ข้าวของเครื่องใช้ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น มักจะทำให้เกิดความรกรุงรังในบ้าน ส่งผลให้การใช้ชีวิตไม่สะดวกสบาย จะหยิบจะจับอะไรก็ยุ่งยาก แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นของความสกปรกอีกด้วย สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาก็คือ การเพิ่มที่เก็บของให้เป็นระเบียบ และ ชั้นวางติดผนัง ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะทำให้บ้านเราดูเรียบร้อยสบายตาขึ้นมาได้

วันนี้ ในบ้าน ก็จะพาชาวเว็บไปดู รีวิว DIY ชั้นวางของติดผนัง ด้วยวัสดุจากไม้อัดและไม้โครง ของคุณ padawan โดยจะเป็นการบิวท์อินชั้นวางติดผนัง เป็นที่เก็บข้าวของต่างๆ ที่รกรุงรังให้เป็นระเบียบ งานนี้ทำด้วยตัวเองในวันว่าง ตั้งแต่ ออกแบบ ซื้อวัสดุ อุปกรณ์ รวมถึงประกอบเอง แบบไม่ง้อช่าง ลองมาดูกันเลยครับ

DIY ชั้นวางของติดผนัง ทำเองง่ายๆ ในวันว่าง ด้วยวัสดุจากไม้อัดและไม้โครง

(รีวิวโดย padawan

wooden-shelve-diy-review-cover

 

หันมองดูโต๊ะทำงาน โต๊ะวางของ มีของวางระเกะระกะเยอะมาก

วางแผนมานานว่าจะทำชั้นวางของที่ผนังว่าง ๆ วันนี้วันดีมีเวลาว่างนิดหน่อย ก็เลยจัดการลงมือ เริ่มต้นจากร่างแบบคร่าว ๆ คิดอยู่ว่าไม่อยากให้มีขารับชั้นเพราะมันดูเกะกะ อยากให้มันเป็นแผ่นยื่นออกมาจากผนังไปเลย ปัญหาก็คือจะรับน้ำหนักยังไง มันอาจจะไม่แข็งแรง เคยเห็นในอินเทอร์เน็ตที่ว่าทำเหล็กเส้นเชื่อมกับเหล็กแผ่น แล้วยึดกับผนังโดยเสียบเหล็กเส้นเข้าไปในชั้นไม้ ดูแล้วรู้สึกว่ายุ่งยาก จริง ๆ เครื่องเชื่อมอะไรงี้ก็มีอยู่ แต่ถ้าทำทั้งงานไม้งานเหล็ก ดูจะใช้เวลามากหน่อย เพราะต้องเตรียมของ ไม่มีห้องทำงานช่างโดยเฉพาะ เวลาจะทำงานทีนึงก็ต้องเตรียมเครื่องมือ อย่างนั้นก็คิดว่าทำเฉพาะงานไม้ดีกว่า เอาเป็นโครงจ๊อยส์ ตีโครงคร่าวแล้วเอาไม้อัด 4 มิลลิเมตร กรุบนล่าง โครงใช้ไม้ยาง ต่อกันเป็นโครงตามแนวตั้ง เพราะจะต้องมีพื้นที่แนบผนัง และจะยึดเกลียวปล่อยโครงเข้ากับผนัง ฟังดูคงจะ งง ๆ ใช่ไหม เดี๋ยวค่อย ๆ ดูไปนะครับ

wooden-shelve-diy-review-1

 

wooden-shelve-diy-review-111

 

แรกเริ่มก็ออกจากบ้านเดินไปหน้าปากซอยกับลูกน้อง

ไปซื้อไม้ยางจ๊อยมามัดนึง ราคา 290 บาท ก็ไม่ได้เลือกอะไรมาก ดูไม่โก่ง ไม่งอ ก็จ่ายตังค์หยิบมาเลย แบกกลับบ้านกัน 2 คน ไม้ยางมัดนึงยาวประมาณ 2.5 เมตร จำนวน 10 ท่อน ตามแผนที่วางไว้ ชั้นไม้ 1 อัน ใช้ไม้ประมาณ 3 ท่อน ส่วนไม้อัดมีเหลืออยู่แผ่นนึง เป็นไม้อัดลายเส้นไวท์โอ๊ก เก็บไว้นานแล้ว ได้ใช้สักที ตามขนาดของไม้อัดคือ 4 x 8 ฟุต เอามากรุบน/ล่างชั้นไม้ได้ขนาด 30 เซนติเมตร x ความยาวได้ถึง 240 เซนติเมตร (ตามความยาวไม้อัด) แต่พื้นที่ผนังของผมวางได้แค่ 190 เซนติเมตร ดังนั้นผมก็เลยออกแบบว่า จะทำชั้นซัก 30 x 180 เซนติเมตร ครับ

wooden-shelve-diy-review-2

 

ได้ไม้มาแล้วก็ตัด ๆ ๆ

ตรงนี้ผมใช้เลื่อยวงเดือนตัด ซึ่งมันน่าจะสะดวกที่สุดแล้ว ตัดได้ฉากแบบง่าย ๆ ตัดไว ตัวนี้ซื้อมาราคาประมาณพันกว่า-สองพัน ขอโทษทีที่ไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ ซื้อมาจากจีนใช้งานมาหลายปีแล้วยังไม่เสีย เปลี่ยนใบไปหนนึง…โอเค…มาดูไม้ ตอนนี้เรามีไม้ความยาว 180 เซนติเมตร จำนวน 4 ท่อน และ ไม้ยาว 25 เซนติเมตร จำนวน 14 ท่อน ใช้กระดาษทรายขัดตรงที่มันเป็นเสี้ยนออกก่อน

wooden-shelve-diy-review-3

 

จากนั้นใช้ปืนลมแบบขาคู่ เอาไม้มาเข้าเป็นโครงแล้วยิงลูกแม็กเย็บไม้เข้าด้วยกัน

ผมจะทำทีเดียว 2 ชุดเลยคือ เอา 180 เซนติเมตร วางสองท่อนแล้วเอา 25 เซนติเมตร ซอยตรงกลาง ชุดละ 7 ท่อน ตรงนี้เรียกว่าโครงคร่าว…คือ…คร่าวมาก ๆ ไอที่ซอยตรงกลางนี้ กะ ๆ เอาไม่ได้วัดเลย ระยะห่างของไม้ซอยน่าไม่ต้องพูดถึง ไม่เท่ากันแน่นอน การเย็บแม็กด้านแรกไม้มันจะยังไม่เกาะกันแข็งแรง ให้เราพลิกด้านด้วยความระมัดระวัง ประคองไม้ไม่ให้มันหลุดออกจากกัน พลิกมายิงแม็กอีกข้างนึง พอยิงครบ 2 ด้านแล้ว มันก็จะแข็งแรงขึ้นมาพอสมควร เรียกว่า จับโยนกระแทก ๆ แรง ๆ “ก็แหกสิครับ” ฮ่า ๆ…พูดเล่นนะครับ มันแข็งแรงขึ้นพอสมควร จับพลักคว่ำหงายไม่มีปัญหาแล้ว

wooden-shelve-diy-review-4

 

wooden-shelve-diy-review-5

 

เมื่อเราได้โครงคร่าวที่แข็งแรงแล้ว จับตั้งขึ้น เจาะรูด้วยดอกสว่านเจาะไม้ขนาด 5 มิลลิเมตร

รูนี้เอาไว้ที่ช่องผ่านของเกลียวปล่อยที่เราจะเอาไว้ยึดกับผนัง เจาะตามรูป แต่จริง ๆ ควรเจาะเยื้องไปด้านใดด้านหนึ่ง เพราะเวลาวางเข้าผนังแล้ว รูที่ว่าควรจะอยู่แถบบน ๆ จะรับน้ำหนักได้ดีกว่า อยากแข็งแรงก็เจาะหลาย ๆ รู

wooden-shelve-diy-review-6

 

เสร็จแล้วก็มาถึงคราวของแผ่นไม้อัด

เราจะตัดแผ่นไม้นี้ให้ลงโครงคร่าว วิธีที่ผมใช้ก็คือเอาโครงคร่าวทากาวลาเท็กซ์ขวดใหญ่ จำราคาไม่ได้ น่าจะขวดละ 40 บาท ใช้นานจนลืม ตัดเปิดฝาแล้วใช้ไม่หมดต้องเอาอะไรอุดไม่ให้กาวเสีย ทากาวลงไปตรงขอบโครงด้านที่จะติดไม้อัด คำแนะนำคือติดไม้ที่ส่วนล่างของชั้นวางก่อน เพราะเวลาที่เราจะยึดโครงเข้าผนัง การติดไม้อัดด้านล่าง จะมีพื้นที่ให้เราไขเกลียวปล่อยได้ง่ายกว่า เพราะรูยึดมันอยู่แถบบน ถ้าเราไปติดไม้อัดแถบบน ทีนี้รูมันก็จะอยู่ใกล้กับไม้อัดทำให้ไขยาก

wooden-shelve-diy-review-7

 

โอเคทากาวแล้ว เอาไปวางไว้ใต้แผ่นไม้อัดบริเวณริมแผ่น

ถึงตรงนี้อาจจะงง…ไม่ตัดไม้อัดมาแปะลงบนโครงเหรอ ? คำตอบคือไม่ต้องครับ เอาโครงที่ทากาวแล้วไปวางใต้แผ่นไม้อัดบริเวณริม ๆ ใช้แม็กลูกเดี่ยว F10 ยิงยึดเอาไว้ซัก 2 มุม ไม่ให้ไม้มันเคลื่อน ถ้าไปยิงมุมไกล ๆ ซึ่งอยู่ด้านในของแผ่นไม้อัด มันจะเล็งยาก เอาแค่มุมโครงด้านริมแผ่นไม้อัดก็พอ แล้วพอเรายึดแผ่นไม้อัดกับโครงแล้ว ก็ใช้ Trimmer กัดขอบ มันจะตัดไม้อัดให้เหลือเท่ากับโครงพอดี ใช้หัว Trimmer แบบลูกปืนกัดขอบ (Trimmer เป็นอุปกรณ์ที่ราคาไม่แพง ผมซื้อมาไม่ถึง พัน แต่ชุดหัวที่มีหลาย ๆ แบบจะแพงหน่อย ก็เกือบพันเหมือนกัน) พอใช้ Trimmer กัดขอบเสร็จก็จะได้แผ่นไม้อัดที่ขนาดเท่ากับโครงคร่าวของเราเป๊ะ ๆ เสร็จแล้วก็ไล่ยิงลูกแม็กเดี่ยว F10 ไปตามขอบ เพื่อยึดให้แผ่นไม้อัดติดกับโครงอย่างสมบูรณ์ ไว้ระยะแต่ละลูกซัก 10 เซนติเมตร (กะ ๆ เอาก็พอ อย่าให้ต้องถึงกับเอาไม้บรรทัดมาวัดเลย)

wooden-shelve-diy-review-8

 

เราได้แผ่นไม้อัดปิดโครงคร่าวมาด้านนึงแล้ว เราจะทำอีกด้านนึง แต่คราวนี้ยังไม่ต้องทากาว

ทำเหมือนขั้นตอนเมื่อกี้ แต่เพียงเราจะยังไม่ยึดแผ่นนี้ลงไป เพียงแค่ตัดให้ได้ขนาดพอดีโครง แผ่นที่เราตัดนี้ จะเอามาปิดงานท้ายสุดหลังจากที่ยึดโครงกับผนังเสร็จแล้ว วิธีการก็คือเอาโครงสอดเข้าใต้แผ่นไม้อัด ใช้ลูกแม็กเดี่ยวยึดซัก 2 มุม แล้ว Trimmer กัดขอบเหมือนเดิม เพียงแต่พอกัดเสร็จแล้วก็ดึงไม้อัดออกมา แล้วตอกลูกแม็กให้จมไปเลย เพียงเท่านี้ก็เสร็จไปอีกขั้นตอน ทำทั้งหมด 2 ชุดครับ

wooden-shelve-diy-review-9

 

คลิปการ Trimmer กัดขอบ

 

ขั้นตอนต่อมาก็คือการทาแล็กเกอร์

ตรงนี้ไม่มีอะไร…ก็เอาแล็คเกอร์มาผสมทินเนอร์ แล้วก็ทา ๆ ไป ถ้ามีเวลาลง Sanding Sealer ของ TOA ก่อน แห้งไว แถมขัดง่าย เรียบเนียนสวย แล้วค่อยลงแล็กเกอร์ซ้ำ จริง ๆ ผมมีถังลม มีกาพ่นสี แต่ถ่าใช้พ่น กลิ่นมันจะเหม็นไปข้างบ้าน ก็เลยใช้ทาเอาน่าจะดีกว่า แต่มันมีสูตรน้ำที่กลิ่นเหม็นไม่มี แต่แห้งช้า แต่ผมมีสูตรทินเนอร์อยู่แล้วก็เลยใช้แบบนี้ ผมใช้ขวดเป็บซี่ลิตรมาตัดเอาก้น แล้วเทแล็กเกอร์สูงขึ้นมาซัก สองนิ้ว ตามด้วยเททินเนอร์ตามไปสักนิ้วนึง คน ๆ ผสมกันแล้วก็เอาแปรงทา ตรงนี้ไม่มีอะไรยาก รอแห้งแล้วก็เอาขึ้นผนังได้เลยครับ

wooden-shelve-diy-review-10

 

การเอาขึ้นผนัง

ผมเจาะรูผนังด้วยดอกเจาะปูนขนาด 9/32 นิ้ว ใช้พุกเบอร์ 7 และเกลียวปล่อยเบอร์ 7 ยาว 2 นิ้ว เริ่มด้วยการเอาโครงขึ้นไปกะ ๆ ดูคร่า วๆ ว่าเราจะยึดตรงนี้ แล้วก็ดูรูริมสุด จะริมซ้ายหรือขวาก็ได้ ว่าอยู่ประมาณตรงไหน เอาโครงชั้นไม้ออกไปก่อนแล้วเจาะรูใส่พุกเข้าไปเลย 1 รู จากนั้นเอาชั้นกลับมาติดตั้งแล้วยึดด้วยเกลียวปล่อย 1 ตัว ขั้นตอนนี้ทำเพื่อเราจะกะรูอื่น ๆ ตอนนี้เรามีชั้นไม้ที่ยึดด้วยเกลียวปล่อย 1 ตัวที่รูริมสุด ไม่ต้องยึดแน่น ให้มันหมุนขึ้นลงได้ เอาระดับน้ำมาวัด เพื่อให้ชั้นไม้ของเราขนานกับพื้นโลกแล้วจับเอาไว้ จากนั้นใช้ดอกเจาะปูนเล็ก ๆ (ผมใช้ขนาด 2-3 มิลลิเมตร) เจาะไปตามรูบนโครงให้มันทะลุไปโดนผนังตามตำแหน่งรูที่เราเจาะบนโครง เสร็จแล้วให้ถอนเกลียวปล่อย 1 ตัวออกมาแล้วยก ชั้นไม้ออกไปก่อน สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ก็คือ ตำแหน่งรูต่าง ๆ บนผนัง แบบเดียวกับที่เราเจาะบนโครงไม้ สิ่งที่ต้องทำก็คือเจาะรูทั้งหมดนั้นด้วยดอกเจาะปูน 9/32 แล้วใส่พุกลงไปให้เรียบร้อยทั้งหมด จากนั้นก็เอาชั้นไม้มาติดตั้งแล้วยึดเกลียวปล่อยทุกตำแหน่งเพื่อความแข็งแรง

wooden-shelve-diy-review-11

 

หลังจากที่โครงชั้นวางของเรายึดเข้ากับผนังเรียบร้อย

ก็ทากาวตามสันโครง แล้วเอาไม้อัดที่เราตัดเตรียมเอาไว้มาวางทาบ เสร็จแล้วก็ใช้ลูกแม็ก F10 ยิง ๆ ๆ ตามโครงเพื่อยึดไม้อัดด้านบน ถึงตรงนี้จะถือว่าเสร็จแล้วก็ได้ แต่มันยังเปลือย ๆ บริเวณขอบ เพราะเราไม่ได้ทำไม้ปะขอบ วิธีการก็คือตัดไม้ตามขนาดขอบ (อาจจะใหญ่กว่านิดหน่อย) ทากาว แล้วแปะลงไป ยิงลูกแม็ก F10 เพื่อยึด เว้นช่องไฟ 10 เซนติเมตรระหว่างลูกแม็ก เสร็จแล้วใช้ Trimmer กัดขอบให้มันเรียบเนียน แต่ผมไม่ได้ทำ…เพราะไม้หมดขี้เกียจซื้อแค่นิดหน่อย ก็เลยขอจบแค่นี้ครับ ฮ่า ๆ ๆ

wooden-shelve-diy-review-12

 

เวลาเจาะปูนเศษปูนมันเยอะ ผมใช้กระดาษ A4 ตัดหัวตัดท้าย แล้วซ้อนเข้าหากันใช้แม็กเย็บ แล้วเทปกาวติด เอาไปติดไว้ใต้รูที่เราจะเจาะ

มันจะรองรับเศษปูนที่ออกมา ไม่ต้องทำความสะอาดมาก เวลาเจาะก็ค่อย ๆ เจาะ ถ้าเจาะเร็วมันจะมีลมพัดเอาเศษเล็ก ๆ ปลิวไปไกล ใช้วิธีหมุนช้า ๆ แต่ให้แขนช่วยดันเข้าไปแทน เหนื่อยหน่อยแต่เศษมันไม่ค่อยปลิว

wooden-shelve-diy-review-13

 

ตัวนี้ครับเอาไว้ตัดไม้โครงหรือไม้ท่อน ปรับองศาได้

ซื้อมาน่าจะประมาณเกือบ 2 พัน แต่โดนค่าส่งอีกพันกว่า (จำตัวเลขไม่ค่อยได้ นานมากแล้ว)

wooden-shelve-diy-review-14

 

ปั้มลม PUMA รุ่นเสียงเงียบ

นี่ถ้าไม่มีรุ่นนี้ผมนี่จะไม่ซื้อปั้มลมเด็ดขาด เพราะรุ่นที่ไม่ใช่เสียงเงียบ เสียงมันดังมาก รำคาญถึงข้างบ้าน ตัวนี้ถังจุ 50 ลิตร ราคาจำไม่ได้ครับ ฮ่า ๆ ๆ

wooden-shelve-diy-review-15

 

รูปตู้ที่ทำเสร็จแล้วครับ

wooden-shelve-diy-review-16

 

wooden-shelve-diy-review-17

 

ที่มา : padawan

Advertisement

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...!?

พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน ไอเดียการออกแบบ DIY รวมไปถึงเมนูอาหารที่น่าทาน อย่าลืมติดตามกันนะครับ