงบ้าง

วันนี้ ในบ้าน ก็มีเรื่องราวดีๆ สำหรับชาวเว็บ ที่กำลังต้องการจะทำการซื้อบ้านมาฝากครับ เป็นคำแนะนำการติดต่อซื้อบ้านกับพนักงานขายบ้านหรือเซลล์ขายบ้านจากคุณ ไม่ออกนาม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip.com โดยจะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างละเอียดและมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะซื้อบ้านสักหลัง อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจด่วนไปคุยกับเซลล์ขายบ้าน ก่อนที่จะได้อ่านบทความนี้กันนะครับ ลองมาดูกันเลย

 

เรื่องบ้านน่ารู้ : จะซื้อบ้านสักหลัง ต้องคุยอะไรกับ “เซลล์ขายบ้าน” บ้าง??

 

ขั้นตอนช่วงแรก

what-to-know-when-buying-a-house (1)

1) ประเมินกำลังทรัพย์ในการซื้อ กำลังผ่อนที่ไหว

2) กำหนดราคาบ้านที่จะซื้อไหว

3) ทำเลที่อยากได้บ้าน

4) หาโครงการบ้านที่อยู่ในทำเลที่ต้องการ และมีราคาบ้านอยู่ในช่วงที่เราจะซื้อได้

Advertisement

5) ไปโครงการ ติดต่อสำนักงานขาย เซลจะเข้ามาคุย อาจมีกรอกแบบฟอร์มประเมินลูกค้า เพื่อเซลจะได้แนะนำบ้านให้

6) เซลจะถามความต้องการ ขนาดบ้าน ราคาบ้านที่เราสนใจ (ถ้าได้กรอกแบบฟอร์ม เค้าจะอ่านแล้วแนะนำบ้านให้เราเอง)

7) เซลจะพาไปชมบ้านตัวอย่าง โดยจะเลือกบ้านที่คาดว่าเราซื้อได้ให้ดูก่อน แล้วค่อยพาไปดูแบบบ้านอื่นๆ

8) หลังจากดูบ้านตัวอย่างแล้ว เซลจะพาไปดูแปลงบ้านที่เราจะซื้อได้ (กรณีบ้านสร้างเสร็จพร้อมขาย หรือกำลังสร้างอยู่)

9) ระหว่างเซลพาไปดู แปลงที่จะขายเรา ให้จำไว้ว่าสนใจแปลงไหน เช่น ทางเข้าออก หน้าบ้านเป็นสวน ขนาดที่ดิน ฯลฯ ตามใจชอบของเรา เพราะเราต้องเลือกเอามาแปลงนึงเพื่อคุยต่อรองราคา/ของแถม ฯลฯ

10) เซลจะพากลับมาที่สำนักงานขาย ถามเราถึงความสนใจ และจะสรุปแปลงที่พร้อมขายให้เรา เราก็เลือกแปลงที่สนใจ เซลจะทำใบราคามาเสนอ ยังไม่ต้องต่อรองอะไรทั้งสิ้นในช่วงแรก(ถ้าไม่รีบ)

11) ให้ไปดูโครงการอื่นๆที่เราสนใจต่อไป แล้วทำแบบเดียวกัน

 

ขั้นตอนช่วงที่สอง

what-to-know-when-buying-a-house (2)

1) เลือกโครงการที่ตั้งใจจะเอาแน่นอน ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ให้ตัดออกให้เลือกสัก 2-3 โครงการ

2) สำรวจพื้นที่รอบๆโครงการเป็นอย่างไร รวมถึงร้านสะดวกซื้อ สาธาณูปโภค รถเมล์ รถสองแถว มอเตอร์ไซต์รับจ้าง การเข้าออกโครงการ ฯลฯ

3) เข้าไปดูบ้านเองอีกครั้ง อาจไปหาเซลแล้วขอเดินดูบ้านเอง(ถ้าทำได้) ไปลองเดินดูบ้านตัวอย่าง ลองใช้เวลาอยู่นานๆ แล้วก็ขับรถวนๆดูแปลงที่เราสนใจ ถ้าขอเข้าไปดูตัวบ้านที่สนใจได้ ก็ลองเข้าไปเดินวนๆดูตัวบ้าน

4) กลับไปหาเซล เลือกแปลงที่ต้องการ คุยกับเซลตรงๆเรื่อง ส่วนลด ของแถม ฯลฯ

5) ถามเรื่องขั้นตอนการจอง การผ่อนดาวน์ การกู้แบ้งค์ให้เรียบร้อย ให้เค้าคำนวณเงินผ่อนให้ดูเลย

6) ทำแบบเดียวกันกับโครงการที่เลือกไว้ ที่ 2 และ 3

 

ขั้นตอนช่วงที่สาม

what-to-know-when-buying-a-house (3)

1) ตัดสินใจเลือกเลย ฟันธง อย่ารักพี่เสียดายน้อง

2) นัดเซลเพื่อทำการจอง พร้อมเตรียมเอกสารให้ครบ

3) ต่อรองราคารอบสุดท้าย(เผื่อได้ลดอีก เพราะผมเองก็ยังขอส่วนลดเพิ่มได้อีก)

4) วางเงินจองก้อนแรก เช็คสัญญาจอง ของแถมให้ดี และเซลก็จะให้เขียนคำขอกู้แบ้งค์(กรณีต้องการกู้)

5) ผ่านไปสัก 1 สัปดาห์(หรือมากกว่า) ทางโครงการจะนัดมาจ่ายงวดที่ 2 ผลกู้แบ้งค์น่าจะออกพอดี ถ้ากู้ไม่ผ่าน โครงการจะคืนเงินจอง หรือมีเงื่อนไข เช่น กู้ได้ไม่เต็มยอดขอกู้ ก็ตัดสินใจเลยว่าเอาอย่างไร เช่น จะจ่ายส่วนต่างไหมกรณีกู้ได้ไม่ 100% หรือไม่

6) ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็จ่ายเงินงวดที่ 2

7) กรณีบ้านรอสร้างเสร็จ ก็ผ่อนดาวน์ไปเรื่อยๆ ตามงวดที่ตกลงไว้กับโครงการ

8) ถ้าบ้านเสร็จแล้ว ก็ทำสัญญาณจะซื้อจะขาย หลังจากนั้นฝ่ายโอนของโครงการจะติดต่อกับเราเพื่อนัดโอนบ้าน (สามารถต่อรองขอส่วนลดเพิ่มกับฝ่ายโอนได้ ถ้ากรณีฝ่ายโอนขอเร่งโอนให้เสร็จไวๆ ของผมนี่เค้าเร่งให้ผมโอนภายใน 3 วัน โดยเสนอส่วนลดเพิ่ม ผมเอาเพราะบ้านเสร็จแล้ว ผลกู้ก็ผ่าน)

9) ธนาคารจะนัดเรามาเซ็นต์สัญญาณเงินกู้ ให้นัดพร้อมๆกับฝ่ายโอนไปเลย เซ็นต์มอบอำนาจต่างๆไว้ให้โครงการจัดการเรื่องจดจำนองกับที่ดินให้

 

ขั้นตอนช่วงที่สี่

what-to-know-when-buying-a-house (4)

1) จะเป็นขั้นตอนการตรวจรับบ้าน นัดกับเซลเข้าไปตรวจรับบ้าน พร้อมกับทีมก่อสร้าง

2) สำรวจรอบบ้านให้ละเอียด ติดเครื่องหมายแก้ไข สำหรับส่วนที่ยังมีปัญหา

3) กลับไปยังสำนักงานขาย เซลจะเอาสัญญาณการส่งมอบบ้านมาให้ลงชื่อ อ่านสัญญาให้ดี ส่วนใหญ่จะระบุว่าจะแก้ไขจุดที่เป็นปัญหาภายใน 30 วัน

4) ครบกำหนดนัด ตรวจสอบอีกครั้ง ถ้าปัญหาแก้ไขจบ ก็ถือว่าสมบูรณ์ ถ้าไม่จบก็แจ้งแก้ไขต่อไปเรื่อยๆ (ซึ่งระหว่างรอแก้ไขเราจะย้ายเข้าไปอยู่ไม่ได้นะครับ)

5) แก้ปัญหาจบ รับมอบบ้าน ก็ย้ายเข้าอยู่ได้เลย

6) เซล จะแนะนำให้ดำเนินการต่างๆ เช่น บัตรเข้าออกโครงการ รวมถึงเอาเอกสารต่างๆ โฉดนที่ดิน ทะเบียนบ้าน ใบจดจำนองของกรมที่ดิน ฯลฯ มาให้เราครบ
7) คอยติดตามทวงถามกรณีของแถมยังไม่ครบ

เสร็จสมบูรณ์
มีความสุขกับบ้านใหม่ครับ

ที่มา : ไม่ออกนาม

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน

พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียการออกแบบ ไอเดีย DIY นวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเมนูอาหารที่น่าทาน และเคล็ดลับต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...