Review : DIY ศาลาไม้สำหรับพักผ่อนและแต่งสวน ในราคาไม่เกิน 35,000

จากรีวิว จัดสวนด้วยใจรักฉบับมือสมัครเล่น แต่สวยงามสะดุดตา ราวกับจ้างมืออาชีพมาทำให้ ที่ได้ทำสวนสวยหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว และได้ปูพื้นปูนทิ้งไว้เพื่อเตรียมจะทำศาลา มาคราวนี้ คุณ avatayos จะมาเผยให้เห็นถึงขั้นตอนการทำ ศาลาไม้สำหรับพักผ่อน กันครับ งานนี้ใช้งบไปไม่ถึง 35,000 บาท ติดตามชมกันได้เลย

 

Review : DIY ศาลาไม้สำหรับพักผ่อนและแต่งสวน ในราคาไม่เกิน 35,000

(โดย avatayos)

wood-pavilion-diy-review-cover

 

ตอนแรกจะเทปูนหมดเลย แต่พอวางกรอบแบบแล้ว ดูๆ แล้วมันแปลกๆ

เลยทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมดีกว่า ส่วนพื้นที่ว่างอยู่ คงต้องไปซื้ออิฐมอญโบราณมาใส่เพิ่มเติมแทน

like-a-pro-beautiful-garden-diy-review-1-48

 

ไม้แบบไม่พอ

ก็เลยเอาไม้ที่รื้อจากศาลามาทำเป็นไม้แบบ

like-a-pro-beautiful-garden-diy-review-1-49

 

ที่เหลือด้านหลังไม่มีไม้แบบ

เลยเอาทรายเป็นแบบแทน

like-a-pro-beautiful-garden-diy-review-1-50

 

ตอนนี้กำลังคิดว่า จะปูกระเบื้องดี หรือปูไม้ดี

ชอบปูไม้มากกว่าได้อารมณ์สวน แต่ปูกระเบื้องใช้ประโยชน์ได้มากกว่า ยังคิดไม่ ตก…

wood-pavilion-diy-review-1

 

หลังจากรอปูแข็งตัว ผมก็เริ่มคำนวณไม้ตามแบบ

วางแผนไว้หลายแบบครับ จะมีชิงช้าให้ลูกด้วย เป็นศาลาไม้ที่นั่งเล่นได้ ไม่โดนฝน เคยคำนวณงบประมาณไว้ที่ 2.5 หมื่นบาท ก็ลองโทรไปสั่งไม้ ปรากฎว่า โครงไม้เต็ง ไม้พื้นใช้ไม้แดง คิดมา 3.2 หมื่นบาท ก็มีแอบเปลี่ยนใจ ว่า ถ้า เราทำพื้นเป็น อิฐแดง ตัดกับทรายล้าง ก็สวยเหมือนกันนะ คำนวณแล้วค่าทำไม่เกิน 5,000-6,000 บาท ถูกลงไปหมื่นกว่าๆ ก็เลยสั่งแต่ไม้โครงหลังคา มาทำงานก่อน ระหว่างที่ทำ ปรากฎภาพนี้ตอนทาสีไม้ นำไม้ไปตากให้แห้ง

wood-pavilion-diy-review-2

 

เลยถึงกับต้องเปลี่ยนใจ ว่าต้องลงทุนพื้นไม้จริงเท่านั้น

แต่ขอปรับนิดหน่อยคือ ใช้ไม้เต็งทั้งหมด เพื่อ

  1. สีไม้จะได้เหมือนกันหมด ไม่โดด (ไม้แดง ทาสีย้อมไม้เบอร์เดียวกัน กับไม้เต็ง ผลของสีออกมาต่างกันมากครับ)
  2. ราคาจะถูกลง เพราะไม้เต็ง ลบ.ฟุต ละ 1000-1100 (ไสแล้ว อบแล้ว) ส่วนไม้แดง ลบ.ฟุตละ 1500-1600 บาท

ถูกลง 30% ก็ประมาณ 5 พันบาทได้ครับ

 

อันนี้ภาพ ไม้เต็งที่สั่งมารอบแรก

8,400 บาท เป็นเต็งลาว

wood-pavilion-diy-review-3

 

ความรู้ที่ได้จากงานไม้ครั้งนี้ คือ

1. ขนาดไม้ 1 นิ้ว เท่ากับ 2 ซ.ม. ส่วน 6 นิ้ว เท่ากับ 5 นิ้วกับ 6/8 นิ้ว ไม่เท่ากับนิ้วเมตรจริงๆ น่าจะเพราะเป็นไสไม้ด้วย อันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่มันหายไปนิด – ทำให้ผมต้องคำนวณอะไรหลายๆ อย่างใหม่ เพราะขนาดที่หายไป เมื่อรวมๆ กันหลายๆ แผ่น ก็หายเป็นนิ้วได้เหมือนกัน

2. ไม้เต็ง แข็งตามชนิด ทำให้งานเลื่อย เป็นไปด้วยความเหนื่อยยากมาก และผมไม่ลงทุนอุปกรณ์เลื่อยไม้ตัวใหญ่ พวกเลื่อยวงเดือน แต่ใช้เลื่อยตัวเล็ก อย่างเลื่อยจิกซอ แทน จึงทำให้ การไสไม้หนาๆ 1.5 นิ้ว เป็นไปอย่างช้ามาก คำนวณจากงานจริง 3 ชั่วโมง เลื่อยได้ประมาณ 100 นิ้วเอง (ระยะทางโดยรวม และรวมพักเครื่อง พักคน)

ถ้ารักจะทำงานไม้จริงๆ จังๆ หาโต๊ะเลื่อยดีๆ เลยดีกว่าครับ

 

ภาพนี้คือ ขาตั้งเลื่อยไม้ของผมเอง

ทั้งทาสี ทั้งเลื่อย 5555

wood-pavilion-diy-review-4

 

หลังจากได้ไม้มา ผมก็เริ่มทาสีก่อน

เหตุที่ทาก่อน เพราะช่วงนี้ฝนตก จึงต้องการให้ไม้มี cover ป้องกันไว้ก่อน และอีกอย่างคือ ผมยังคิดไม่ตกเรื่องแบบ ภาพนี้คุณภรรยาถ่ายให้

wood-pavilion-diy-review-5

 

กับอีกเหตุผลหนึ่ง คือ ถ้าเป็นช่างทั่วไป จะประกอบจนเสร็จแล้วค่อยทา มันเมื่อยครับ ไปยืนทา ยกแปรง เมื่อย แต่ทาแบบนี้ สบายกว่า

อีกประการคือ ไม้ทุกด้านจะได้รับการป้องกัน ถ้าไปประกอบก่อน ไม้ที่อยู่ในมุมอับ มุมประกอบ จะไม่ได้รับการทาครับ

Advertisement

wood-pavilion-diy-review-6

 

เมื่อทาเสร็จ  ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะเอาเสาเก่าจากศาลา

แต่เนื่องจากเสาเก่า มีการย้อนสีแดงไว้แล้ว (สีย้อมไม้แดง) จึงน่าจะทำให้สีไม่ตรงกันที่ต้องการ แม้ว่าจะไส จะขัดออกหมดก็ตาม จึงจำใจ สั่งไม้ใหม่ มาเพิ่มอีก 4 ต้น แล้วก็ทาสี ให้เรียบร้อย พอสีแห้งดี ก็มาเซาะร่อง หัวเสาด้านล่างเพื่อตั้งเสา กับมาร์คจุดเพื่อล็อกด้วยน็อตหัวเสา

wood-pavilion-diy-review-7

 

ที่หัวเสาด้านบน ก็บากเข้าไป 2 ซม. เพื่อใช้วางคานไม้

ที่เข้าไปแค่ 2 ซม. เพื่อความสวยงาม และ ไม่ให้ไม้เสาเหลือพื้นที่น้อยเกินไป

wood-pavilion-diy-review-8

 

จากนั้นก็พิธีตั้งเสาเอก

ก็แค่เอา ไม้วัดระดับมาทาบ ไม่ได้ใช้ลูกดิ่ง เพราะ เสาไม้ ได้ฉากดีแล้วครับ

สรุป เสาสี่ต้น เอียงเล็กๆ ไป 1 ต้น อันเนื่องจาก เจาะรูน็อตเอียง (ผมมึนเอง 55) ไม่อยากเจาะใหม่ เพราะจะหลวม ทำให้เสาไม่แน่น

wood-pavilion-diy-review-9

 

จากนั้น ก็ลองขึ้นตามแบบ ได้ภาพนี้

เป็นเสาโทริ ของญี่ปุ่นเลย

wood-pavilion-diy-review-10

 

จากนั้น ก็ถอดออก มาบากร่อง เพื่อรองรับคานที่จะใช้เป็นคานหลังคา

วิธีการก็เอาไม้ 4 แผ่น มาวางให้เท่ากัน แล้วก็ ขีดเส้นเพื่อบากเป็นแนวเดียวกันทั้งหมด

wood-pavilion-diy-review-11

 

เมื่อบากเรียบร้อย ก็ยกขึ้นติดตั้ง ล็อกด้วยน็อต 3 หุน ขนาด 3 นิ้ว ด้านละ 4 ตัว

จากนั้นก็เอาคานไม้ 4 เมตร มาวาง แล้วขีดเส้น เพื่อตัดเข้าร่อง ค่อยๆ ทำทีละแผ่น โดยความลึกในการบาก จะลดระดับกันไป

wood-pavilion-diy-review-12

 

ถึงเมื่อวานนี้ ใช้เวลาไป 1 เดือนเต็มๆ

หมดเงินไปแล้วประมาณ 13,000 บาท ยังเหลือไม้หน้า 6 นิ้ว หนา 1 นิ้ว ยาว 3 เมตร อีก 6 แผ่น (เกิดจากผมเปลี่ยนแบบ แต่เอาไม้มาทำไม้พื้นต่อได้) และไม้ระแนง 1*1 นิ้ว ยาว 4 เมตร อีก 16 เส้น (ตั้งแต่ว่าจะทำเป็นระแนง ไม่ใส่หลังคา เพราะจะทำพื้นเป็นทรายล้างกับกระเบื้อง)

wood-pavilion-diy-review-13

 

จากรูปจะเห็นสีไม่เสมอ

เนื่องจาก พอติดตั้งเสร็จ ก็ต้องตกแต่งสีอีกรอบ จึงโป้วบางส่วนที่ไม่สวย ให้เรียบ เมื่อโป้วแล้ว รอให้แห้งประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ขัดออกด้วยกระดาษทรายได้ แต่เมื่อวาน ฝนลงเสียก่อน เลยยังไม่ได้ทำ

wood-pavilion-diy-review-14

 

นอกจากนี้ 1 เดือนที่ผ่านมา ผมยังซื้ออิฐมอญโบราณมาเพิ่ม

เพื่อปูให้ชนกับพื้นปูนที่เทไว้ (แต่ยังไม่ได้ตัดเพื่อวางให้เข้าร่อง) และซื้อ ต้นไทรเกาหลี มาลงเพิ่มตามแนวรั่วครับ (ภาพย้อนนิดนะครับ)

wood-pavilion-diy-review-15

 

แล้วก็มีการเดินไฟ

เดินไฟไว้สำหรับติดตั้งโคมไฟในสวน กับไฟที่เดินไปห้องเก็บของ (Shed) ในอนาคต) รวมถึงทาสีกำแพงจากรอยน้ำท่วมให้หมดไปด้วย

wood-pavilion-diy-review-16

 

ลงต้นไทรเกาหลี ต้นละ 120 บาท

ไม่ได้วิ่งไปซื้อถึง คลอง 15 แต่ซื้อแถวบ้าน ราคาแพงกว่า แต่คุ้มค่าน้ำมัน ส่วนตู้ไฟ ไว้ใส่เบรกเกอร์ ตัวตั้งเวลาเปิดปิดไฟในสวน

wood-pavilion-diy-review-17

 

อันนี้ภาพรวมๆ ตอนนี้ครับ

ส่วนผ้าพลาสติกสีฟ้า ไว้คลุมต่างๆ กันฝนครับ บางทีก็ไว้กันแดด

wood-pavilion-diy-review-18

 

ส่วนงานที่เหลือคือ ลงพื้นไม้

ซึ่งจะวาง ตง ขนาด 3 นิ้ว หนา 1.5 ล็อกกับพื้นปูนด้วยตะปู หลักการเดียวกับปูพื้นบ้านทั่วไป แล้วคลุมด้วยแผ่นพลาสติกกันชื้น อีกทีหนึ่ง เพื่อกันไอชื้นจากปูน

ส่วนเสาปูน ที่ทำแบบนี้ เพราะกันชื้น แล้วเสาเน่า (เหมือนศาลาเก่า) ดังนั้นจึงต้องปิดเสาปูนด้วย ไม้อีกชั้นหนึ่งครับ ก็จะสวยงาม

ส่วนหลังคา จะปูด้วย กระเบื้องลอนเล็ก อาจสวยน้อยลง แต่ได้ประโยชน์มากกว่าคือ ป้องกันฝน และให้ร่มเงาได้ดี

wood-pavilion-diy-review-19

 

มาเล่าเรื่องเปลี่ยนแบบครับ

ตอนแรก จะทำแบบนี้ (ขอบคุณเจ้าของภาพด้วย ไม่รู้ที่มา)

wood-pavilion-diy-review-20

 

คือ ไม้คาน 4 เมตร จะเป็นตัวคานรับไม้คานหลังคา

แต่ ดูทิศลมแล้ว ถ้าวางคานแบบนี้ หลังคาจะหันอีกแบบหนึ่ง ถ้าจะให้หันแบบปกติ ต้องหาคานมาวางอีกชั้น เป็น 3 ชั้นเลย ผนวกกับไปเจอภาพนี้ (ขอขอบคุณเจ้าของผลงานอีกทีครับ)

wood-pavilion-diy-review-21

 

ก็เห็นชิงช้า เคยสัญญากับลูกไว้ ก็เลยอยากทำบ้าง

คำนวณแล้ว ต้องเปลี่ยนแนวคานมาเป็นแนว 3 เมตร ตามภาพปัจจุบัน เพื่อรองรับการ ผูกเชือก แขวนชิงช้า เลยเปลี่ยนมาเป็นแบบปัจจุบันครับ ทั้งนี้ตามแบบ ต้องเสริมคานด้วย อีก 2 เส้น ตามแนวด้านหน้า และด้านหลัง เพื่อความแข็งแรง

 

สรุปค่าใช้จ่าย

ไม้รอบแรก

1. ไม้เต็งลาว หน้า 6 หนา 1 นิ้ว ยาว 3 เมตร รวม 6 แผ่น
2. ไม้เต็งลาว หน้า 6 หนา 1.5 นิ้ว ยาว 3 เมตร รวม 4 แผ่น
4. ไม้เต็งลาว หน้า 6 หนา 1 นิ้ว ยาว 4 เมตร รวม 2 แผ่น
5. ไม้เต็งลาว หน้า 1 หนา 1 นิ้ว ยาว 4 เมตร รวม 16 เส้น

รวมค่าขนส่ง 8,400 บาท

 

ไม้รอบสอง

1. ไม้เต็งลาว หน้า 4 หนา 4 นิ้ว ยาว 2 เมตร รวม 4 ต้น
2. ไม้เต็งลาว หน้า 6 หนา 1.5 นิ้ว ยาว 4 เมตร รวม 2 แผ่น

รวม 5,100 บาท (ไปรับเอง)

 

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
  • ค่าสี TOA ย้อมไม้ สีมะฮอกานี 1/4 แกลลอน 1 ถึง และ 1 แกลลอน 1 ถัง ประมาณ 1,500 บาท
  • ค่า Wood Filler สำหรับโป้วไม้ 380 บาท (ประมาณ)
  • ค่าน็อตหัวเสา 5 นิ้ว อันละ 9 บาท
  • ค่าน็อต 3 นิ้ว พร้อมแหวน และตัวเมีย ชุดละ 10-12 บาท ซื้อทั้งหมด 16 ชุด
  • ค่ากระดาษทราย หมดไปแล้ว 2 แผ่น แผ่นละ 7 บาท
  • ค่าทินเนอร์ เบอร์ 21 จำราคาไม่ได้
  • ค่าทินเนอร์ ทั่วไป (ไว้ล้างแปรง) มีของเก่าเก็บอยู่

 

เหลือต้องสั่งไม้อีกประมาณ 15,000 บาท เพื่อนำมาทำพื้นและตง

ส่วนขั้นตอนการทาสี ผมไม่ได้ใช้สีรอง เพราะต้องการทาสีทั้งหมด 3 รอบ ความจริง สีรองพื้นสำหรับย้อมไม้ ก็คือ สีเดียวกับที่มีเนื้อสี แต่เป็นสีไส การทาสีไม้ให้ทน ควรทา 3 รอบขึ้นไป และผมก็ต้องการย้อมสีเกิน 3 รอบ จึงซื้อขนาดแกลลอนใหญ่ 1 แกลลอน์ไปเลย ตอนแรกซื้อแกลลอนเล็กก่อน เพื่อลองสีครับ ว่าชอบไหม ถ้าไม่ชอบ ก็เปลี่ยน ก็เปลืองไม่กี่ร้อย พอเอามาลองทาแล้วชอบ ก็เลยจัดแกลลอนใหญ่ครับ

1 แกลลอน์มี 4 กระป๋องเล็ก
1 กระป๋องเล็กทาได้ประมาณ 12 ตารางเมตร

จากงานทั้งหมดที่เห็น ผมใช้ไปแล้ว 1.7 กระป๋องเล็กครับ ยังเหลือทาทับอีก 1 รอบ น่าจะใช้เกือบกระป๋องเล็ก และงานพื้นไม้ทั้งหมดอีก คาดว่า สีหมดพอดีกับงานที่ต้องการครับ

 

ภาพเบื้องหลังอีกภาพ

คุณภรรยาถ่ายให้  มาเห็นแล้วก็แซวทีหลัง ว่า ทำงานจนหน้ามืดเลย

wood-pavilion-diy-review-22

 

ที่มา : avatayos

งานที่เหลือก็คือลงพื้นไม้และปูกระเบื้องหลังคา แต่คุณ avatayos ก็ได้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติมลงไปในสวนด้วย งานนี้จะเป็นอะไรนั้น ถ้าอยากรู้ต้องตามไปดูกันครับ คลิกที่นี่เลย -> goo.gl/8pdHfG

คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง....

แบ่งปัน
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียการออกแบบ ไอเดีย DIY นวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเมนูอาหารที่น่าทาน และเคล็ดลับต่างๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...